อย.พบยาเถื่อน ปนสารสเตียรอยด์ตายฉับพลัน!!

อย.เตือน ยาร่วมหว่านหัวใหญ่ สมุนไพรประดง 109 มีสเตียรอยด์มีผลข้างเคียงสูง กระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ กระดูกผุ ภูมิคุ้มกันลดลง บางรายอาจถึงขั้นไตวายเป็นอันตรายถึงชีวิต

17

นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พะเยาได้รับแจ้งจาก อย. และ สสจ.แพร่ น่าน พิษณุโลก ระนอง ลำพูน ชัยภูมิ เลย และสมุทรสงคราม ให้ตรวจสอบเฝ้าระวังสถานที่ผลิตยาแผนโบราณชื่อ ยาร่วมหว่านหัวใหญ่ สมุนไพรประดง 109  เนื่องจากยาดังกล่าวแสดงฉลาก ยานี้ปรุงที่วัดถ้ำไซย้อย บ้านหล่ม ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ท่านหลวงพ่อแก้ว ธรรมโล ผู้ปรุง แสดงเครื่องหมาย อย. และมีอักษรภายในซึ่งเปลี่ยนไปในแต่ละที่

ทั้งนี้ผลจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่พบว่า ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ไม่มีวัดชื่อ วัดถ้ำไซย้อย และจากการสอบถามที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.พะเยา ไม่มีพระชื่อ หลวงพ่อแก้ว ธรรมโล ที่สำคัญ สสจ.แทบทุกจังหวัดที่แจ้งขัอมูลตรวจพบว่า ยาดังกล่าวปนเปื้อนยาสเตียรอยด์

สำหรับยากลุ่มสเตียรอยด์ จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ต้องใช้ภายใต้ความดูแลของแพทย์ เพราะเป็นยาที่มีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกายแทบทุกระบบ มีผลข้างเคียงสูง ผู้ผลิตที่เห็นแก่ได้มักนำมาผสมในยาแผนโบราณเพื่อให้เกิดผลในการรักษาที่รวดเร็ว แต่จะทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้มากมาย ถ้าไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา ได้ง่าย เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลงอาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กล้ามเนื้อลีบ กระดูกผุ ภูมิคุ้มกันลดลง บางรายอาจถึงขั้นไตวายเป็นอันตรายถึงชีวิต

รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า   ยาดังกล่าวยังพบขายผ่านทางเว็บไซต์หนึ่ง ขณะนี้ อย.กำลังดำเนินการสืบสวนหาแหล่งผลิตและผู้จำหน่ายรายใหญ่ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเข้มงวด มิให้โฆษณาขายยาหลอกลวงผู้บริโภคต่อไป หากผู้บริโภคจะเลือกซื้อยาแผนโบราณ ขอให้ซื้อยาจากร้านที่มีใบอนุญาตขายยาเท่านั้น อย่าหลงเชื่อโฆษณาขายยาทางอินเทอร์เน็ต วิทยุชุมชน เคเบิลทีวี เพราะ อย. ไม่เคยอนุญาตให้มีการโฆษณาขายยาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง นอกจากนี้ อย่าซื้อยาที่วางขายตามตลาดนัดหรือตามวัดหรือเร่ขายตามที่ต่างๆ เพราะยาที่โฆษณาผิดกฎหมายและไม่ได้ขายในร้านขายยา อาจมีการลักลอบใส่สเตียรอยด์ และขอให้ซื้อยาที่บนฉลากมีเลขทะเบียนตำรับยาซึ่งแสดงว่าได้รับอนุญาตจาก อย.แล้ว

“ทะเบียนยาแผนโบราณกรณีที่ผลิตในประเทศ ฉลากจะระบุตัวอักษร G ตามด้วยลำดับที่/ปี พ.ศ. สองหลักสุดท้าย  และมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ฉลาก เช่น ชื่อผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต เลขที่หรือครั้งที่ผลิต ปริมาณยาที่บรรจุ รวมทั้งควรสังเกตว่าหีบห่อต้องอยู่ในสภาพดี ไม่เปียกชื้น และอย่าซื้อเพราะคำโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณ หรือการอ้างถึงบุคคลที่ใช้แล้วได้ผล ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการขายยาที่ลักลอบผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง โปรดแจ้งร้องเรียนให้ อย.ทราบที่สายด่วน อย. 1556 หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่พบเห็นการกระทำความผิดนั้นๆ” รองเลขาธิการ อย. กล่าว

