รัฐบาลยัน ประกาศ พรบ.มั่นคงเพื่อให้จนท. มีกม.คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่

ไม่ใช่การปฏิเสธแนวทางปรองดองหรือฉ้อฉลต่อสภาฯ อย่างที่ นาย อภิสิทธิ์ กล่าวหา

1 ส.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  การประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง ไม่ได้สวนทางกับคำว่าปรองดอง อย่างที่ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา แต่รัฐบาลต้องการให้มีกฎหมายคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการป้องกันบุคคลไม่หวังดี ที่อาจสร้างสถานการณ์ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงเท่านั้น

148

เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลต่าง ๆ ได้แสดงจุดยืนร่วมกันในการเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมบนท้องถนน และหลายครั้งมีนัยยะเรียกร้องการรัฐประหาร ทำให้สังคมวิตกว่าอาจเกิดเหตุแทรกซ้อนที่อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง รัฐบาลจึงต้องสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมว่าจะดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนได้

นอกจากนี้ การประกาศใช้ พ.ร.บ. มั่นคง ในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้แตกต่างจากแนวทางที่รัฐบาลในอดีตเคยปฏิบัติมา เพราะในสมัยรัฐบาล นาย อภิสิทธิ์ ก็มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง หลายครั้งเช่นกัน

นอกจากนี้ การประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง นั้น ก็เป็นคนละเรื่องกันกับการสร้างความปรองดอง จึงขอให้ นาย อภิสิทธิ์ เลิกนำสองประเด็นนี้ มาปะปนกัน และขอให้หยุดกล่าวหาทำนองว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่จริงใจต่อกระบวนการปรองดอง หรือกระทำการฉ้อฉลต่อรัฐสภา เพราะที่จริงแล้ว อาจเป็นพรรคประชาธิปัตย์ต่างหากที่เป็นฝ่ายไม่จริงใจกับระบอบประชาธิปไตยและกำลังทำลายระบอบรัฐสภา

ทั้งนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ นิรโทษกรรม ก็เป็นสิทธิ์ที่จะคัดค้านได้ แต่ควรใช้กลไกรัฐสภาในการแสดงออก ไม่ใช่จ้องแต่จะเล่นเกมส์การเมืองนอกสภาฯ โดยการล้างสมองหรือปลุกระดมประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง เพราะจะเป็นการทำลายระบอบรัฐสภาและเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

MThai News

ป่วน! เผา10จุด4จว.ใต้-บึ้มทหารยะลาตาย1เจ็บ1

คนร้ายลอบวางเพลิง ในพื้นที่ 4 จังหวัดใต้ รวม 10 จุด ขณะที่ยังคุมเพลิงโรงงานยางพารายะลาไม่ได้ คาดสร้างสถานการณ์เชื่อมโยง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่วางระเบิดทหารพราน นราธิวาส เจ็บหลายนาย -ยิงชาวบ้านสาหัส 1 ราย

469726-01

ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันนี้ (2 ส.ค.56) ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในพื้นที่ อ.เมืองยะลา จำนวน 5 จุด จุดแรกเป็นโรงงานไม้ยางพาราวู๊ด, โรงยางไทยปักษ์ไทย, เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์, เผารถยนต์บรรทุก และ โรงงานยูเนี่ยนพลาสติก ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า เป็นการลอบวางระเบิดเพลิง โดยเกิดในเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งขณะนี้ เพลิงก็ยังคงลุกไหม้โรงงานไทยปักษ์ไทยอยู่ เนื่องจากมียางแผ่นอยู่จำนวนมาก คาดว่ามูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้าน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบในที่พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐาน ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

โจรใต้บึ้มทหารนราฯเจ็บ-ยิงชาวบ้านสาหัส

คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน 45 จ.นราธิวาส ในพื้นที่ อ.ระแงะ ขณะเดินเท้าลาดตระเวน รักษาความปลอดภัยครู เบื้องต้น แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บหลายนาย ล่าสุด กองกำลัง 3 ฝ่าย เข้าตรวจสอบในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงชาวบ้าน ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย

 โจรใต้ลอบวางเพลิงสงขลา3จุดโยงไฟใต้

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.สงขลา ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิง 3 จุด ในพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เทพา 2 จุด เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ บริเวณสี่แยกลำไพล ต.เทพา และร้านขายเฟอร์นิเจอร์ในตลาดนิคมเทพา และร้านขายของชำในเขตเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย แต่ยังไม่มีรายงานของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ โดยคาดว่า เป็นการสร้างสถานการณ์เชื่อมโรงกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการลอบวางเพลิงพร้อมๆ กัน เมื่อคืนนี้

ชาวต่างชาติ กระโดดบีทีเอส สถานีอโศกดับ

เกิดเหตุ ชายชาวต่างชาติ ตกจากสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีอโศก เสียชีวิต คาด ทะเลาะกับแฟน จึงคิดสั้น

469710-01

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ได้เข้าช่วยเหลือชายชาวต่างชาติ ที่ตกจากสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีอโศก โดยนำส่งเข้ารับการรักษาอาการที่ โรงพยาบาลตำรวจ โดย พันตำรวจโท สมเกียรติ พลอยทับทิม พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เปิดเผยว่า  ผู้บาดเจ็บชื่อ นายฮาเม็ด อับดุลลาห์ อาร์ทเชอร์ อายุ 40 ปี เป็นนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า นายฮาเหม็ด ได้กระโดดลงมาจากสถานีรถไฟฟาด้วยตัวเอง  โดยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครได้นำตัวส่งรักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจ

จากการสอบถามอาการของนายฮาเหม็ด จากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล แจ้งว่า ภายหลังมีการนำ นายฮาเหม็ด ส่งรักษา ทีมเเพทย์-พยาบาล ได้ทำการรักษาอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตของนายฮาเหม็ด ไว้ได้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีอาการคอหัก ขาหัก หัวแตกและกระดูกแตกหลายชิ้น

สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว นายฮาเหม็ด ได้โดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอส มากับแฟนสาว และมีปากเสียงกันภายในรถไฟฟ้า กระทั่งถึงสถานีอโศก ระหว่างที่ประตูเปิด นายฮาเหม็ด ได้วิ่งออกไปและกระโดดลงพื้นถนน เพื่อหวังปลิดชีพตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา