ยอดดับแผ่นดินไหวอาเจะห์ พุ่ง22 เจ็บ200

คืบหน้า! เหตุแผ่นดินไหวจังหวังอาเจะห์ของอินโดนีเซีย พบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 22 ราย บาดเจ็บอีก 200 คน

แผ่นดินไหว,อินโดนีเซีย

สำนักข่าววอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า ในวันนี้ (3 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของอินโดนีเซีย รายงานความคืบหน้า เกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดอาเจะห์ ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศ สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับพื้นที่ดังกล่าว ทั้งอาคารพาณิชย์มากมาย ต้องถล่มด้วยแรงสันสะเทือน 6.1 ริกเตอร์ ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัย พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 22 รายแล้ว บาดเจ็บกว่า 200 ชีวิต

นอกจากนี้ อาคารและบ้านเรือนของประชาชน ยังเสียหายกว่า 1,500 หลัง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่า มีแนวโน้มอาจจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังระดมความช่วยเหลือ และประสานงานเร่งค้นหาผู้บาดเจ็บโดยด่วน

สุดเฟี้ยว! สนูป ด็อกก์ ยกกองถ่ายทำในไทย ส่งเสริมวัฒนธรรม

MThai News: เป็นศิลปินที่แนวแร็พฮิพฮอพที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ถึงขั้นคยมาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยด้วย ล่าสุด ศิลปินวงSnoop Dogg ก็สร้างความประทับใจให้ชาวไทยอีกครั้ง กับการยกกองมาถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง Torn Apart จากอัลบั้ม Reincarnated ที่ได้เชิญสาวRita Ora มาร่วมงานด้วย

เพลง Torn Apart ,วงSnoop Dogg

ในมิวสิควิดีโอเพลง Torn Apartแสดงออกถึงความสวยงามของทะเล มีเด็กๆชาวบ้านมาร่วมแสดงด้วย นอกจากนี้ยังนำช้าง และลิงมาเพิ่มสีสันเข้ากับดนตรีของเพลง ผสมผสานการรำ ศิลปะการต่อสู้ และศิลปวัฒนธรรมอื่นๆอีกมากมาย ที่ถูกตัดต่อรวมลงในมิวสิควิดีโอเพลงนี้

ทั้งหมดนี้ทำให้ชาวไทยที่ได้ชมมิวสิควิดีโอเพลงนี้ต่างๆแสดงความชื่นชมเป็นจำนวนมาก

MThai News

ระวัง!! ใช้ครีมขาวใส เสี่ยงมะเร็ง

ก.สาธารณสุข เตือน วัยรุ่นไทย ที่นิยมใช้ครีมเปลี่ยนสีผิวให้ขาวใสเหมือนชาวเกาหลี มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งหนังได้มากกว่าผิวธรรมดา

08

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัจจุบันสังคมไทยกำลังนิยมการมีสีผิวขาวใส เพราะเชื่อว่าสามารถทำให้ดูดีขึ้น ดูสดใสเหมือนชาวเกาหลี โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิง และเริ่มแพร่หลายในกลุ่มนักเรียนมัธยมต้น โดยเฉพาะสาวประเภทสองจะนิยมใช้มาก เนื่องจากเข้าใจว่าทำให้ผิวขาวเนียนเหมือนผู้หญิง และทำให้ขนตามแขนขาเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีทอง ดูไม่น่าเกลียดเมื่อใส่ชุดโชว์เรือนร่าง จึงหันมาใช้ครีมเปลี่ยนสีผิวเนื่องจากราคาถูก ใช้แล้วเห็นผลเร็ว หาซื้อง่ายตามตลาดนัด ร้านเสริมความงาม และมีขายทางอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก

“ครีมเปลี่ยนสีผิวนั้นจะมีส่วนผสมหลักก็คือ สารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogenperoxide) สารนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนระคายเคืองสูง อาจทำให้เกิดระคายเคือง แสบ คัน และเป็นผื่น จะมีลักษณะเป็นน้ำ ในทางการแพทย์นำมาใช้ในการทำความสะอาดแผลที่ทำความสะอาดได้ยาก เช่น แผลลึก ปากแผลแคบ จากตะปูตำ ถูกแทง เป็นต้น” นพ.สุพรรณกล่าว

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทุกชนิดจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการกำหนดเครื่องสำอางควบคุม ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 ดังนั้นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ต้องมาขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อนผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นๆ โดยอนุญาตให้ผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมในอัตราส่วนไม่เกิน 12 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์สำหรับเล็บไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยในช่องปากไม่เกิน 0.1 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันไม่เกิน 6 เปอร์เซ็นต์ และผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหนังไม่เกิน 4 เปอร์เซ็นต์ หากเกินอัตราส่วนที่กำหนดถือว่าเป็นเครื่องสำอางผิดกฎหมาย

ด้านนายแพทย์จิโรจ สินธวานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า การนำสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์มาใช้กับผิวโดยตรง ถือว่าเป็นการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะไม่ได้มีข้อบ่งชี้กำหนดว่าให้ใช้สารนี้ในการฟอกสีผิว แต่เพราะค่านิยมในปัจจุบันจึงมีการนำมาใช้ผสมในครีมกัดผิวในเปอร์เซ็นต์ที่มีความเข้มข้นสูง เมื่อนำสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือครีมที่ส่วนผสมของสารนี้มาใช้กับผิวหนังเพื่อหวังให้ผิวขาว สารนี้จะไปกัดผิวชั้นนอกออก จึงทำให้ผิวดูขาวขึ้นจริง แต่จะขาวได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และหากใช้ตั้งแต่อายุยังน้อยและใช้บ่อยๆ จะทำให้ผิวหนังซึ่งเป็นเกราะป้องกันโดยธรรมชาติเสื่อมหรือบางลง เมื่อทาครีมหรือสารชนิดอื่นที่ผิวหนังก็จะเกิดการซึมซับของสารได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

ประการสำคัญ ผิวหนังที่ผ่านการใช้สารกัดผิวมาแล้วจะมีความทนทานต่อแสงแดดน้อยลง เนื่องจากสารเม็ดสีในผิวหนังที่เรียกว่าสารเมลานิน (Melanin) จะโดนฟอกออกไปด้วย ทำให้สารเม็ดสีน้อยลง หากใช้เป็นเวลานานจะเกิดอาการผิวแพ้ง่าย เมื่อโดนแสงแดด เหงื่อออกหรืออยู่ในที่ร้อนๆ ผิวหนังจะตึงและมีอาการแสบ คัน หากโดนแสงแดดซ้ำบ่อยๆ อาจทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นที่ผิวก่อนวัยอันควรได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญเซลล์ผิวหนังที่มีเม็ดสีน้อย เมื่อโดนแสงแดดมากๆ หรือเป็นเวลานานๆ จะถูกทำลายลึกไปถึงระดับโมเลกุลและระดับดีเอ็นเอด้วย จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดเป็นตุ่ม เป็นเม็ดแข็ง เป็นเนื้องอกผิวหนัง มีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าผิวธรรมดา

นอกจากนี้ เรื่องของจิตใจ เช่น ความเครียด การนอนดึก จะกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองมีการกระตุ้นการสร้างสารเมลานินมากขึ้น ทำให้ผิวหมองคล้ำ จึงควรทำจิตใจให้ผ่องใส พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

MThai news