Mthai news

แท็กซี่ไทย ทำไมไม่รับผู้โดยสาร

จากกรณีที่มีข่าวจากสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเด็กนักเรียนชายหัวเกรียนคนหนึ่ง โมโหรถแท็กซี่และปฏิเสธผู้โดยสาร ซึ่งเด็กคนนี้ได้ไปนั่งขวางข้างหน้ารถแท็กซี่พร้อมตะโกนว่าต่างๆนานๆ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนการเดินทางไปไหนมาไหน แสนจะลำบากสำหรับผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวที่ต้องพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ

ซึ่งหากบ้านใครใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส หรือ รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ถือว่าโชคดีไป แม้ราคาจะแพงหน่อยแต่ก็คุ้มกับการที่ไม่ต้องเสียเวลาอยู่บนท้องถนนที่ต้องเจอกับสภาพการจราจรมหารถติดและน้ำท่วมขัง ส่งผลให้การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่งจนหลายคนต้องทำใจ ระบบขนส่งทางเลือกบนท้องถนน นอกจากรถเมล์ประจำทางและรถตู้โดยสาร ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่กระเป๋าหนักพอสมควรและไม่อยากแย่งที่นั่งหรือไปยืนแออัดบนรถเมล์ พาหนะที่ว่านี้คือ รถแท็กซี่

รถแท็กซี่ หนึ่งในการโดยสารที่ถูกผู้โดยสารบ่นและพูดถึงมากที่สุดเมื่อใช้บริการ หรือแม้แต่เรื่องโบกรถก็ยังสามารถเอามาให้บ่นได้ วันนี้ทีมงาน Mthaiข่าวภาคซ่าส์ขอรวบรวมประเด็นสุดฮอตเกี่ยวกับรถแท็กซี่และไขความจริงที่ว่าทำไมรถแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร

แท็กซี่ไม่้รับผู้โดยสาร

สาเหตุยอดนิยมที่คนขับรถแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร

1.ส่งรถ – ข้ออ้างนี้จะเกิดขึ้นกับรถแท็กซี่โดยสารประเภทเช่า หรือง่ายๆก็คือ ไม่ใช่รถของตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็นเวลาตั้งแต่บ่าย 3 โมงขึ้นไป ซึ่งถ้าแท็กซี่คันไหนบอกว่ากลัวส่งรถไม่ทัน แต่ยังไปรับคนข้างหน้า อาจจะเป็นเพราะสถานที่ที่คนข้างหน้าไปใกล้กับอู่ที่จะไปส่งรถ เมื่อคำนวนเวลาแล้วยังพอได้ ซึ่งหากไปส่งรถช้าก็จะโดนปรับเพิ่มอีก

2.สถานที่ไปส่งไกล-รถติด ไม่คุ้มกับการตีรถกลับมาหรือหาผู้โดยสารขากลับก็มักเป็นสาเหตุที่ถูกปฏิเสธด้วย โดยมีข้อมูล 6 ย่านที่คนขับรถแท็กซี่ไม่ค่อยอยากไปส่งผู้โดยสาร ดังนี้คือ
1.พระราม 2 มหาชัย
2.แจ้งวัฒนะ นนทบุรี
3.ลาดกระบัง สุวรรณภูมิ
4.พุทธมณฑล นครปฐม
5. บางบัวทอง นนทบุรี แคลาย บางขวาง รัตนาธิเบศร์
6.บางนา ศรีนครินทร์ สำโรง

3.ความเสี่ยงในการไปส่งผู้โดยสาร เช่น ทางเปลี่ยว ดึกดื่น ซึ่งถ้าไปในสถานที่เกิดเหตุแบบนั้นไม่สามารถเรียกให้ใครช่วยได้และอาจจะเกิดภัยอันตรายต่อชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน

4.แท็กซี่ผี เหตุผลสุดท้ายที่เรียกแท็กซี่คันนั้นแล้วไม่ยอมไป เนื่องจากเป็นแท็กซี่คิดราคาเหมาส่วนใหญ่มักจะจอดอยู่ตามสุขุมวิท โรงแรม หรือตามห้างดัง ส่วนใหญ่ตั้งใจที่จะไม่รับผู้โดยสารในราคามิเตอร์อยู่แล้ว ถ้าจะไปต้องยอมเหมาไป หรือจะรับเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ เพราะได้ราคาและทิปดี

ทั้งนี้มีพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมรถแท็กซี่ให้รับผู้โดยสาร ในมาตรา 93 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เว้นแต่การบรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือแก่คนโดยสาร ในกรณีที่ผู้ขับขี่รถแท็กซี่มีความประสงค์จะไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ให้แสดงป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารวิธีการแสดงป้ายและลักษณะของป้ายงดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารให้ เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ นอกจากนี้กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เพิ่มข้อหาหลักอีก 1 ข้อหา คือแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร ซึ่งหากฝ่าฝืนจะถูกจับกุมและปรับ 1,000 บาท โดยไม่มีการตักเตือน

