ประยุทธ์ ห่วงทุกม็อบ บอกวันนี้ยังไม่ได้-ยังไม่ถึงเวลาทหารแก้ปัญหา

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มมวลชนต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวมากมายในขณะนี้ว่า ตนรู้สึกห่วงมาตลอดชีวิต ถามตน 100 ครั้ง รู้สึกห่วง 100 ครั้ง เพราะไม่อยากเห็นคนไทยมีปัญหากัน สิ่งใดที่แก้ไขปัญหาได้ก็แก้ไขกันไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่ขณะนี้ยังไม่ใช่หน้าที่ของทหารที่จะแก้ไข ถามว่า ถ้าจะให้ทหารเข้ามาแก้ไขนั้น จะต้องใช้กฎหมายข้อใดที่ให้อำนาจทหารเข้ามาแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้ ทหารมีอำนาจหรือสิทธิ์ข้อใด  ซึ่งมันไม่มี ถ้ามีก็ต้องทำ และตนติดว่าประชาชนคนไทยไม่ต้องการให้มีการกระทำผิดกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมามีคนกระทำผิดกฎหมายมากพอแล้ว  

ส่วน มองสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาวอย่างไรนั้น ขณะนี้มีหลายหน้ากาก เมื่อหลายวันที่ผ่านมามีพวกสวมรอยสวมหน้ากากขาวไปปล้นร้านค้า ถ้าหน้ากากขาวไม่ดี เดี๋ยวหน้ากากเขียวก็มาใหม่ เพราะคนมีทั้งคนดี คนชั่ว คนหวังดีและคนหวังร้าย  นี่คือคนไทย ตนจึงบอกว่าอย่าไปสนใจ หากเขาเคลื่อนไหวด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมามีการเดินขบวน มีการใช้ความรุนแรง รวมถึงมีการใช้กฎหมาย แต่ทุกวันนี้ยังไม่จบ การชุมนุมต้องหยุดเอง ถ้าต่างฝ่ายคิดว่า เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาน่าจะเพียงพอแล้ว คิดถึงประเทศชาติว่า วันนี้เป็นอย่างไร

ขณะเดียวกันใครที่คิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกให้ได้ แต่ถ้าจะให้ทหารมาเป็นคนทำนั้น วันนี้คงยังไม่ได้ เพราะยังไม่ใช่เวลา

อย่างไรก็ตามกรณีที่นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทยและ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีทหารยศนายพลเป็นแกนนำกลุ่มหน้ากากขาวเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาลนั้น  เรื่องนี้ต้องไปถามนายประชา ถ้าอยู่ในราชการตนจะสอบสวนให้ว่าเป็นอย่างไร

MThai News

เผยเส้นทางรถไฟความเร็วสูง กทม.-หัวหิน รวม 225 กม.

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาโครงข่ายการขนส่งและจราจรระหว่างเมือง สำนักพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนข.ได้สรุปแนวเส้นทางที่เหมาะสมของรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน เรียบร้อยแล้ว รวมระยะทาง 225 กิโลเมตร

โดยช่วงแรกเริ่มต้นจากสถานีรถไฟกลางบางซื่อ ใช้เขตทางแนวรถไฟสายใต้ผ่าน จ.นครปฐม ราชบุรี บรรจบสถานีเพชรบุรี

1.1.1.1

ส่วนช่วงที่ 2 ผ่าน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ใช้แนวถนนเพชรเกษม เป็นทางรถไฟยกระดับระยะทาง 4.5 กิโลเมตร บรรจบเข้าทางรถไฟสายเดิมผ่าน อ.ชะอำ เข้าสู่สถานีหัวหิน

ทั้งนี้ การดำเนินงานในโครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน ในขั้นตอนดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ การศึกษาความเหมาะสมตลอดเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์ และการออกแบบรายละเอียด พร้อมทั้งศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ในช่วงกรุงเทพฯ-หัวหิน

รถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-หัวหินนั้น สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนส่งผู้โดยสารได้ 700 คนต่อเที่ยว เมื่อโครงการแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2562 คาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของ จ.เพชรบุรี ได้ถึง 154.09 ล้านบาทต่อปี

“สมคิด” ยันไม่หวนการเมือง เหน็บ จำนำข้าว-ประกันรายได้ ช่วยหนีจนไม่ได้

อัดการเมืองอย่ามองแค่ชนะเลือกตั้ง รับม็อบเกลื่อนถนนกระทบเศรษฐกิจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมกองทัพเรือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายพิเศษในงานสัมมนาทางวิชาการวิทยาลัยการทัพสัมพันธ์ครั้งที่ 2/2556 เรื่อง บูรพาภิวัฒน์ ผลกระทบต่อประเทศไทยและยุทธศาสตร์ทหารของกองทัพไทย ตอนหนึ่งว่า ประเทศแรกที่เข้าสู่บูรพาภิวัฒน์ หลังผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ ญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นไม่ได้มุ่งเน้นทางทหารแล้ว แต่หันหน้าไปหาเศรษฐกิจ ผ่านการประสานระหว่างรัฐกับเอกชนของญี่ปุ่น และผลิตของใช้ผ่านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ จนกลายเป็นรูปแบบในการก้าวไปสู่การพัฒนา

