นิวยอร์คไทม์ ยกปูโมเดล ต้นตำรับลดขัดแย้งในประเทศ

นิวยอร์คไทม์ยกปูโมเดล ต้นตำรับลดขัดแย้ง หลังนายกฯไทยคุยต่อรองทุกกลุ่มลดวุ่นวายในประเทศได้ แนะอียิปต์นำไปเป้นแบบอย่าง

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ในเว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ ได้นำเสนอบทความเรื่อง “อียิปต์จะเรียนรู้จากไทยได้หรือไม่?” ของโจนาธาน เทปเปอร์แมน บรรณาธิการของนิตยสาร “ฟอเรนจ์ แอฟแฟร์ส” ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศ ที่ถูกตีพิมพ์ในเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา

ระบุว่าการเมืองของอียิปต์น่ามองการเมืองแบบเมืองไทยเป็นตัวอย่าง เพราะนายกรัฐมนตรีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถต่อรองได้กับทุกกลุ่มความขัดแย้งจนสามารถขับเคลื่อนประเทศให้ดำเนินต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยระบุว่า

นิวยอร์คไทม์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ข่าวอียิปต์

“อียิปต์จะเรียนรู้จากไทยได้หรือไม่?”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นบุคคลที่สามารถต่อรองกับกลุ่มต่างๆ ในการเมืองไทย และพลิกสถานการณ์จากสภาวะความไม่สงบต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนประเทศไทยกลับมาดำรงเสถียรภาพได้ ต่างจากประเทศอียิปต์ยังอยู่ในวิกฤตวุ่นวายจากการเดินหน้าปราบปรามฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาล

ปัญหาความแตกแยกในสังคมไทยเริ่มขึ้นจากรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่างกองทัพ กลุ่มนิยมสถาบัน และกระบวนการยุติธรรม ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างฝ่ายเสื้อเหลืองที่พยายามพิทักษ์ระบอบ “กึ่งศักดินา” ในไทย กับฝ่ายเสื้อแดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนในต่างจังหวัดและเขตเมืองที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ

จนทำให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองมาตลอด จนกระทั่งเกิดการสลายการชุมนุมของฝ่ายเสื้อแดงในปี 2553 มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 90 ราย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ชนะการเลือกตั้งในปีถัดมา ซึ่งผลที่ตามมาคือไทยพลิกกลับมาอยู่ในความสงบ เศรษฐกิจเติบโต และการท่องเที่ยวก็คึกคักอีกครั้ง โดยความสำเร็จของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาจากการปราบปรามพฤติกรรมทุจริต ต่อรองกับฝ่ายตรงข้าม และมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

น.ส. ยิ่งลักษณ์เริ่มแผนการช่วยเหลือคนจนในประเทศจากการสร้างเสถียรภาพก่อน ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายต่างๆ เช่น ยกเว้นภาษีรถคันแรก ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่ทำให้ชนชั้นล่างและกลางพอใจ ขณะเดียวกันก็ลงทุนด้านสาธารณูปโภคและลดภาษี เพื่อเอาใจกลุ่มธุรกิจและคนร่ำรวย

นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังต่อรองกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยไม่แตะต้องกองทัพซึ่งมีบทบาทในการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 และไม่แก้ไขมาตรา 112 แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมให้พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งเป็นบุคคลที่ชนชั้นสูงต่อต้านกลับมายังประเทศ ไทยเช่นกัน

ซึ่งการยอมต่อรองกับฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ทำให้อำนาจไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาจำกัดบทบาทของรัฐบาล ขณะที่รัฐบาลก็ยอมให้มีการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงออก ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เมื่อปี 2553 ต่างไม่พอใจเพราะเห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่จริงจังในการดำเนินคดีกับผู้สั่งการ ซึ่งล้วนแต่เป็นผลกระทบที่ย่ำแย่

แต่สิ่งที่ดำเนินการทั้งหมดก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะถ้ารัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่มีการต่อสู้กันบนท้องถนน ประเทศไทยก็มีโอกาสพัฒนาประชาธิป ไตยในระยะยาวได้ต่อไป

ความไม่สมบูรณ์ของการต่อรองครั้งใหญ่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์สะท้อนว่าเป็นการต่อรองที่ดี เพราะแสดงว่าทุกคนรู้สึกว่าตนไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ซึ่งก็แปลว่าไม่มีใครได้สิ่งที่ตัวเองต้องการทุกอย่าง 

