พร้อมพงศ์ ชี้ นายกฯ ขู่ฟ้องกลับข่าวทุจริตข้าวแค่แสดงจุดยืน อัด ผู้ตรวจการฯ 2 มาตรฐานปมบิ๊กแจ็ส
16 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่ยังไม่ยอมหยุดปล่อยข่าวเรื่องข้าวไทยมีสารปนเปื้อนว่า

เป็นเรื่องดีที่นายกฯแสดงจุดยืนเรื่องนี้ เพราะการปล่อยข่าวจากฝั่งตรงข้ามรัฐบาลทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นไหว และสร้างความเสียหายให้อุตสาหกรรมข้าวไทยไปทั่วโลก
ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การปิดปาก ข่มขู่ หรือต้องการกลบเกลื่อนเรื่องโครงการทุจริตจำนำข้าว ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีหลักฐานการทุจริตจริง ให้นำมาเปิดเผยหรือยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ทันที อย่ามาจินตนาการรายวัน เพื่อสร้างอุปทานหมู่ให้ประชาชน
ขณะนี้มีกระบวนการทำลายโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล เพื่อหวังล้มรัฐบาล โดยใช้วิธีปล่อยข่าวในโซเซียลเน็ตเวิร์ค วิทยุชุมชน และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบางช่อง จึงขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสเรื่องการปล่อยข่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อเอาผิดกับผู้เป็นต้นตอปล่อยข่าว อย่าให้คนไม่กี่กลุ่มมาทำลายข้าวไทย
ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่ารัฐบาลเป็นผู้ทำลายอุตสาหกรรมข้าวไทยนั้น ฝ่ายค้านอย่ามายัดเยียดว่า รัฐบาลทำลายข้าวไทย เพราะไม่เป็นความจริง คนที่พูดไม่รู้เอาสมองส่วนไหนมาคิด
นอกจากนี้นายพร้อมพงศ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กรณีเดินทางไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประดับยศให้ที่ฮ่องกงว่า
ส่วนตัวเห็นว่ากรณีของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่ใช่การใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ซึ่งการเดินทางไปพบผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือไม่ใช่เรื่องเสียหายต่อราชการ เพราะเป็นวัฒนธรรมไทยที่ผู้น้อยไปหาผู้ใหญ่ที่นับถือ และได้ทำหนังสือลาราชการอย่างถูกต้องดังนั้นไม่ใช่เรื่องการทำผิดจริยธรรม
และขอตั้งข้อสังเกตถึงการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ ว่าที่ผ่านมาภาคประชาชนเคยยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการฯตรวจสอบจริยธรรมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 21 พ.ย.55กรณีถูกกระทรวงกลาโหม ปลดออกจากราชการ จนอาจมีผลกระทบต่อสถานะส.ส. แต่นายอภิสิทธิ์กลับยังดำรงตำแหน่งส.ส.อยู่ แต่ผ่านมาเกือบปียังไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบ จึงอยากทราบว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐานในการทำหน้าที่หรือไม่
MThai News