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

จากนั้น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ก็เติบโตตามมา โดยมีสหรัฐฯและกลุ่มยุโรป เป็นตลาดหลักในการรองรับสินค้า ถือเป็นกลุ่มแรกของลิตเติ้ลไทเกอร์ หรือ ลิตเติ้ลดราก้อน เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าวมีความเข้มแข็งทางการเมือง ไม่เหมือนกลุ่มประเทศชุดหลังที่ตามมา อาทิ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่มีความเปราะบาง เพราะไม่สามารถพัฒนาทางการเมืองให้มีมาตรฐานได้ มีการคอร์รัปชั่นที่รุนแรง

จุดเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงที่สุด คือ กลุ่มเอเชีย เริ่มมีความคิดก้าวหน้าเพื่อความเป็นหนึ่ง โดยมีจีนเป็นผู้นำหลัก ทำให้อเมริกา และยุโรป เริ่มตกงาน เนื่องจากจีนมีต้นทุนการผลิตต่ำ หลายประเทศจึงมุ่งหน้าหาจีน และในที่สุดเอเชียก็กลายเป็นกลุ่มที่เริ่มมีอำนาจต่อรอง อเมริกาจึงหันมาให้ความสำคัญและช่วยเหลือกลุ่มอาเซียนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสกัดกั้นจีน ที่จะเติบใหญ่ในเอเชีย

ขณะที่ฝ่ายอาเซียนก็ฉุกคิดว่า อเมริการจะมาช่วยเพื่อวัตถุประสงค์ใด ในที่สุดจึงมีการรวมตัวเป็นอาเซียน+3 ซึ่งมีจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ไม่ไว้วางใจจีน จึงเกิดอาเซียน+6 ขึ้นมา โดยดึงอินเดีย เข้ามาเป็นประเทศสำคัญ

ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ของไทย คือ ความยากจน ซึ่งไทยอยู่อันดับที่ 12 ของโลก โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีความยากจน รวมทั้งข้าวมีคุณภาพต่ำ แต่จะโทษชาวนาไม่ได้ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ระบบการชลประทาน อีกทั้งมาตรการช่วยเหลือทั้งการประกันรายได้หรือการรับจำนำเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้สำเร็จ

ดังนั้นจะต้องมีการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง อาทิ การปฏิรูปสหกรณ์ การผลิต และการตลาด ที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่การมองระยะสั้น หวังเพียงแค่การเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้การแข่งขันด้อยลง ดังนั้นเราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ การลงทุนต้องเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต ศึกษาเทคโนโลยีและการวิจัยว่าจะทำอย่างไรให้มีมูลค่าที่สูงขึ้น โดยการเปิดประเทศอาเซียนนี้หากเราไม่เร่งดำเนินการก็จะเสียโอกาส อย่าคิดว่าประเทศเราอยู่ตรงกลางอาเซียน เพราะประเทศจีนและเกาหลีใต้นั้นมองเราไม่เหมือนเดิม เนื่องจากเขามีทางเลือกอื่น โดยมองประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เป็นประเทศสำรอง อย่างไรก็ตามเรื่องเศรษฐกิจเราต้องพยายามดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
(ขอบคุณภาพจาก แฟนเพจเฟสบุ๊ก dr.somkidj)

สำหรับด้านการเมืองในขณะนี้ประเทศอินโดนีเซียมีความโดดเด่นมากที่สุดในกลุ่มของอาเซียน เพราะมีมุมมองการเมืองที่เข้มแข็ง โดยตั้งแต่ปี 2540 ประเทศอินโดนีเซียได้มีการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจัง ทั้งการเมือง การเลือกตั้ง การคลัง และการทหาร แต่ยังเอาชนะเรื่องคอรัปชั่นไม่ได้ ส่วนประเทศพม่าพยายามเปิดประเทศให้เป็นสากลมากขึ้น

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาไทยเคยเป็นผู้นำในอาเซียน แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน การเมืองภายในประเทศเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่มีประเทศใดอยากเข้ามาในประเทศที่วุ่นวาย แม้ว่าไทยจะอยู่ใจกลางอาเซียนก็ตาม การเมืองหากมองแค่การเอาชนะ กลายเป็นการเมืองระยะสั้น และประเทศจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งนี้จากการเกิดบูรพาภิวัฒน์นั้น อาเซียนได้ให้โอกาสไทย แต่เราจะฉกฉวยโอกาสได้หรือไม่ อยู่ที่เรา รัฐบาล และประชาชน หากรู้จักคิด พื้นฐานเราแข็งแรงมาก ซึ่งจะต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ การเมืองไทยตอนนี้ชุมนุมกันบนท้องถนน เมื่อมีปัญหาก็เจอกันบนท้องถนน แต่อย่าทำให้สิ่งเหล่านี้รุกลาม ทำอย่างไรจะลดช่องว่างตรงนี้ลงมา ซึ่งเราจะต้องมีความพอเพียง ไม่ประมาทและมีแบบแผนในการดำเนินการ

ส่วนกรณีนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่มีปัญหาขณะนี้ว่า ไม่ขอวิจารณ์การแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวของรัฐบาลในขณะนี้ เพราะตนได้พ้นออกมาจากการเมือง และไม่มีตำแหน่งใดๆทางการเมืองแล้ว แต่หากรัฐบาลคิดว่านโยบายที่ทำอยู่เป็นประโยชน์ และทำด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ให้ดำเนินการ โดยขอให้ช่วยกันคิดและตั้งใจทำ

อย่างไรก็ตามในส่วนของตนยืนยันว่าจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีก เพราะมีอายุมากแล้ว

MThai News