ประยุทธ์ เชื่อ ยิ่งลักษณ์ ควบกลาโหม ไม่ล้วงลูก

ประยุทธ์ เชื่อ ยิ่งลักษณ์ ควบกลาโหม ไม่ล้วงลูก โว! ไม่มีใครกล้าทำได้ เชื่อสถานการณ์ใต้จะดีขึ้น

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาควบตำแหน่งรมว.กลาโหมจะมาล้วงลูกการปรับย้ายนายทหารว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

จะล้วงไหน แล้วจะล้วงได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่า เขาปรับย้ายอย่างไร การปรับย้ายทุกครั้งมี พ.ร.บ.กลาโหมอยู่ คือ ต้องมีการประชุมหารือกันในระหว่างเหล่าทัพและต้องมีความเห็นชอบร่วมกัน ที่ผ่านมาไม่มีใครมาล้วงได้

เพราะหน้าที่กระทรวงต้องทำหน้าที่รบกับอริราชศัตรู ดังนั้นการจะตั้งคนขึ้นมาทำหน้าที่นี้ถือว่า มีความสำคัญ จึงต้องมี พ.ร.บ.กลาโหมขึ้นมา เพื่อให้การคัดเลือกเกิดความเป็นธรรม ผบ.เหล่าทัพ ทุกท่านมีวุฒิภาวะที่ดีเพียงพอที่จะคัดเลือกคนในกองทัพขึ้นมา

อย่ามองว่า ตั้งคนขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์กับตัวเอง คิดว่า ประเทศชาติสำคัญกว่านั้น การจะตั้งใครขึ้นมารับผิดชอบทำอะไรสำคัญๆต้องมีการไตร่ตรอง ใคร่ครวญ มีคณะกรรมการของแต่ละเหล่าทัพตัดสินขึ้นมา

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาตั้งแต่มีการใช้พ.ร.บ.กลาโหมยังไม่เคยมีปัญหาความขัดแย้งในส่วนของเหล่าทัพ ตนไม่พูดถึงส่วนอื่น ซึ่งมีการเสนอขึ้นมาตามลำดับชั้น หากไม่ดีหรือทำงานไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาที่เสนอมาต้องรับผิดชอบ การแต่งตั้งทุกครั้งยังไม่เคยมีการใช้มติอะไร และยังไม่เคยพูดคำว่า มติในที่ประชุมด้วยซ้ำ

ทุกครั้ง ผบ.เหล่าทัพเสนอในส่วนของเหล่าทัพตนเองขึ้นมาในที่ประชุม โดยในที่ประชุมจะสอบถามว่า คนนี้ทำงานอย่างไร โตมาจากที่ไหน ที่ผ่านมาไม่เคยขัดแย้งกัน เป็นวัฒนธรรมของกองทัพ อย่าเอาความรู้สึกว่า ตัดสินว่า ต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าอะไรที่ไม่ชอบธรรม หรือไม่ถูกต้อง เหล่าทัพคงไม่ทำตาม เพราะมีพ.ร.บ.กลาโหมอยู่

ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเข้ามาควบตำแหน่งรมว.กลาโหม จะทำให้การแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นหรือไม่นั้น ประเทศไทยมีฝ่ายบริหารอยู่ คือ รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่ปกครองประเทศ ฝ่ายบริหารจะตั้งใคร จะเลือกใครมาบริหาร ไม่ใช่เรื่องของทหาร

ไม่ใช่เรื่องของตนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าวิพากษ์วิจารณ์ ตนคิดว่า ไม่ใช่ทหารแท้ เราสอนผู้ใต้ผู้บังคับบัญชาอยู่เสมอว่า ท่านไม่มีสิทธิ์ในการเลือกผู้บังคับบัญชา แต่ผู้บังคับบัญชามีสิทธิ์ในการเลือกท่าน เพราะกว่าที่เป็นผู้บังคับบัญชาในวันนี่ต้องเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาทีดีมาก่อน และต้องเคารพการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา นี่คือ วัฒนธรรม

