ส.ส.เพื่อไทย แฉ! แก๊งไอติม มีจริง 4-5 คน ชงข้อมูลเพี้ยนนายกฯ

ส.ส.เพื่อไทย แฉ! แก๊งไอติม มีจริง 4-5 คน ชงข้อมูลเพี้ยนนายกฯ แนะโละทิ้ง! ซัดพรรคตกต่ำหายหัว

จากการที่เมื่อช่วงวันที่ 4ก.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงได้เปิดเผยตอนหนึ่งระหว่างเดินทางเข้าทำงานที่กระทรวงแรงงานวันแรก ระบุว่ารัฐบาลมีแก๊งไอติมคอยเสี้ยม คอยชี้นำข้อมูลการเมืองผิดๆ ให้นายกรัฐมนตรี จนทำให้เห็นปัญหาไม่ถูกต้อง จากนั้นวานนี้ (5ก.ค.) นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปฏิเสธอย่างฉับพลันว่ากลุ่มก้อนดังกล่าวไม่มีอยู่จริงนั้น

แก๊งไอติม, ข่าวแก๊งไอติม

ล่าสุดในวันเดียวกัน นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ก็ได้ออกมายืนยันว่าแก๊งดังกล่าวมีอยู่จริง โดยระบุว่า

แก๊งไอติมที่ว่ามีอยู่ประมาณ 4 – 5 คน คอยนำเสนอข้อมูลให้นายกฯ แต่เป็นข้อมูลที่ผิดเพี้ยน ไม่เข้าใจการเมือง จึงสะท้อนปัญหาไม่ถูกต้อง แตกต่างจาก ส.ส.ที่รับฟังความเห็นประชาชนมาโดยตรง แต่ข้อมูลต้องถูกตัดตอนเพราะแก๊งไอติม ส.ส.บ่นกันทุกคนเรื่องการพบปะพูดคุยกับนายกฯ จะโดนแก๊งไอติมนี้กีดกันตลอด ก่อนหน้านี้เวลาพรรคตกต่ำก็หนีหายหัวกันหมด แถมยังไปร่วมกับศัตรูออกทีวีอัดพวกเดียวกัน วันนี้ต้องโละแก๊งไอติมทิ้งให้หมดแล้ว ตั้งคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาทำงานแทน

นอกจากนี้ น่าสังเกตว่ามีการแบ่งงานให้ท่านนายกฯ ควบคุมดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน งานนายกฯ ก็เยอะอยู่แล้ว คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย นอกจากจะให้ใครบางคนมาดูแลตรงนี้ ซึ่งน่าจะเป็น นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ ก็ต้องถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรหรือเปล่า

คนใกล้ชิดนายกฯ บางคน ส.ส.เห็นหน้าแล้วทักทายไม่ลง เข้าพรรคมาก็ไม่มีใครไหว้ ทิ้งพรรคไปเมื่อยามตกต่ำ พอพรรคดีขึ้นก็กลับมาอยู่ด้วย จึงอยู่ได้แค่ทำเนียบรัฐบาลเท่านั้น

วันนี้ต้องเอาคนที่รักพรรค ต่อสู้ร่วมกันมา ไม่ใช่เอานักรบนักสู้ถอยไปอยู่ข้างหลังหมด ร.ต.อ.เฉลิม ก็ถูกย้าย กระทรวงสาธารณสุขมีหมอมาไล่ แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการยังอยู่ปกติ คนทำงานอย่าง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต รมช.สาธารณสุข กลับถูกปลด

ขณะเดียวกัน ขณะนี้การเมืองกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ ฝ่ายล้มล้างรัฐบาลกำลังเดินเกมกันอยู่ ดังนั้นต้องรักษามวลชน ต้องรักษามิตรไว้ให้ดีที่สุด เหมือนอย่างที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ถามว่าจะเอาเงินหรือเอาประชาชน

เรื่องกฎหมายการเงินฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไปแน่ จะเอาเรื่องนี้มาเล่นงานเรา ตอนนี้ก็ออกมาสามัคคีบาทากันเต็มไปหมด ดังนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน โหวตวาระ 3 ที่ค้างอยู่ในสภาไปเลย และต้องนิรโทษกรรมให้พี่น้องเราก่อน

ถ้าไปแข็งขืนเดินหน้าเรื่องกฎหมายการเงินต่างๆ สุดท้ายจะล้มบนดาบ ไม่ได้อะไรสักอย่าง รัฐบาลต้องตั้งหลักให้ดี วันนี้คนที่ต่อสู้ร่วมกันมายังติดคุกอยู่ ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ แต่คนที่เคยเป็นศัตรู เคยทรยศกลับได้ดี กลุ่มทุนต่างๆ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกลับได้งานเยอะแยะ คนกันเองก็รู้สึกสะท้อนใจ

