สำนักข่าวต่างประเทศชื่อดังทั้งรอยเตอร์ส เอพี เอเอฟพี บีบีซี ฟ็อกซ์นิวส์ ยูโรนิวส์ ทีวีอาซาฮี สเตรทไทม์ส วอลสตรีทเจอร์นัล และเอบีซีนิวส์ พร้อมใจกันนำเสนอข่าวการเสด็จฯแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทางตอนใต้ของไทย

ทั้งนี้สำนักข่าวต่างๆได้รายงานถึงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระชนมพรรษา 85 พรรษา ทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่เมื่อเดือนก.ย. 2552 เพื่อให้คณะแพทย์ถวายการรักษาพระอาการติดเชื้อที่พระปับผาสะ ( ปอด ) แม้จะทรงประทับอยู่ภายในโรงพยาบาลเกือบตลอดเวลา แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงปรากฏพระองค์ในพิธีสำคัญระดับนานาชาติในบางวโรกาส ล่าสุดคือการพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระชนมพรรษา 80 พรรษา ทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกัน เมื่อช่วงปีที่แล้ว ซึ่งสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ระบุเพียงว่า สมเด็จพระราชินีทรงพระประชวรด้วยพระอาการที่เกี่ยวข้องกับความดันพระโลหิตและระบบการทำงานของพระหทัย

การเสด็จฯแปรพระราชฐานในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี สร้างความปลื้มปีติให้แก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งมารอเฝ้าฯรับเสด็จพร้อมส่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ตลอด 2 ข้างทาง ที่ขบวนรถยนต์พระที่นั่งของพระองค์แล่นผ่าน
สำนักข่าวเอเอฟพีได้ลงสัมภาษณ์คุณศศิธร อินทราชิต ชาวไทยที่มารอเฝ้ารับเสด็จฯ เธอกล่าวเพียงว่า น้ำตามันไหลออกมาเอง เธอมีความสุขมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่จริง แม้ต้องคอยนานทั้งวันท่ามกลางอากาศร้อน แต่ถือว่าเป็นการรอคอยที่คุ้มค่าอย่างยิ่งกับการที่ได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
นอกจากนี้เอเอฟพียังระบุว่าประชาชนแทบทุกคนที่มารอเฝ้ารับสเด็จฯ ล้วนถือพระบรมฉายาลักษ์ของทั้งสองพระองค์ ธงชาติและธงสีเหลือง รวมทั้งป้ายข้อความ “เรารักในหลวง”
MThai News
…………………………………………………………………………
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯกลับวังไกลกังวลแล้ว
…………………………………………………………………………








าส