ข้อมูลควรรู้คือ คนขับรถแท็กซี่เช่าจะต้องจ่ายค่าเช่ารถประมาณ 400 – 450บาท ต่อกะ (12 ช.ม.) เงินนี้จ่ายให้กับเจ้าของรถหรือเจ้าของอู่ ส่วนค่าน้ำมันและค่าแก๊สผู้ขับต้องออกเอง รวมแล้วทั้งค่ารถ+แก๊สจะตกประมาณ 800 -1000บ. ต่อกะ ซึ่งหากวันหนึ่งขับรถหาเงินได้มาแค่ 1,000บาทก็ต้องจ่ายเจ้าของอู่รถหมด หรือเท่ากับว่าวันนั้นทั้งวันทำงานฟรีนั่นเอง ส่วนใหญ่ผู้ขับรถแท็กซี่จะเหลือเงินที่ได้จากการหักค่ารถและค่าแก๊ส อย่างต่ำประมาณ 200 -500 บาท

แต่ไม่ใช่ว่าแท็กซี่ในประเทศไทยจะมีแต่เรื่องแย่ๆ เสมอไปเพราะที่ผ่านมายังเคยปรากฎข่าวของคนขับรถแท็กซี่ใจดีช่วยทำคลอดหญิงบนรถ ในขณะที่การจราจรติดขัด หรือกรณีที่คนขับรถแท็กซี่พลเมืองดีช่วยสกัดจับคนร้าย และเรื่องราวที่มีปรากฎตามหน้าสื่อเป็นประจำนั่นคือการที่แท็กซี่เก็บของมีค่าได้แล้วส่งคืนเจ้าของ

หากมองในอีกมุมหนึ่งคนขับรถแท็กซี่เช่าเป็นอาชีพที่น่าเห็นใจและมีความเครียดสูงจากการได้พูดคุยกับคนขับรถแท็กซี่หลายรายทราบว่า คนขับแท็กซี่เช่าไม่ได้สบายอย่างที่คิด ไม่มีแท็กซี่คนไหนไม่อยากรับผู้โดยสารหรือไล่ผู้โดยสารกันทั้งนั้น แต่บางครั้งต้องเข้าใจว่าหากรับไปต้องขึ้นอยู่กับความเสี่ยงหลายต่อ 1.เสี่ยงขาดทุน เสียรายได้ 2.เสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ในเรื่องกิริยามารยาท การให้เกียรติผู้โดยสารนั้นอยากให้มองเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่อยากให้เหมารวมว่าแท็กซี่ทุกคนไม่ดี อย่างไรก็ตามทุกอาชีพในสังคมมีหน้าที่ของตนเอง หากทุกคนทำหน้าที่ในอาชีพของตัวเองอย่างดีที่สุดหรือหัดมองหลายมุม เอาใจเขามาใส่ใจเรา เชื่อว่าสังคมก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
MthaiNews

นายกเยือนโปแลนด์แลกเปลี่ยนแผนจัดการน้ำ-หนุนปชต.

นายกรัฐมนตรี จัดรายการรัฐบาลพบประชาชน ตอกย้ำ เยือน โปแลนด์ แลกเปลี่ยนแผนจัดการน้ำ ลุยท่องเที่ยว หนุนประชาธิปไตย

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดรายการ รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐโปแลนด์ อย่างเป็นทางการ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ข่าวยิ่วลักษณ์เยือนโปแลนด์, ยิ่งลักษณ์เยือนโปแลนด์

โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครั้งนี้เป็นการเยือนครั้งแรก ในรอบ 40 ปี ของผู้นำไทย ส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาเยือน เพราะเป็นประเทศที่สวยงาม อีกทั้ง โปแลนด์ เป็นประเทศที่มีศักยภาพติด 7 ประเทศ เหมาะแก่การส่งสินค้าออกในกลุ่มประเทศ EU

และยังเป็นประเทศที่มีภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศไทยและอาหารไทย ซึ่งในครั้งนี้ ถือโอกาสนำภาคเอกชนไทย 5 บริษัท เข้ามาลงทุนที่นี่ โดยได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนเรื่องประชาธิปไตยนั้น ส่วนตัวคิดว่า สามารถแชร์ร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศได้ รวมถึงเรื่องพลังงาน และอุทกภัยด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ไทยได้ยกระดับกลไกกระทรวงต่างประเทศ ในการติดตามความร่วมมือด้านกรรมาธิการร่วมและได้เชิญ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ไปเยือนประเทศไทย พร้อมทั้ง ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าภายใน 5 ปี 1 พันล้านเหรียญสหรัฐด้วย

Mthai News