สื่อนอกตีข่าว ข้าวเขมร-พม่า นับแสนสวมสิทธิ รับจำนำข้าวไทย ทำรัฐสูญเงินกว่า 13,500 ล้านบาท เพื่อรับจำนำข้าวจากเพื่อนบ้าน
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานพิเศษสถานการณ์ข้าวไทยภายใต้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า มีการลักลอบนำเข้าข้าวจากพม่าและกัมพูชาจำนวนหลายแสนตันเข้ามาสวมสิทธิเพื่อฉวยประโยชน์จากโครงการรับจำนำในประเทศไทย

โดยรายงานดังกล่าวอ้างการประเมินของนายดาร์เรน คูเปอร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส สภาธัญพืชนานาชาติ (ไอซีจี) ในอังกฤษว่า มีการลักลอบนำเข้าข้าวจากเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิไทยสูงถึง 7.5 แสนตันหรือเทียบเท่าข้าวเปลือก 9 แสนตัน
ปริมาณลักลอบพุ่งสูงขึ้นหลังมีโครงการรับจำนำ ทำให้เพื่อนบ้านของไทยพยายามส่งออกข้าวข้ามชายแดนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากคำนวณจากราคารับจำนำตันละ 1.5 หมื่นบาทรัฐบาลต้องสูญเงินถึง 13,500 ล้านบาท เพื่อรับจำนำข้าวจำนวนนี้จากเพื่อนบ้าน
ขณะที่นายธอน วิรัก ผู้อำนวยการกรีนเทรด บริษัทส่งออกข้าวกัมพูชาประเมินว่า ปีที่ผ่านมามีการลักลอบส่งออกข้าวไปไทยสูงถึง 3 แสนตันขณะที่ตัวเลขทางการกัมพูชามีการส่งออก 205,717 ตันเท่านั้น
ส่วนพม่า ข้าวสารคุณภาพดีกำลังเป็นที่ต้องการในการส่งออกอย่างถูกกฎหมายจึงไม่มีการลักลอบสวมสิทธิ แต่นายออง คยอฮะตู ผู้จัดการบริษัททางการเกษตรของพม่า ระบุว่า มีการลักลอบส่งออกข้าวมาไทย ส่วนใหญ่เป็นข้าวหักคุณภาพต่ำราว 1.2 แสนตันในปี 2555 และน่าจะนำมาขายในโครงการรับจำนำข้าวไทย
ด้านนายเกียรติศักดิ์ กัลยาสิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท โนเวล อะกริเทรด ชี้ว่าเนื่องจากไม่สามารถแยกแยะได้ระหว่างข้าวไทยกับข้าวเขมร การลักลอบนำข้าวมาขายให้รัฐบาลไทยเพื่อทำกำไรจึงเป็นสิ่งที่ง่ายดายอย่างยิ่ง
ข้อมูลข่าวจากศูนย์ข่าว Pacific
MThai News