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มส.ส.ของเพื่อไทยจะออกมาแอนตี้ไม่ชอบกับกลุ่มแก๊งไอติม แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดน้อยใจอะไร พร้อมส่งภาพกลุ่มขณะกำลังรับประทานไอศกรีมอยู่อย่างเอร็ดอร่อยที่โปแลนด์ผ่านไลน์ PMReporter มาให้ชมเป็นการยืนยันว่ากลุ่มดังกล่าวมีอยู่จริงด้วย

Mthai News

แรง! ดร.เสรี โพสต์20เหตุผล ขับไล่รัฐบาล

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวานนี้ (5 ก.ค.) ดร.เสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการอิสระด้านสื่อสารมวลชนและประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ค “ดร.เสรี วงษ์มณฑา” แสดงความคิดเห็นข้อแตกต่างและเหตุผลที่ต้องออกมารวมพลังขับไล่รัฐบาล จำนวน 20 ข้อ โดยระบุว่า

เสรี วงศ์มณฑา

“เชื่อว่าคนที่คิดเป็นจะมองเห็นความแตกต่างระหว่างข้อความต่อไปนี้

1. ต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กับ ต่อต้านรัฐบาลที่ทำสิ่งไม่ถูกต้อง

2. การวิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของรัฐบาลด้วยข้อเท็จจริง กับ การด่าว่าด้วยอคติ

3. ความจำเป็นที่ต้องวิจารณ์คนที่ทำไม่ถูกต้องไม่เลิก กับคำว่าไม่ยอมก้าวข้าม

4. การมองเห็นความอับปัญญาไร้ภาวะผู้นำของนายกฯ กับการจับผิดกล่สวหาด้วยความอิจฉา

5. การได้รับเลือกตั้งให้จัดตั้งรัฐบาล กับ การเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแล้วจะทำอะไรก็ได้

6. การโต้แย้งด้วยเนื้อหาที่เป็นเหตุเป็นผล กับ การไม่โต้แย้งประเด็นใดเลยแต่ด่าคนที่คิดต่างเสียๆหายๆด้วยถ้อยคำต่างๆ

7. การโต้แย้งประเด็นต่างๆด้วยความเป็นมิตรโดยไม่มีการประเมินอีกข้างหนึ่ง กับการเถียงด้วยการต้องประเมินอีกข้างว่าโง่บ้าง ไม่ดีบ้าง อคติบ้าง

8. การนำเอาความผิดพลาดความไม่ถูกต้องของรัฐบาลมาเผยแพร่ให้ความกระจ่างที่คนควรรู้ กับการสร้างความแตกแยก

9. การรับจำนำ กับการรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาด

10. เงินกู้ที่ผู้กู้ใช้ตัวเองกู้ใช้เงินตัวเองจ่ายคืน กับ เงินกู้ทีใช้เครดิตประเทศกู้และใช้เงินจากงบประมาณในการใช้หนี้

11. เงินส่วนตัวกู้เอง ใช้คืนเอง กับเงินแผ่นดินที่คนทั้งประเทศถูกบังคับให้ร่วมกู้และร่วมรับภาระหนี้

12. การต่อต้านวิธีการใช้เงินที่ไม่ถูกต้อง กับ การต่อต้านความเจริญ(ความเจริญใครก็ยินดีสนับสนุน แต่เงินที่จะใช้ในการพัฒนาจะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้)

13. ความท้อแท้ กับ การยอมแพ้

14. การไม่วิจารณ์ กับ การเป็นสาวก

15. การวิจารณ์รัฐบาลด้วยความรักชาติ กับ การรับจ้างทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะเห็นแก่เงิน

16. การพูดจาด้วยความสุภาพให้เกียรติผู้อื่น กับ การใช้วาจาหยาบคายไม่ให้เกียรติคนอื่น

17. การเป็นประชาชนที่ถกเถียงกันตามแนวทางประชาธิปไตย กับ การทำตัวเป็นสาวกปกป้องคนที่ตนชื่นชอบแบบมัวเมาไม่ยอมเปิดหูเปิดตา

18. การหาข้อมูลหลายด้าน การมีเหตุผลและหลักฐานในการนำเสนอ กับ การฟังความข้างเดียวแบบถูกครอบวำและคิดว่าคนท่คิดต่างเป็นคนเลว

19. ความพยายามหาข้อมูลเพื่อให้รู้จุดยืนและแรงจูงใจของคนที่คิดต่าง กับ การวิจารณ์เขาด้วยข้อความที่เสียๆหายๆโดยไม่รู้จักพื้นภูมิหลังของเขาเลย ทั้งการศึกษา การทำงาน และแรงจูงใจในการแสดงความคิดเห็น

20. การมีวิสัยทัศน์ในการมองอนาคตของประเทศระยะยาว กับ การมองประโยน์ส่วนตนที่จับต้องได้ในวันนี้

หวังว่าคนที่ใช้ปัญญาด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง คงมองความต่างของข้อความแต่ละคู่ออกนะ”

