MThai News 1 ส.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.เปิดเผยภายหลังการประชุม ศอ.รส. ที่มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. และผู้บัญชาการเหตุการณ์ ประชุมร่วมกับตัวแทนกองทัพบก กรุงเทพมหานคร

หลังคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน ควบคุมพื้นที่ 3 เขตในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย เขตดุสิต พระนคร และป้อมปราบศัตรูพ่าย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย รวมถึงพื้นที่สำคัญ เพื่อปกป้องในเขตพระราช ที่ใกล้จะมีพระราชพิธีสำคัญในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ระหว่างการชุมนุมคัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมในวันเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 1-10 สิงหาคม และติดตามสถานการณ์การชุมนุมตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งหน่วยงานด้านการข่าว ทั้งตำรวจสันติบาลและสำนักข่าวกรองแห่งชาติ รายงานการข่าวต่อที่ประชุมตรงกันว่า การชุมนุมของกลุ่มที่คัดค้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ นิรโทษกรรม มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและมีกลุ่มที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า ในลักษณะไหนแต่เชื่อว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อยกระดับการชุมนุมให้รุนแรงขึ้น
ขณะที่ ศอ.รส.มีการและเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการบังคับใช้กฏหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการกำหนดแผนปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งทุกหน่วยงานจะส่งเจ้าหน้าที่มาประจำศูนย์ ศอ.รส.ตลอด 24 ชั่วโมงที่ประกาศใช้ พระราชบัญญัติความมั่นคงฯ ส่วนการประเมินกลุ่มผู้ชุมนุม จากการข่าวรายงานว่า จะเริ่มเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
สำหรับในวันพรุ่งนี้ผู้อำนวยการ ศอ.รส.จะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงสถานการณ์กับสื่อมวลชน ผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ในเวลา 10.00น. โดยจะมีการออกประกาศคำสั่งปฏิบัติการ ศอ.รส. ฉบับที่ 1 / 2556 พร้อมยืนยันว่า การออกประกาศข้อห้ามต่างๆ ของศอ.รส. จะไม่กระทบต่อประชาชน
แต่การประกาศ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ศอ.รส.จะมีการหารือร่วมกับสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ถึงแนวทางการทำงานในสถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้น เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในวันนี้ โดยศอ.รส.จะแถลงข่าวการทำงานทุกวันในเวลา 11.00น. และเวลา 15.30 นาที หรือกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม หลังมีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงฯกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประชุมเตรียมความพร้อม พร้อมจัดกำลังตำรวจทั้งหมด 20 กองร้อย หรือ 3,000 นาย คอยดูแลความสงบเรียบร้อย และกระจายกำลังดูแลจุดสำคัญทุกจุด ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว โดยจะมีการปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมาย และยึดหลักการเจรจา ยืนยันให้ความเป็นธรรมและดูแลความสงบเรียบร้อย
MThai News