ถ้าเราไม่มีส่วนนี้ก็รบกันไม่ได้ สั่งอะไรก็จะไม่ทำ ดังนั้นการที่นายกฯมาเป็นรมว.กลาโหมเป็นสิทธิ์ของท่านและรัฐบาล และเป็นไปตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ดังนั้นตนเลือกไม่ได้ และการที่ท่านมาเป็น นายกฯได้ฝากมาบอกกับพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหมว่า

ท่านจะไม่มาทำอะไรให้กองทัพเสียหาย เพราะฐานะที่เป็นเจ้ากระทรวงต้องทำให้ดีที่สุด สิ่งที่ท่านคาดหวัง คือ แก้ปัญหาภาคใต้ให้เร็วขึ้น แต่การแก้ปัญหาภาคใต้ไม่ใช่ว่า เปลี่ยนคนนี้มาทำงานแล้วภาคใต้จะดีขึ้น จะไม่มีการบาดเจ็บสูญเสีย มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะไม่ใช่เลขคณิต

การแก้ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาที่ซับซ้อน สิ่งที่ต้องการแก้ปัญหา คือ การขับเคคลื่อนงานในทุกมิติอย่างรวดเร็ว ซึ่งคนที่สั่งได้เร็วที่สุด คือ คนที่สูงสุด เมื่อคนสูงสุดมาสั่งแล้วยังไม่เดินหน้าอีกก็คงไม่ใช่ แต่คิดว่า งานต้องเดินหน้าไปได้เร็วขึ้น เพราะท่านสามารถรับทราบข้อมูลและตัดสินใจได้ทันที โดยไม่ต้องการกลั่นกรองกันอีกทีหนึ่ง

คิดว่า น่าจะดีขึ้น สิ่งที่เป็นปัญหาจะเร็วขึ้น แต่เดี๋ยวท่านจะบอกว่า เหตุการณ์ทำไมยังรุนแรงขึ้น สิ่งนี้จะทำให้เข้าทางฝ่ายโน้น ไม่ใช่ว่า ทำตรงนี้แล้วจะเกิดตรงนี้ 1-2-3 ทันที เป็นไปไม่ได้ ทั่วโลกมีปัญหา แก้ปัญหามา 50-60 ปี และเปลี่ยนนายกฯมาตั้งกี่คน ยังแก้ไม่ได้ สิ่งที่ตนเกรงคือ สิ่งที่เราวิจารณ์โดยไม่ตั้งใจ ท่านไม่รู้หรอกว่า จะทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกได้เปรียบ แล้วเขาจะคิดว่า เราจะไปชนะเขาได้อย่างไร หากเราทะเลาะกันอยู่แบบนี้

ตนจึงพยายามสร้างเข้าใจว่า เป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าเมื่อไรเขารู้สึกว่า เขาเป็นต่อเรา เขาจตะกดดันเราไปเรื่อยๆ ฆ่าเจ้าหน้าที่ไปเรื่อยๆ แล้วเราก็เต้นไปหมด ตำหนิติติงกัน ถ้าแนะนำตนก็ฟัง ถ้าตนพูดแล้วบอกว่า ผมปัด แก้ตัว ไม่รับผิดชอบ ถือว่าไม่เป็นธรรมกับผมและเจ้าหน้าที่ทุกคน

และผมเกรงว่า คนทั้งประเทศและสากลจะไม่เข้าใจว่า ทำไมทะเลาะกันไม่เลิก แล้วจะแก้ปัญหาข้างล่างได้อย่างไร ลูกน้องก็เสียขวัญ นึกถึงทหารที่สูญเสียไป ญาติ ลูก เมียเขาก็เสียใจ แต่ท่านบอกว่า ที่สูญเสียไปเขาทำไม่ดี เขาผิด ไม่ได้เรื่อง