ผบ.เหล่าทัพตบเท้ายินดี ยุทธศักดิ์

ผบ.เหล่าทัพตบเท้ายินดี ยุทธศักดิ์ เจ้าตัวยันไม่เด้ง “บิ๊กเจี๊ยบ-บิ๊กตู่” พ้นเก้าอี้ เล็งนัดเฉลิมกินข้าวสักมื้อให้ระบาย

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ผู้สื่อข่าว MThai Newsรายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 13.00 น. วานนี้ (5 ก.ค.) พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินเข้าพบ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เพื่อแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ ผบ.เหล่าทัพและผบ.ตร.ได้มาแสดงความปรารถนาดีและน้ำใจไมตรีที่ตนได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งรมช.กลาโหม ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งรมว.กลาโหม เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนั้นจะทำให้การขออนุมัติหรือการตัดสินใจในการดำเนินงานมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หากมีปัญหาอะไรก็สามารถหารือกันได้ทันที โดยไม่ต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์ก็สามารถหารือกันได้ทันที ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับผบ.เหล่าทัพมีความสบายใจในเรื่องความเป็นปึกแผ่นของกองทัพ รวมถึงการจัดกำลังให้เหมาะสม

เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลต้องให้ความมั่นใจและเชื่อใจต่อ ผบ.เหล่าทัพว่าการที่พิจารณาบุคคลกับการทำงานให้เหมาะสมนั้น เรื่องตำแหน่งมีความสำคัญ แต่เรื่องยศตำแหน่งถ้ามีนโยบายทางการเมือง เราก็สามารถสนับสนุนกันได้

ส่วนตำแหน่งที่จะเข้าไปดูแลรักษาประเทศชาติ จะต้องให้ความไว้วางใจกับผู้บังคับหน่วย สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงนั้น

เรื่องนี้จะต้องดูว่านายกรัฐมนตรีจะมอบหมายตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) ให้ใคร ซึ่งตำแหน่งนี้มีความสำคัญมาก เปรียบเสมือนเป็นเสนาธิการของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาภาคใต้

ดังนั้นผู้ที่จะมาทำหน้าที่นี้จะต้องสามารถรวบรวมความคิดของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และเหล่าทัพ รวมถึงกอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียว

ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้สอบถามผมว่าก่อนที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน อดีตรองนายกรัฐมนตรีจะมารับตำแหน่งผอ.ศปก.กปต. ว่าผมได้ทำหน้าที่นี้มาก่อนหรือไม่ ซึ่งผมก็ได้ทำมา

แต่นายกรัฐมนตรีจะต้องมีการสอบถามจากหลายฝ่ายก่อน เพื่อให้งานสามารถเดินไปด้วยกันได้ แต่ในส่วนของผมก็พร้อมที่จะทำงาน ผมได้บอกผบ.ทบ. ว่าผมจะขอติดตามคณะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยทุกครั้ง

ทั้งนี้วันนี้ได้มีการหารือร่วมกับผบ.เหล่าทัพ เรื่องการปรับย้ายนายทหารหรือไม่นั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้พูดกับตนว่าภายในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ ขอให้ตนนัดผบ.เหล่าทัพหารือนอกรอบถึงแนวทางในการปรับย้ายของแต่ละเหล่าทัพ

โดยจะต้องมีการพิจาณาเรื่องความรู้ ความสามารถและความเหมาะสมที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งนั้นๆ เมื่อได้มีการหารือร่วมกันแล้วจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอนายกรัฐมนตรีในฐานะรมว.กลาโหมต่อไปว่าจะมีการแก้ไขอะไรหรือไม่ หากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะเชิญรมว.กลาโหมมาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกันตำแหน่งผบ.สส. และผบ.ทบ.จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยน 2 ตำแหน่งดังกล่าวนี้นั้น ผบ.สส.ทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว มีความเหมาะสมและเอาใจใส่ในตำแหน่งหน้าที่ของท่าน

ส่วนผบ.ทบ.มีความขยันมาก สามารถดูแลควบคุมการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมีการพิจารณาปรับย้ายใน 2 ตำแหน่งนั้น ซึ่งตอนนี้ให้เกียรติผบ.สส.และผบ.ทบ.ในฐานะผู้บังคับบัญชาในการพิจารณาปรับย้ายในครั้งนี้

นอกจากนี้ปัญหาความขัดแย้งของร.ต.อ.เฉลิม กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.นั้น เรื่องนี้ผมไม่ทราบ ต้องฟังเขาก่อน วันหลังขอให้ไปฟังร.ต.อ.เฉลิมพูด เพราะผมได้นัดกินข้าวกับร.ต.อ.เฉลิม 1 มื้อ เผื่อว่าร.ต.อ.เฉลิมจะมีอะไรระบายกับผม เพราะผมเป็นที่ระบาย เปรียบเสมือนเป็นกระโถน ไม่เป็นอะไร

Mthai News

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร

ยุทธศักดิ์ ศศิประภา, ข่าวกลาโหม, ข่าวทหาร