คลิปลิงหื่น! จับหน้าอกนักข่าวสาวขณะรายงานสด

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ภาพลิงบาบูนกำลังจับหน้าอกข้างขวาของนักข่าวสาว ซาบริน่า โรดิเกรซ วัย 29 ปี ขณะที่เธอรายงานสดสกู๊ปข่าว Lodi Grape Festival ที่ออกอากาศทางช่อง FOX 40 ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมิรกา เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

1.2

ทั้งนี้ในช่วงแรกนักข่าวสาวก็พยายามแก้เก้อด้วยการกล่าวติดตลกพร้อมท่าทียิ้มแย้ม และพยายามดำเนินรายการต่อไป กระทั่งผ่านไป 15 นาทีลิงแสนรู้ตัวนี้ก็ยังคงจับหน้าอกเธอไม่ไปไหน นักข่าวสาวจึงตัดเบรคด้วยการกล่าวว่า “กลับมาชมรายการอีกครู่หลังจากเรารู้สาเหตุว่า เพราะอะไรเจ้าลิงตัวนี้ถึงชอบจับหน้าอกนัก”

สำหรับลิงบาบูนตัวนี้มีชื่อว่า มิคกี้ มันเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “Rock of Ages” ที่นำแสดงโดยทอม ครุยส์ เมื่อปี 2012

มอง3มุม ปมสร้างเขื่อนแม่วงก์ แม่ งง ! (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)

จากกรณีการคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกระแสร้อนแรง เนื่องจากมีความคิดเห็นไม่ตรงกันและมีผู้เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ 3 ฝ่าย 3 มุม วันนี้ Mthai ข่าวภาคซ่าส์ จึงขอนำข้อมูลและความคิดเห็นของทั้ง 3 ฝ่าย ทั้ง NGO รัฐบาล และกลุ่มชาวบ้าน นำมาสรุปให้อ่านกัน

ข้อมูลจากฝั่ง NGO โดยมูลนิธิสืบ นาคะ เสถียร

 เหตุผลสำคัญที่ต้องคัดค้านการสร้างเขื่อนมีอยู่ 2 ด้าน คือ ด้านนิเวศ และด้านเศรษฐกิจและสังคม

ปัญหาที่จะเกิดขึ้นด้านนิเวศ คือ ระบบนิเวศทั้งหมดจะถูกคุกคาม เกิดการทำลายป่าต้นน้ำ และอาจเกิดการลักลอบตัดไม้ริมอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก เร่งให้สัตว์ป่าสูญพันธ์ เช่น นกยูง เสือโคร่ง และลักลอบล่าสัตว์ป่าได้ง่าย นอกจากนี้ ยังทำให้สัตว์ป่าสูญเสียที่อยู่อาศัย ทำลายโอกาสการฟื้นฟูของอุทยาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อป่ามรดกโลก “ห้วยขาแข้ง”

ด้านเศรษฐกิจและสังคม คือ เนื่องจากเขื่อนแม่วงก์มีขนาดเล็กจุน้ำได้สูงสุด 262 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุน อีกทั้งยังไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมได้ นอกจากนี้ยังทำลายแหล่งศึกษาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และทำลายความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของไทยด้วย รวมถึงเป็นช่องทางให้โครงการพัฒนาขนาดใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ ได้อีกในอนาคต

c89037cacdbc9a0

ความสำคัญของป่าแม่วงก์

ป่าแม่วงก์บริเวณที่จะถูกน้ำท่วมเป็นป่าริมน้ำและป่าที่ราบต่ำ ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 200 เมตร เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่น ช้าง เสือ และเป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ป่าด้วย แม้ว่าสูญเสียป่าแม่วงก์ไป 18 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 2 ของป่าทั้งหมด แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของป่าทั้งระบบมาก เพราะมันคือ “หัวใจ”

เหตุที่ป่าแม่วงก์เปรียบเหมือนหัวใจเพราะเป็นส่วนสำคัญของผืนป่าตะวันตก ที่เกิดจากป่าอนุรักษ์ 17 ผืนต่อกันเป็นป่าผืนใหญ่ขนาด 11.7 ล้านไร่ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด เช่น เสือโคร่ง ช้าง กระทิง วัวแดง สมเสร็จ ควายป่า ฯลฯ