อย่างไรก็ดีถึงแม้การต่อรองนี้เป็นสันติภาพที่เปราะบาง เพราะอาจเกิดความวุ่นวายได้หากพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับไทย และความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศเพิ่มพูนขึ้นกว่านี้ แต่ก็ยังดีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เลือกที่จะเจรจาต่อรองกับฝ่ายตรงข้าม แทนที่จะเดินหน้าชนกับฝ่ายตรงข้ามท่าเดียว

แน่นอนว่าการต่อรองนี้มีความยุ่งยากอยู่ แต่ก็เป็นความยุ่งยากที่ประเทศอื่นๆ อย่างอียิปต์ เวเนซุเอลา ซิมบับเว ได้แต่ฝันถึงในขณะนี้ นายเทปเปอร์แมนสรุป

ข้อมูลข่าวจาก khaosod online

MThai News

เจรจาเหลว ม็อบสวนยางเตรียมยกระดับการชุมนุม

“สุภรณ์ อัตถาวงศ์” นั่งหัวโต๊ะหารือกับม็อบสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ยื่นข้อเสนอให้ม็อบสวนยาง รับซื้อยางแผ่นกิโลกรัมละ 80 บาท ขณะที่ชาวสวนขอ 100 บ./ก.ก. ด้านม็อบเครียดจ่อยกระดับการชุมนุมหลังถกเหลว

ม็อบสวนยาง

ที่ห้องประชุม อบต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางร่วมประชุมหาข้อตกลงปัญหาราคายางพารา กับ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และตัวแทนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน โดยกลุ่มเกษตรกร ยืนยันข้อเรียกร้องเดิม คือ ยางพารา ราคากิโลกรัมละ 120 บาท และปาล์มน้ำมัน ราคากิโลกรัมละ 6 บาท

ในขณะที่ บรรยากาศบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ หมู่ 2 ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เริ่มคึกคัก หลังกลุ่มเกษตรกรมาร่วมชุมนุม ประมาณ 1 หมื่นคนแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังปักหลักอยู่ที่ วัดควนหนองหงส์ ซึ่งห่างจากจุดชุมนุมประมาณ 500 เมตร

ภายหลังจากการเจรจาเบื้องต้น นายสุภรณ์ ระบุว่า รัฐบาล สามารถรับซื้อราคายางแผ่น กิโลกรัมละ 80 บาท เศษยาง กิโลกรัมละ 40 บาท และน้ำยางสด กิโลกรัมละ 75 บาท โดยแกนนำของกลุ่มเกษตรกร ขอนำข้อเสนอไปปรึกษาหารือกับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ หมู่ 2 ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ก่อนที่จะนำข้อตกลงมาหารือกับ นายสุภรณ์ อีกครั้ง

ม็อบยางเครียด จ่อยกระดับชุมนุม หลังถก ‘สุภรณ์’ เหลว

บรรยากาศกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ หมู่ 2 ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เริ่มตึงเครียด หลังจากการหารือร่วมระหว่าง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และตัวแทนจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน

โดยทาง นายสุภรณ์ ระบุว่า รัฐบาล สามารถรับซื้อราคายางแผ่น กิโลกรัมละ 80 บาท ในขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ต้องการราคายางแผ่นที่กิโลกรัมละ 100 บาท แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งทางตัวแทนจากกลุ่มเกษตรกร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยนำข้อเสนอของรัฐบาลมาบอกในที่ชุมนุม สร้างความไม่พอใจอย่างหนัก ต่างโห่ร้องขับไล่รัฐบาลอย่างรุนแรง ทำให้ นายสุภรณ์ และคณะต้องรีบเดินทางออกจากที่ชุมนุมเป็นการด่วน ท่ามกลางการรักาษความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ในส่วนของระดับ แกนนำได้ถกเครียดหลังเวทีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อาจจะมียกระดับการชุมนุมในรูปแบบไหน และอย่างไรหรือไม่

