อัยการตีกลับคดีเอกยุทธ จี้สอบเพิ่ม-น.4 อุบสำนวนมีปัญหา

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย อัยการตีกลับสำนวนคดี อุ้มฆ่า “เอกยุทธ อัญชันบุตร” ให้สอบเพิ่ม ด้าน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เตรียมประชุมพนักงานสอบสวน 2 กันยายน นี้ ขณะ เตรียมสั่งคดี 4 ก.ย.นี้

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยืนยันกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า สำนวนคดีการเสียชีวิตของ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ ชื่อดัง ซึ่งได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการ สั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดมีรายงานว่า อัยการได้ตีกลับสำนวนมาให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่ม

โดยเรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.อนุชัย ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นหนังสืออย่างเป็นทางการ แต่พอทราบเรื่องแล้ว และได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เผดิมชิต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ไปดำเนินการว่า ติดปัญหาในจุดไหน โดยจะมีการประชุมชุดพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 2 กันยายน นี้

ด้าน พล.ต.ต.นัยวัฒน์ กล่าวว่า ทางอัยการตีกลับสำนวนมาจริง แต่เป็นเรื่องของสำนวนการสอบสวน โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

 อัยการสั่งสอบพยานคดีเอกยุทธเพิ่ม

ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดี ร่วมกันฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ว่า ตามที่พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ส่งสำนวนพร้อมนายสันติภาพ หรือ บอล เพ็งด้วง ผู้ต้องหาในคดีที่กล่าวหาว่าร่วมกันฆ่า นายเอกยุทธ มาให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องนั้น

ล่าสุด พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 ได้ตรวจสำนวนจำนวนมากอย่างละเอียดแล้ว เห็นว่าสำนวนยังไม่มีความชัดเจนในตัวพยานบุคคลบางปาก จึงสั่งให้พนักงานสอบสวน ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมกลับมาใน 3 วัน โดยตำรวจต้องเรียกพยานมาสอบให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่ว่าการกระทำไม่ครบองค์ประกอบความผิด คาดว่า อัยการ จะได้รับสำนวนกลับมาในสัปดาห์หน้า และจะมีความเห็นภายในวันที่ 4 ก.ย. นี้

ญี่ปุ่นทดสอบวิ่ง รถไฟพลังงานแม่เหล็ก ความเร็ว 500 กม./ชม.

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าบริษัท เซ็นทรัล เจแปน เรลเวย์ ของญี่ปุ่นได้ออกแถลงการณ์ผลการทดสอบรถไฟแม็กเลฟ ที่จังหวัดยามานาชิ ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู รถไฟแม็กเลฟเป็นรถไฟที่อาศัยแรงแม่เหล็กยกขบวนรถให้ลอยตัวขึ้น ไม่ต้องมีล้อ จึงลดแรงเสียดทาน ทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วมากอยู่ที่ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และไม่เกิดเสียงดัง

Bullet-train

ทั้งนี้รถไฟแม็กเลฟของเจอร์ โทไก มีความยาวของตู้โดยสาร 5 ตู้ กว้าง 2.9 เมตร และสูง 3.1 เมตร มีความเร็วกว่ารถไฟหัวกระสุนสายโตเกียว-นาโงยาในปัจจุบัน ซึ่งมีความเร็วสูงสุดประมาณ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากเมืองนาโงยา ซึ่งห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 286 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 40 นาที จากปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาขั้นต่ำประมาณ 95 นาที

ทางบริษัท เซ็นทรัล เจแปน เรลเวย์ จะเริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟแม็กเลฟจากกรุงโตเกียวไปยังเมืองนาโงยา ภายในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 5.1 ล้านล้านเยน ทั้งยังมีแผนจะวางรางรถไฟแม็กเลฟจากกรุงโตเกียวไปยังนครโอซากาภายในปี 2588 และเชื่อมโยงทั้งประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ด้วย และคาดการว่ารถไฟแม็กเลฟจะมาแทนที่รถไฟหัวกระสุน “ชินคันเซ็น” ภายในปี ค.ศ.2027

MThai News

แชร์ว่อนภาพรถหุ้มเกราะของสตช. ด้านโฆษกโต้ข่าวมั่ว

เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก @สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้มีการโพสต์ภาพที่อ้างว่าเป็นรถหุ้มเกราะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จัดซื้อมาในราคากว่า 4แสนบาท เพื่อเตรียมนำไปใช้ปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

1.1.1.1---Copy

โดยรถคันดังกล่าวมีลักษณะคล้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างล้อมไปด้วยเกาะกำบัง พร้อมเครื่องมือสื่อสารติดตั้งในตัวรถ ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามกลับไปด้วยว่าสภาพรถคันดังกล่าวคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไปหรือไม่

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ออกมาแก้ต่างทันทีหลังเกิดกระแสวิพากษืวิจารณ์อย่างหนัก น่าจะไม่ใช่ของจริง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงไม่จัดซื้อรถหุ้มเกราะที่มีราคาถูกขนาดนั้น

นอกจากนี้ที่ผ่านมา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้มีการจัดซื้อรถหุ้มเกราะแต่อย่างใด ส่วนตัวคิดว่าคงเป็นแค่เพียงข่าวลือ เพราะรถหุ้มเกราะอะไรจะราคาแค่ 4 แสนบาท เป็นไปไม่ได้

ขณะที่ในเพจ @NORAD News Network ได้มีการโพสต์ชี้แจงถึงที่มาของภาพดังกล่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นการพัฒนา ผลิตนวัตกรรมใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “รถจักรยานยนต์ข้างกันกระสุน” โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศฝร.ศชต.) กับ บริษัท ไทยซูซูกิ มอเตอร์จำกัด และ บริษัท พรีซิพาร์ท จำกัด (บางระจัน) ในการพัฒนารถต้นแบบกันกระสุน

ซึ่งถือเป็นความน่าภาคภูมิใจของคนไทย ที่คิดค้นอุปรณ์ในการลดการสูญเสียชีวิต ของตำรวจตระเวณชายแดน ถึงแม้ว่ารถอาจจะดูไม่สวยงามนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ได้มีการประดิษฐ์สิ่งดีเพื่อปกป้องพี่น้องตำรวจ และทหารที่อยู่บริเวณชายแดน โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินครับ

ทางทีมงาน @NORAD News Network ขอปรบมือให้ และขอให้ผู้ที่แชร์ข้อมูลผิดๆช่วยกันชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องด้วยครับ เพื่อไม่ให้งานประดิษฐ์ที่ดีๆต้องเอามาถูกวิจารณ์หรือใช้งานในทางที่ผิด

1.2