เสื่อม! คู่รักวัยรุ่นนัวเนียบน BTS ไม่สนคนมอง

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งได้แชร์คลิป ของคู่รักวัยรุ่นชายหญิงพลอดรักกัน บนรถไฟฟ้าBTS อย่างไม่สนใจคนรอบข้าง

ซึ่งขณะนั้นมีผู้โดยสารท่านอื่นๆร่วมขบวนอีกหลายคน แม้การแสดงความรักกันเช่นนี้หลายๆคนอาจมองว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่การแสดงออกในที่สาธารณะ ยังคงเป็นสิ่งที่สังคมไทยรับไม่ได้

1.2

เห็นได้จากเมื่อคลิปถูกเผยแพร่ออกไปมีผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า “การมีความรักและการแสดงความรักเป็นเรื่องไม่แปลก แต่ควรเลือกสถานที่ในการแสดงออก” แม้ว่าเมืองไทยจะเริ่มเปิดเสรี แต่ยังคงมีวัฒนธรรมดีงามที่ต้องรักษาไว้

ขณะที่หลายๆท่านพากันตำหนิพฤติกรรมชายหญิงที่อยู่ในคลิป แต่ก็มีสมาชิกเฟซบุ๊คอีกส่วนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นในมุมมองที่ต่างออกไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สมควรที่จะนำเผยแพร่ให้สาธารณะดูเช่นนี้เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนที่อยู่ในคลิป หากคลิปถูกแชร์อย่างแพร่หลายอาจทำให้ทั้งคู่อับอาย

สะพรึง สตรีสามเต้าในซีรีย์สยองขวัญมะกัน มีตัวตนอยู่จริง

วานนี้(22 ก.ย.)สำนักข่าวเมโทร รายงานเรื่องราวจาก “จัสมิน ไตรเดวิล” สาวชาวอังกฤษ ทุ่มเงินจำนวน 20,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 6 แสนบาท เพื่อนศัลยกรรมหน้าอกให้มี 3 ข้าง ตามแบบบทบาทสุดสยองในซีรีย์จากอเมริกา

1.3

เธอใช้เวลาอยู่นานเพื่อค้นหาแพทย์ที่ยอมผ่าตัดศัลยกรรมในครั้งนี้ให้ ก่อนหน้านี้พูดคุยกับแพทย์มาแล้วกว่า 50-60 คน แต่ไม่มีใครตกลงทำศัลยกรรมสุดประหลาดนี้ให้เลย ด้วยเหตุผลทางด้านจรรยาบรรณ ซึ่งหลังจากที่เธอตัดสินใจผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย ครอบครัวของเธอต่างพากันไม่เห็นด้วย แม่และน้องสาวไม่ยอมพูดกับเธออีกเลย

เธออ้างว่าเหตุผลที่เธอตัดสินใจผ่าตัดเต้านมให้มีสามเต้า เพราะเธอไม่อยากเป็นที่ต้องการของบรรดาชายหนุ่ม และไม่ต้องการออกเดทอีกต่อไป เพราะเชื่อว่าหน้าอกแบบนี้น่าจะแปลกประหลาดเกินไปกับคนธรรมดา

เล่นแรง เก๋งโดนมือดีเขียนข้างรถ มาร้านไหนจอดร้านนั้น

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ สายลม ที่หายไป‎ โพสต์ภาพรถเก๋งคันหนึ่งที่ถูกเขียนข้อความไว้ที่ประตูรถว่า “มาร้านไหนก็ไปจอดร้านนั้น” ไปยังแฟนเพจ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร – บก.02

สมาชิกเฟซบุ๊คคนดังกล่าวได้ระบุคำบรรยายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง รถคันนี้ไม่ใช่รถของตน แต่นำมาโพสต์เพื่อประโยช์ของคนใช้รถ อยากสอบถามว่าในกรณีเช่นนี้ใครผิดถนนเป็นของใครฟุตบาทเป็นของใคร ถ้าเป็นของหลวงผู้เขียนข้อความจะสามารถห้ามจอดได้หรือไม่

หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ในมุมมองที่ต่างกัน สมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งมองว่าการที่ผู้เขียนทำเช่นนี้มันถูกต้องแล้ว มาร้านไหนก็ควรไปจอดร้านนั้น หากดูจากภาพเจ้าของรถจอดที่เส้นขาวแดงซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเพราะเป็นพื้นผิวจราจร บางร้านอาจใช้เป็นทางขึ้นลงแล้วแบบนี้จะให้เจ้าของร้านทำอย่างไร

ขณะที่อีกท่านหนึ่งกลับแย้งว่าการจอดตรงเส้นขาวแดงผิดจริงแต่ควรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ไม่ใช่ไปเขียนใส่ตัวรถคนอื่นแบบนี้ ถ้าเจ้าของรถผิดที่มาจอดบังหน้าร้าน ผู้เขียนก็ผิดที่ไม่มีจิตสาธารณะ ถนนไม่ได้อยู่ในโฉนดที่ดินของผู้เขียน ทำแบบนี้มันรุนแรงเกินไป ควรดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะทำลายทรัพย์สินผู้อื่น