แล้วทหารทื่อยู่ในพื้นที่จะรู้สึกอย่างไร ไม่มีใครอยากจะตาย เขาปฏิบัติตามหน้าที่ทุกอย่าง สิ่งสำคัญ คือ เขาไม่ได้ยึดพื้นที่สู้กับเรา และเขาไม่มีกองกำลังที่รับผิดชอบว่า เป็นผู้กระทำ ถามว่า วันนี้ที่ประกาศชื่อกันไปใช่ผู้ก่อเหตุหรือไม่

MThai News

เตือนภัย สาวๆ ชวนฝึกวิชามีเซ็กส์เพื่อความงาม

ข่าวสังคมออนไลน์ วันที่ 3 ก.ค. แฟนเพจดังในเฟซบุ๊คหลายแฟนเพจได้เปิดเผยเรื่องราวเตือนภัยสาวๆ ที่อยากบำรุงร่างกายและผิวพรรณให้สวยงาม โดยเรื่องราวที่นำมาเสนอเกี่ยวกับวิชาแปลกประหลาดที่อ้างว่ามีเพศสัมพันธ์เพื่อความงาม ซึ่งที่มาของเรื่องนี้มาจากเฟซบุ๊คชื่อ ไอรดา สงวนนามสกุล เธออ้างว่า

วิชามีเซ็กส์เพื่อความงาม

ตนเป็นศิษย์เอกของอาจารย์อมฤทธิ์ตา ผู้ได้รับการถ่ายทอดวิชาศาสตร์การมีเพศสัมพันธ์เพื่อความงาม โดยหญิงสาวคนไหนสนใจอยากมีความงามชั่วนิรันดร์ สามารถมาลองฝึกได้ แต่ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์เท่านั้น คือ ต้องอายุไม่เกิน 40 ปี หน้าตาดีใช้ได้ ผิวขาวไม่ดำ กล้าที่จะมีเพศสัมพันธ์กับอาจารย์ ซึ่งถ้าหญิงสาวคนใดมีคุณสมบัติตามนี้ก็สมัครเรียนได้ฟรี ส่วนสถานที่ฝึกเป็นโรงแรมอยู่ย่านบางกะปี ในเขตกรุงเทพ

จากกรณีดังกล่าวมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่การฝึกวิชาเพื่อความงามแต่อาจจะเป็นการแฝงตัวมาของมิจฉาชีพเพื่อหลอกสาวๆที่คลั่งไคล้การมีรูปร่างหน้าตาดี และอยากเสริมเสน่ห์ไปมีเซ็กส์ด้วย

ภาพประกอบจาก Bugaboo.tv

MthaiNews

คลิปนาที! จรวดรัสเชียระเบิด หลังถูกปล่อยจากฐานสู่อวกาศ

คลิปนาที! จรวดบรรทุกดาวเทียมรัสเชียระเบิด หลังถูกปล่อยจากฐานสู่อวกาศ โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต คาดเกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้อง

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยคลิปนาทีระทึก! ขณะจรวดบรรทุกดาวเทียมของรัสเชียที่ส่งไปโคจรในอวกาศ เกิดระเบิดหลังถูกปล่อยจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศในคาซัคสถานได้ไม่เพียงกี่นาที เป็นเหตุทำให้ทั้งจรวดและดาวเทียมที่บรรทุกอยู่ข้างในมูลค่ามหาศาลเสียหายยับเยิน

จรวดรัสเชียระเบิด, จรวดระเบิด, ข่าวรัสเชีย

ส่วนสาเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่ามาจากเครื่องยนต์ขัดข้อง แต่ยังต้องสืบสวนต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ขณะเดียวกันทางการได้ประกาศเตือนภัย พร้อมทั้งอพยพประชาชนในบริเวณดังกล่าวให้ห่างจากรัศมีของอุบัติเหตุ เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากก๊าซพิษที่ถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในครั้งนี้ได้

สำหรับอุบัติเหตุดังกล่าวนับว่าเป็นครั้งที่ 2แล้ว ที่รัสเชียล้มเหลวในการปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศในรอบ 3ปีนี้

MThai News