รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลั่นไม่รับ 7 ข้อ BRN ชี้ ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง เมินหากไม่ร่วมถก ยัน เดินหน้าแก้ไฟใต้ต่อ-ถอนกำลังก็ต่อเมื่อเหตุการณ์สงบเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงถึงกรณีที่นายฮัสซัน ตอยิบ ตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็นได้ออกมายื่นข้อเรียกร้องเป็นครั้งที่ 4 ผ่านเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาโดยขอให้ทางการไทยถอนทหารออกจากพื้นที่ว่า
ตนในนามกระทรวงกลาโหมที่รับผิดชอบงานความมั่นคง ขอชี้แจงเป็น 2 ประเด็นว่า 1.ดีใจที่สองฝ่ายที่พูดคุยได้มองเห็นแนวทางเดียวกันคือ การหยุดยิงในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นสิ่งทื่ดีที่เกิดขึ้น แต่เงื่อนไขที่ฝ่ายกลุ่มก่อความไม่สงบยื่นมาแล้วทั้งเงื่อนไขเก่าและเงื่อนไขใหม่อีก 7 ข้อ คิดว่า การหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้มากจากหัวใจที่แท้จริง เพราะคนที่จะหยุดยิงจริงๆแล้วต้องไม่มีเงื่อนไข
ฝ่ายรัฐบาลไม่เคยมีเงื่อนไขในเรื่องนี้ เพราะการพูดครั้งนี้เป็นการพูดคุยภายใต้รัฐธรรมนูญไทย การจะให้ถอนทหาร หรือให้สภารับรอง มันเกินไป ยกตัวอย่างสงครามในอิรัก-อิหร่านรบกัน 8 ปี มุสลิมรบกับมุสลิม แต่ทุกรอมฎอนเขาจะหยุดยิง ดังนั้นเรื่องนี้ไม่น่ามีเงื่อนไข 2.หากมีเงื่อนไขเยอะๆนั้น จะต้องยื่นเงื่อนไขผ่านประเทศมาเลเซียที่เป็นตัวกลาง แต่กลับออกมาเสนอในเว็บไซต์ถือว่า ไม่ได้ทำตามสิ่งที่ได้คุยกัน และไม่จริงใจ
ทั้งนี้ ยืนยันว่า เงื่อนไขนี้เรารับไม่ได้ เขาต้องรู้ตัวว่า คุยอยู่กับใคร คุยในฐานะอะไร อย่าลืมตัวเอง เราเป็นรัฐบาลไทยภายใต้รัฐธรรมนูญไทย เราอ่อนตัวมาคุยกับเขาถือว่า เราลดตัวลงมาแล้ว ให้เกียรติเขา และเงื่อนไขแต่ละอย่างไม่ใช่เงื่อนไขที่ประชาชนชาวใต้ต้องการอย่างแท้จริงแน่นอน
ทั้งเรื่องการถอนทหาร และเรื่องอื่นๆ เพราะฝ่ายเราได้ทำประชาพิจารณ์ ทำโพลว่า ชาวใต้ต้องการความสงบสุข ไม่ได้ต้องการแบ่งแยกดินแดน และยังมีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ใช้คำว่า นักล่าอาณานิคมสยาม อย่างนี้ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมไม่เคยใช้คำว่า เขาเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ใช้แต่ผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้เราไม่สบายใจกับคำนี้
หน้าที่ทหารเรา คือ ดูแลความสงบสุขของพี่น้องชาวใต้ ถ้าสถานการณ์เงียบหมด ผมถอนทหารแน่ รีบถอนเลย ไม่ต้องกลัว แต่ถ้ายังไม่เงียบทหารยังต้องอยู่ เพราะเป็นหน้าที่ในส่วนของผมที่ต้องดูแลภาคใต้ให้สงบเรียบร้อย และทำอย่างนิ่มนวลที่สุด แต่ไม่ใช่ภายในเวลาที่รวดเร็วนัก ผมขอประกาศในนามของผู้ที่ดูแลความมั่นคงว่า เงื่อนไขที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้บอกมา ผมไม่ยอมรับ เพราะไม่ถูกต้อง และไม่จริงใจ ดังนั้นเราไม่สนใจ ส่วนการพูดคุยไม่ได้ปิดประตู ถ้าอยากคุยก็คุยกันไป ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่คุย เราต้องทำให้ภาคใต้สงบให้ได้ ถามว่า เราแพ้ตรงไหนบ้าง ไม่มี ทุกด้านเราไม่แพ้เลย แต่เราทำด้วยความนิ่มนวล เหมือนพระเอกหนังได้ดีตอน 25 นาทีสุดท้าย ตอนนี้ผู้ร้ายได้เปรียบไปก่อน
ขณะเดียวกันตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ แต่ท่านคงเห็นเหมือนกับฝ่ายความมั่นคง เพราะเราได้พูดคุยกลั่นกรองกันมาแล้ว ถ้าทั้งสองฝ่ายทำเพื่อประชาชนชาวใต้จริงๆจะต้องไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้ไม่ใช่ว่า หากเกิดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนแล้วเราจะไม่คุย เราก็สามารถคุยได้ เพราะการพูดคุยกับการปฏิบัติการทางทหารต้องแยกกัน อย่ารวมกัน ซึ่งในช่วงเดือนรอมฎอนต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า จะคุมเกมได้จริงหรือไม่ และเป็นตัวแทนของทุกกลุ่มจริงหริอไม่ แต่ที่ผ่านมาเขายังไม่ได้แสดงให้เห็นว่า คุมได้ทุกกลุ่ม ทั้งนี้เราพยายามพูดคุยกับทุกกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ ถ้าใครอยากคุย เราก็พร้อมจะพูดคุย
ส่วนการปฏิบัติการทางทหารก็ว่ากันไป โอกาสที่เขาจะได้ชัยชนะไม่มี โอกาสที่จะมาปลดปล่อยเป็นไปไม่ได้เลย ปิดประตู 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่การแก้ปัญหาช้า เพราะเราทำอย่างนิ่มนวล เราไม่ได้ทำแบบรุนแรง ถึงได้ช้าอยู่อย่างนี้ คิดหรือว่า ถ้าทหารไม่ปฏิบัติการทางทหารแล้วภาคใต้จะสงบ เราไม่ได้อยากทำ แต่ก็ต้องทำ อย่างไรก็ตามหากเราแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง เราดูแล้วว่า ไม่จบ แม้ว่า การแก้ปัญหาจะเร็ว แต่จะไม่จบ เพราะความรุนแรงคู่กับความแค้น ทั้งนี้ปัญหาภาคใต้พูดได้เลยว่า ปีนี้มีอะไรดีขึ้นมาเยอะ
ส่วนหากเจอนายฮัสซัน ตอยิบ ตัวต่อตัวจะพูดอย่างไรนั้น อยากจะขอดูหัวใจเขา ทั้งนี้ขอให้มั่นใจในการทำงานของทหาร เราต้องทำแบบค่อยๆก้าวหน้าไปเรื่อยๆ
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า ไม่อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากทางฝ่ายบีอาร์เอ็นไม่ได้มีอะไรเหนือกว่ารัฐบาลไทย และเป็นเพียงการสร้างความสำคัญให้กับกลุ่มตัวเองเท่านั้น




MthaiNews


