ตร.จับแท็กซี่หน้าMBK หลังช่วยโบกแต่ไม่จอดรับ

แฟนเพจศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02 ได้เผยแพร่ภาพตำรวจนายหนึ่งพร้อมระบุว่า ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ช่วงเวลาประมาณ 20.00น. ของเมื่อวานนี้

1.4

มีประชาชนคนหนึ่งโบกรถแท็กซี่อยู่นานแต่ก็ไม่มีคันไหนยอมไปส่ง จนที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาพชื่อ ร.ต.ต.มีวิชัย เมืองกลาง สังกัด งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.(ตู้พระราม4) ต้องมาช่วยโบกแต่แท็กซี่ผ่านมา 3 คันก็ไม่มีคันไหนยอมไปส่งสักคัน

หน้าที่ตำรวจเลยจัดการด้วยการจับปรับเลย ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์มีหลายคนเข้ามาแสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้ พร้อมบอกว่าต้องมีการกวดขันเข้มงวดให้มากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างมาบุญครอง สยาม เซ็นทรัลเวิลด์ หมอชิต2และย่านการค้าอื่นๆ แท็กซี่มักเลือกผู้โดยสาร บางคนต้องรอนานโบกเป็นสิบคันก็ไม่ยอมไป อีกด้านหนึ่งชาวสังคมออนไลน์มองว่าการที่แท็กซี่ขอร้องให้ภาครัฐปรับขึ้นค่าโดยสาร แท็กซี่เองก็ควรปรับปรุงพัฒนาการให้บริการตามไปด้วย

ทั้งนี้ตามกฎหมายพ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 93 วรรคหนึ่ง ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยไม่มีเหตุอันควร ถือเป็นความผิด มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และเป็นข้อหาที่ต้องถูกบันทึกคะแนน 20 คะแนน ถูกยึดใบอนุญาตขับขี่ 15 วัน

เผยภาพปริศนา มาเฟียเกาะเต่าล่าหนุ่มสกอต

วันนี้(7 ต.ค.)จากกรณีที่เว็บไซต์เดลิเมล์รายงานว่า นายฌอน แมคแอนนา หนุ่มชาวสกอตแลนด์ที่เคยโพสต์เรื่องราวแฉว่าถูกมาเฟียบนเกาะเต่าตามล่าหลังจากที่เขาสงสัยว่า ชายไทยสองคนมีส่วนรู้เห็นกับการฆ่า 2นักท่องเที่ยว

ซึ่งมาเฟีย2คนได้ตามล่าเพื่อต้องการให้เขาตาย แต่เขาได้เข้าไปหลบที่เคาน์เตอร์เก็บเงินในซุปเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่งบนเกาะ พร้อมกับโพสต์ภาพพร้อมข้อความบอกว่า “…มาเฟียคนไทยพยายามจะฆ่าเขา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ขอให้ทุกคนรู้ว่าเป็นฝีมือของคนพวกนี้…” จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยคุ้มครองก่อนที่เขาจะหลบหนีออกจากเกาะเต่าเพราะเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย

1.3

ล่าสุดบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพเหตุการณ์ตรงกับที่นายฌอนเล่าไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นภาพนายฌอนอยู่ในร้านซุปเปอร์มาเก็ตลักษณะถอดเสื้อ พร้อมกับที่มุมของภาพมีชายไทยยืนถือโทรศัพท์ถ่ายวิดีโออยู่ทำท่าทางคล้ายกวักมือเรียก นอกจากนี้ยังมีอีกภาพที่ลากเส้นเชื่อมโยงให้เห็นว่าภาพนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันและเวลาเดียวกันที่นายฌอนเคยโพสต์ไว้ด้วย

ซึ่งหลายคนแสดงความคิดเห็นว่า นายฌอนจะเป็นพยานปากสำคัญของคดีนี้และเป็นกุญแจไขทุกอย่าง โดยสันนิษฐานว่าชายไทยทั้ง 2 คนที่มีการแชร์ภาพออกไปนั้นอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของ2นักท่องเที่ยวด้วย รวมไปมองว่าพยานปากสำคัญอีกคนหนึ่งคือพนักงานซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ในวันเกิดเหตุการณ์ในภาพ ซึ่งหลายคนเกรงว่าเธออาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย

