เพื่อไทย ห้ามส.ส.โดด ประชุมสภา วันถกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน พร้อมอัด ปชป.ไม่เคารพสิทธิเสียงข้างมาก หลังจะยื่นศาลรธน. ตีความแก้ไขที่มาส.ว.
MThai News วันนี้ 15 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวประจำสัปดาห์ระบุว่า ในวันที่ 17 ก.ย. พรรคเพื่อไทยจะประชุมส.ส.

เพื่อทำความเข้าใจถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ….หรือร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 ในการประชุมสภาในวันที่ 19-20 ก.ย.โดยจะจัดทีมแบ่งหน้าที่ส.ส.อภิปรายสนับสนุนร่างเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท พร้อมขอความร่วมมือจาก ส.ส.ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ย.ให้งดภารกิจในต่างจังหวัด และอาจต้องเตรียมความพร้อมช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หากการอภิปรายยืดเยื้อ จึงขอให้ ส.ส.อยู่ครบองค์ประชุม และรักษาภาพลักษณ์การประชุม ประท้วงให้น้อยที่สุด
ทั้งนี้ในวันที่ 16 ก.ย. จะมีการประชุมวิปรัฐบาล เพื่อกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และจะประสานงานกับฝ่ายค้านไม่ให้การอภิปรายยืดเยื้อ เชื่อว่าเวลา 2 วันน่าจะเพียงพอ แต่หากฝ่ายค้านยังใช้วิธีการเดิม อภิปรายยืดเยื้อ ก็จะเสนอปิดการอภิปรายทันที ไม่ใช่การปิดปาก แต่เป็นการทำตามข้อบังคับ เพราะการสู้กับคนที่ไม่เคารพกติกาต้องใช้กติกาอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 นั้น ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยตรวจสอบแล้วว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็เคยออกพ.ร.บ.และพ.ร.ก.กู้เงินในโครงการไทยเข้มแข็งมาแล้ว ดังนั้นการยื่นคัดค้านพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นการขัดขวางความเจริญของประเทศ
ทราบว่าผู้ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์หลายคนปรารภว่า ถ้าร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทผ่าน รัฐบาลจะได้ผลงาน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านยาว ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาล จึงอยากรู้ว่า การคัดค้านเรื่องนี้เพราะกลัวเป็นผลงานของรัฐบาลหรือไม่ ทราบว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์เกิดคลื่นใต้น้ำในพรรค ที่สมาชิกเอือมระอาบทบาทของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่หลายคนเป็นห่วงการทำหน้าที่ในและนอกสภาของนายอภิสิทธิ์กำลังมีปัญหา
รวมถึงเป็นห่วงคดีการสลายการชุมนุม คดีหนีทหาร และการให้สัมภาษณ์ดูหมิ่นสตรี จนส่งผลต่อภาพลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากรู้ว่า จริงหรือไม่ที่จะเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคจากอภิสิทธิ์เป็นคนอื่น
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว. ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 พร้อมยื่นถอดถอนส.ส.ที่โหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวว่า เป็นการไม่เคารพเสียงข้างมาก ทำตัวเป็นเผด็จการเสียงข้างน้อย การแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยระบุว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา และเสนอแนะให้แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราได้ ดังนั้นเมื่อสมาชิกรัฐสภาดำเนินการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำไว้ จึงไม่ต้องดูข้อกฎหมาย ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นการทำหน้าที่ของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญก้าวล่วงไม่ได้
ดังนั้นหลังครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 27 ก.ย.แล้ว จะเดินหน้าลงมติวาระ 3 อย่างแน่นอน ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในพรรคสนับสนุนให้โหวตวาระ 3 โดยไม่สนใจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะลงมติวาระ 3 ได้ประมาณวันที่ 27 ก.ย.- 2 ต.ค. เรื่องนี้เราไม่กลัว และไม่ใช่การท้าทายอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ ถ้ากลัวไปทุกเรื่อง บ้านเมืองก็เดินหน้าไม่ได้ หรือถ้ามีอำนาจแล้วไม่ทำ ก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ตนยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง แต่ฝ่ายค้านพยายามมั่วให้เหมือนเป็นการล้มล้างการปกครอง เป็นจระเข้ขวางประชาธิปไตย
ทั้งนี้หากมีการยื่นถอดถอนส.ส.และส.ว.ที่เข้าชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนจะก็ยื่นถอดถอนส.ว.ที่ยื่นคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นกัน เพราะเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากหากร่างรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.มีผลบังคับใช้ ทำให้ส.ว.สรรหาต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันที ดังนั้นการยื่นคัดค้าน ถือว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นกัน
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีม็อบสวนยางพาราปิดถนนสองจุดที่จ.นครศรีธรรมราช โดยยืนยันเรียกร้องให้รัฐบาลแทรกแซงราคายางอยู่ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัมว่า ประชาชนส่วนใหญ่พอใจกับค่าชดเชย 2,520 บาทต่อไรตามมติครม. แต่มีคนส่วนน้อยไม่พอใจเรียกร้องให้ประกันราคายางที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่มีประเด็นการเมืองอยู่เบื้องหลัง
คนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มี 2 กลุ่มคือ
1.กลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่ไปปลุกระดมให้ปิดถนน ซึ่งจุดที่ปิดถนนห่างจากบ้านนักการเมืองนิดเดียว เป็นการใช้ความเดือดร้อนของเกษตรกรมาทำลายเสถียรภาพรัฐบาล
2.กลุ่มพ่อค้าที่มีการกักตุนยางไว้หลายแสนตันเพื่อเก็งกำไร เป็นกลุ่มที่ซื้อยางเก็บไว้ในราคาต่ำตั้งแต่ช่วงที่รู้ว่าจะมีการปิดถนน หากได้ราคา 120 บาทต่อกิโลกรัมตามที่ต้องการ กลุ่มพ่อค้านี้จะได้กำไรหลายร้อยล้านบาท
ทราบว่า มีพ่อค้ารายหนึ่งเป็นญาติของนักการเมืองที่คนใต้รู้จักดีกักตุนยางไว้ถึง 2 แสนตัน ถ้ายังไม่หยุดยุยง จะเปิดเผยชื่อให้ทราบว่า เป็นญาติของนักการเมืองคนใด ตนมีหลักฐานครบถ้วนเรื่องกักตุนยางทั้งคลิปและภาพ
MThai News