นายกฯ ขอม็อบยางอย่าปิดถนน ยัน ปรับราคา 120 บ.ไม่ได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีควาห่วงใย
การชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางพารา ที่จะมีการปิดถนนทั่วประเทศ ซึ่งได้ติดตาม และแก้ปัญหาโดยตลอด โดย นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือเพื่อเร่งแก้ปัญหา ทั้งนี้ รัฐบาลยินดีรับฟังข้อเสนอ แต่ยอมรับว่า รัฐบาลไม่สามารถปรับราคาการรับซื้อยางพาราในราคากิโลกรัมละ 120 บาท ได้ตามที่เรียกร้อง ซึ่งต้องขอความเห็นใจรัฐบาลด้วย ที่ต้องอ้างอิงกับราคาในตลาดโลก ที่ต้องวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง พร้อมทั้ง ไม่อยากเห็นการนำความเหลื่อมล้ำมาเกี่ยวโยงกับการเมือง และขอความร่วมมือไม่อยากให้ปิดถนน อาจจะส่งผลกระทบต่อการจราจร โดยเสนอว่า ควรส่งตัวแทนเข้ามาร่วมพูดคุย เพื่อแก้ปัญหาจะดีกว่า

ผู้การนครฯ เผยม็อบยังปิดถนน ห่วง ‘สุภรณ์’ เจรจาวันนี้ พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ม็อบสวนยางพารายังคงปิดถนน บริเวณสี่แยกควนหนองหงส์ ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช อยู่เช่นเดิม โดยตำรวจถอนกำลังอยู่ในที่ตั้ง หลังเกิดเหตุปะทะกันก่อนหน้านี้ ซึ่งม็อบยังมีกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่พร้อมจะก่อเหตุวุ่นวายและรุนแรงตลอดเวลา เพราะมีการเตรียมการเป็นอย่างดี ซึ่งมวลชนจาก จ.พัทลุง มาสมทบเพิ่มมากขึ้นด้วยและในวันนี้ ทางตำรวจจะรอคำสั่งจากทางจังหวัดว่าจะให้ปฏิบัติอย่างไร เพราะหากเปิดเส้นทางจุดดังกล่าว ม็อบก็อาจไปปิดถนนที่จุดอื่นได้ และข่าวที่ว่า นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง จะเดินทางไปพบกลุ่มผู้ชุมนุม ทางตำรวจเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย และเหตุแทรกซ้อน ซึ่งหากมาจริงก็จะจัดกำลังตำรวจเข้า รปภ. เต็มที่

ทำเก๋!ใช้หอไอเฟลโปรโมทอาหารไทย

ก.พาณิชย์ เล็งจัดงานแสดงสินค้าอาหารไทย ประกาศศักยภาพอาหารไทย และวัตถุดิบอาหารไทย ที่บริเวณหอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส ประมาณเดือน ก.ย. นี้

02-1

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนที่จะผลักดันโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกที่ยุโรป ผ่านการจัดงานแสดงสินค้าอาหารไทยในรูปแบบพิเศษ เพื่อประกาศศักยภาพอาหารไทย และวัตถุดิบอาหารไทย ที่บริเวณหอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส ประมาณเดือน ก.ย. 56      โดยจะเชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้าทั่วยุโรปให้เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งจะมีแสดงวิธีการทำอาหารไทยเมนูต่างๆ  รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ชิม และจัดให้มีการเจรจาธุรกิจ

สำหรับแผนการส่งเสริมและผลักดันร้านอาหารไทย กรมฯ จะเร่งผลักดันการให้เครื่องหมายไทย ซีเล็กซ์ กับร้านอาหารไทยที่มีคุณภาพและมาตรฐานผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นหลักประกันว่าร้านนี้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจากรัฐบาลไทย ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่าการบริโภคอาหารไทยในร้านที่ได้เครื่องหมายจะได้รสชาติมาตรฐานไทยแท้ ซึ่งปัจจุบันได้มอบเครื่องหมายไทย ซีเล็กซ์ ให้กับร้านอาหารต่างๆ ทั่วโลกแล้วประมาณ 1,500 ร้าน

ทั้งนี้การผลักดันร้านอาหารไทยให้มีการขยายตัวในตลาดต่างประเทศ นอกจากเป็นการโปรโมตให้อาหารไทยเป็นที่ยอมรับและรู้จักมากขึ้น ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มยอดการส่งออก โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร เช่น ข้าว ที่จะเน้นไปที่ข้าวหอมมะลิไทย รวมทั้งส่วนประกอบอาหารอื่นๆ ทั้งซอส เครื่องปรุงรส รวมไปถึงของใช้ของตกแต่งภายในร้าน

MThai news