ภาพจาก The Dark Knights ll,CSI LA

เพจCSI LA วิเคราะห์ยัน 2พม่าเป็นแพะเกาะเต่า

จากกรณีการจับกุม2ฆาตกรชาวพม่าในคดีฆาตกรรม2นักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า ล่าสุดแฟนเพจ CSI LA ซึ่งเกาะติดคดีดังกล่าวได้มีการเผยแพร่ข้อมูลพร้อมตั้งข้อสังเกต ในเรื่องอาวุธที่ใช้ในการฆาตรกรรมนายเดวิด ว่า

จากการสังเกตภาพของเดวิด ผม สันนิษฐานว่าคนร้ายที่ทำร้ายเดวิด น่าจะใช้ มีดชก (Mini Pal Push Knife) ไม่ใช่จอบ คนร้ายน่าจะถนัดมือซ้าย เพราะบาดเเผลอยู่ทางด้านขวาของเดวิดทั้งหมด คนร้ายอาจจะมีความชำนาญในการใช้อาวุธตัวนี้ด้วย เดวิดอาจจะหมดสติจากการเสียเลือดเพราะพิษบาดเเผล เเต่คนร้ายนำร่างของเขาไปกดน้ำให้เขาหมดอากาศหายใจ

1.2

ซึ่งสาเหตุที่กางเกง David ไม่มีคราบเลือดเป็นเพราะว่าเขาโดนต่อยส่วนมากที่หัว เเละ ถูกน็อคลงกับพื้น คนร้ายต้องเป็นคนสูงอย่างน้อย 178 cmได้ ถึงจะต่อยหัว คนที่สูง 190 cm อย่าง David ได้ อาจจะเป็นพวกนักเลงคุมบาร์ ที่เข้ามาช่วยกลุ่มข่มขืน คนร้ายตัวเล็กมากทำไมต้องเสียเวลาลากศพไปทิ้งน้ำทะเล? คนเวลาตายเเล้วตัวหนักนะครับ ? พม่าตัวเล็กสองคนทำได้ไหม? เเล้ว Hannah ทำไมไม่วิ่งหนี? หรือต่อสู้กับคนร้าย? คนร้ายคนแคระสองคน สามารถ สู้ฝรั่งสองคนได้หรือ?

พร้อมทั้งชี้ว่า คนร้ายน่าจะมี speed boat เป็นของตัวเอง และมันไม่ยากเลยที่จะขับมาจากเกาะเต่าขึ้นฝั่งสมุย และ ท่าเรือฝั่งสมุยห่างจากสนามบินไม่เกิน 5 นาที จึงอยากให้มีการตรวจสอบกล้อง CCTV ที่สนามบินชุมพร เเละ รายชื่อผู้โดยสารนกแอร์จากชุมพร-กรุงเทพฯที่มีการบิน รอบ 7:00 เช้า ของวันที่15 กันยายน เพราะชุมพรสามารถไปได้เร็วกว่าไปสมุยไปสุราษฏร์อีก เพราะคนไม่ค่อยพลุกพล่านด้วย

ทั้งนี้แฟนเพจ CSI LA ได้มีการฝากข้อความถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ว่า ขณะนี้เป็นนาทีทองที่ท่านผู้นำเเละมีอำนาจ สามารถทำตัวให้เป็นตัวอย่างให้กับสังคม ข้าราชการระดับล่าง เเละ เยาวชนรุ่นใหม่ๆ เรียกความมั่นในของชาวไทยเเละชาวต่างชาติกลับมา โปรดอย่าให้ชื่อเสียงประเทศไทย การท่องเที่ยวเเห่งประเทศไทย คนไทยทั้ง 68 ล้านคนต้องมาอับอายเพราะเรื่องของการทำงานที่ไม่โปร่งใส

1.3