กลาโหม บอกไม่รู้ เฉลิม ทวี ขัดแย้งแก้ใต้ ปัดตำรวจ-ยุติธรรมขัดแย้ง ก่อนบอกเป็นเรื่องดีที่นายกฯ คุมกลาโหมเอง
ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ก.ค. พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้แทนจากส่วนราชการต่างๆ จากทั้งกองทัพไทย เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งที่3

โดยพ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การดำเนินการในส่วนของด้านพัฒนา เราได้มีการจัดทำโครงการฟื้นฟูนาร้างให้เป็นผืนนาที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ชาวนามีผลผลิต โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)
ได้บูรณาการร่วมกัน และยังมีการจัดเวทีชาวบ้านไปแล้ว 26 ครั้งใน 26 ชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ส่วนงานด้านความมั่นคง เรามีโครงการพาคนกลับบ้านด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เห็นต่างที่หลบหนีจากบ้านเข้ารายงานตัวแสดงตนเพื่อแสวงหาทางอออกจากปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน ซึ่งจากการรณรงค์สร้างความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ตั้งแต่ 11 ก.ค.55 – 27 มิ.ย.56 มีผู้เข้ารายงานตัวแสดงตนผ่านหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว จำนวน 318คน โดยเป็นผู้ที่มีหมายจับตามหมาย พ.ร.ก.และหมาย ป.วิอาญา จำนวน 171 คน
สำหรับงานด้านยุติธรรม เราได้มีโครงการเชิญสื่อมุสลิมเยือนไทยประจำปี 2556 โดยกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินโครงการเชิญสื่อมวลชนจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ปากีสถาน กาตาร์ บาห์เรน โมร็อกโก ตุรกี และเซเนกัล รวม 12 คน เยือนไทย ระหว่างวันที่ 23-29 มิ.ย. 56 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาคมโลกมุสลิมเกี่ยวกับสถานการณ์และนโยบายของรัฐบาลต่อชาวไทยมุสลิมที่ได้มีการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้การอำนวยความเป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ เราได้มีการติดตามตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ โดยทางราชการได้พิจารณาเร่งรัดคดีที่ยังค้างการพิจารณา
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น วางอยู่บนความจริงใจของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม ให้คุณค่ากับชีวิตมนุษย์ ดำรงคุณภาพชีวิต ความมีเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายด้วยความถูกต้องเป็นธรรมการสอบสวน
สำหรับคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2547 – 31 พ.ค.56 แบ่งเป็นคดีอาญารวม120,472 คดี แบ่งเป็นคดีอาญาทั่วไป111,418 คดี และคดีความมั่นคง 9,054 คดี แบ่งออกเป็น ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด6,916คดี รู้ตัวผู้กระทำความผิด 2,138 คดี รู้ตัวจับได้1,529 คดี และรู้ตัวหลบหนี 609 คดี

ขณะที่ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเต็มที่ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการดูแลสถานการณ์ในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารจะดูแลพื้นที่ด้านนอก ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลพื้นที่ในเมือง โดยการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด เพื่อป้องกันการก่อเหตุ
ส่วนกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้ามาเป็นรมว.กลาโหมนั้น เชื่อว่า จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการเข้ามารับตำแหน่งของพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาดูแลงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกคนมีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชน คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ที่สำคัญมีคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.)ทำหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามปัญหาความขัดแย้งระหว่างร.ต.อ.เฉลิม อยุ่บำรุง รมว.แรงงานกับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต.นั้นไม่ทราบ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนดี มีความรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ส่วนพ.ต.อ.ทวีก็เป็นคนดีเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของตำรวจและกระทรวงยุติธรรมมีความเป็นเอกภาพ ไม่ได้มีปัญหากัน
MThai News