คุกตลอดชีวิตมือบึ้มชาวอิหร่าน ระเบิดสุขุมวิทปี55

คุกตลอดชีวิตมือบึ้มชาวอิหร่าน ระเบิดสุขุมวิทปี55 อีกคนโดน 15ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2ล้านบาท

มีรายงานข่าวแจ้งว่าวันนี้ (22 ส.ค.) ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีการพิจารณาคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายอาญากรุงเทพใต้ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายซาอิด โมราดิ และนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ สัญชาติอหร่าน ในความผิดฐานก่อให้เกิดระเบิด ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้เสียทรัพย์ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณ ซอยปรีดีพนมยงค์ รวม 3 จุด เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา หลังจำเลยทั้ง 2ได้ประกอบระเบิดและพยายามนำออกจากบ้านพักเพื่อก่อเหตุ

ข่าวระเบิดสุขุมวิท, บึ้มสุขุมวิท, ซาอิด โมราดิ

โดยศาลพิเคาระห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้ง 2 มีความผิดจริง จึงสั่งให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนายซาอิด โมราดิ ในข้อหาใช้วัตถุระเบิดพยายามฆ่าเจ้าพนักงานและผู้อื่น ส่วนมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ให้จำคุก 15 ปี และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท ทั้งนี้ในการพิจารณาคดีดังกล่าวไม่ได้รวมถึงคดีก่อการร้ายเนื่องจากทางอัยการไม่ได้ฟ้องข้อหานี้เพราะเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของตำรวจเท่านั้น

MThai News

สตม.สอบดวงตราทูตหาย-หวั่นจนท.มีเอี่ยว

ผบช.สตม. เผย กรณีดวงตราทูตไทย หาย 300 ใบ รองนายกฯ สั่งการตรวจสอบแล้ว สอบต่อเกลือเป็นหนอนหรือไม่

ตราทูตหาย,กัวลาลัมเปรอร์,มาเลเซีย

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยถึงกรณีดวงตราวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทยของสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย หายไปจำนวน 300 ใบ ว่า ทาง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งกำชับให้เร่งติดตามจับกุมกลุ่มบุคคลที่ใช้ดวงตราวีซ่าที่หายไป ซึ่งพบว่ามีการนำมาใช้ 259 ใบ และยังอยู่ในประเทศไทย 55 คน โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 9 คน เป็นชาวอิหร่าน 2 คน ไนจีเรีย 3 คน อินเดีย 2 คน และปากีสถาน 2 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ

ขณะที่ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชาวไนจีเรีย ได้อีก 2 คน ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสงขลา อย่างไรก็ตาม ทาง สตม.ได้จัดชุดเฝ้าระวัง ติดตามหากกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการทำธุรกรรมก็จะสามารถทราบความเคลื่อนไหวและจับกุมได้ทันที

ส่วนกรณีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ เนื่องจากว่าเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะต้องประสานความร่วมมือเพื่อขอข้อมูลต่อไป

นปช.บุกกสม.จี้สอบเหตุชุมนุมเสื้อแดงใหม่

นปช. บุกยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิฯ จี้ สอบเหตุชุมนุมปี 53 ใหม่ ขอเป็นธรรม ยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวชุมนุมคนเสื้อแดง

นปช.บุก กสม.

นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในฐานะตัวแทน น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ผ่าน นายขรรค์ชัย คงเสน่ห์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน

เพื่อขอให้ยกเลิกรายงานการสอบสวนเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 และให้จัดทำขึ้นใหม่อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง เนื่องจากรายงานฉบับดังกล่าวมีการกล่าวหา ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

โดย นายเกริกมนตรี กล่าวว่า เนื้อหาในรายงานสรุปดังกล่าว มีการกล่าวหาที่เป็นเท็จหลายอย่าง เช่น การกล่าวหาว่าการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เป็นการก่อการจลาจล เผารถประจำทาง ซึ่งถือว่าเป็นข้อความที่เป็นเท็จ เชื่อถือไม่ได้ เพราะไม่มีพนักงานขับรถมาแจ้งความที่สถานีตำรวจเลยสักคน

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช.เกี่ยวพันกับคำวินิจฉัยคดีของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางกางเมือง ที่วินิจฉัยให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เพราะการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน ไม่เกี่ยวข้อง กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน

ดังนั้น ทางกลุ่ม นปช. จึงขอให้กรรมการสิทธิฯ ทำรายงานขึ้นมาใหม่ โดยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ทำอย่างเที่ยงตรง ให้สมกับที่เป็นองค์กรอิสระไม่ยึดโยงกลับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วย