หากจะมีการสร้างเขื่อน ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนแม่วงก์คิดเป็นร้อยละ 1 ของน้ำทั้งหมดที่ท่วมลุ่มน้ำภาคกลางในปี 2554 ดังนั้น เขื่อนนี้จึงไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคกลาง และไม่เกิดความคุ้มค่าแก่การลงทุนหากสร้างเพื่อป้องกันน้ำท่วม

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบที่ไม่สามารถป้องกันในช่วงเวลาก่อสร้างเขื่อนตลอด 8 ปี ได้แก่ การตัดไม้เกินพื้นที่ที่กำหนด การลักลอบล่าสัตว์ป่า เสียงที่ดังรบกวนสัตว์ป่า การยึดพื้นที่ริมอ่างและการเก็บหาของป่า

(ข้อมูลข้างต้นคัดลอกบางตอนจากผลการศึกษา ทำไมต้องค้านเขื่อนแม่วงก์ )

ข้อมูลจากฝั่งรัฐบาล

จากกรณีการคัดค้านดังกล่าว นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบเรื่องน้ำ ได้เผยว่า กล่าวว่า รัฐบาลไม่อาจให้มีความเสียหายเหมือนในปี 2554 ซ้ำสองได้ ทั้งนี้ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อน้ำท่วมมาก ส่วนผู้ที่คัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยระบุว่าเก็บน้ำได้ในปริมาณที่น้อยนั้น ไปคิดแบบนั้นไม่ได้ เปรียบเป็นการออกแรงคนละคนละเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ทุกเขื่อนเล็กใหญ่มีความสำคัญเท่ากัน ตนคิดว่าข้อโต้แย้งนี้เป็นการจงใจให้คนเข้าใจผิด

“ผมพยายายามทำความเข้าใจว่าผู้คัดค้านจะค้านทำไม เหตุใดจึงเชื่อแบบนั้น แต่ขอขอบใจที่พวกเขาเป็นคนรักป่า รักสัตว์ป่า แต่ผมรักคนไทยมากกว่า ผมเลือกเอาชีวิตของคนไทยมากกว่า ผมต้องทำให้คนไทยปลอดภัยให้ได้ ป่าสร้างได้ สัตว์ป่าสร้างได้ แต่ถ้าน้ำท่วมไม่มีคนไทย ประเทศก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลตัดสินใจแล้วคือสร้างเขื่อนแม่วงก์ ไม่มีเปลี่ยนใจ”

ข้อมูลจากชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อว่า เรื่องพื้นที่ความเสียหายจากข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านเดินป่าสำรวจกันนั้น ไม่พบพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่ หรือสัตว์ป่าล้มตายตามที่เป็นข่าว ดังนั้นจึงขอให้กลุ่มที่ออกมาคัดค้านเห็นใจชาวบ้านในพื้นที่ด้วย ซึ่งชาวบ้านพร้อมที่จะต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เขื่อนแม่วงก์มา ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรอคอยที่จะได้เห็นเขื่อนแม่วงก์

หลังจากเรียกร้องกันมาตลอด 30 ปี เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่การอยู่นอกเขตชลประทาน ทำให้หน้าฝนน้ำป่าจะท่วมไร่นาเสียหาย ส่วนหน้าแล้งก็แล้งหนักจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ ซึ่งการสร้างเขื่อนแม่วงก์จะทำให้ระบบชลประทานที่ดีขึ้น ชาวนาสามารถทำนาได้ตลอดทั้งปี รวมถึงป้องกันน้ำท่วม ทั้งนี้ เมื่อช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ไม่เห็นเอ็นจีโอออกมาช่วยชาวบ้าน แต่พอจะสร้างเขื่อนกลับมาคัดค้าน

อย่างไรก็ตาม เราจะต้องคอยติดตามดูกันต่อไปว่า จุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างความคิดเห็นไม่ตรงกัน และมีเหตุผลของกันและกัน NGO ไม่อยากให้ป่าถูกทำลาย,รัฐบาลไม่อยากให้น้ำท่วม,ชาวบ้านอยากได้แหล่งชลประทาน ซึ่งทางออกของเรื่องนี้ควรจะมีการหารือถึงจุดร่วมที่เหมาะสม และสมดุล เพื่อให้การสร้างเขื่อนได้ประโยชน์สูงสุดและมีผลกระทบน้อยที่สุด

images

MthaiNews

————————————————————————-

ชมข่าวภาคซ่าส์ ตอนอื่นๆ คลิ๊ก ที่นี่

เรียกร้องเรื่องชุดนศ. เสรีภาพหรือแค่อยากเกรียน? (Mthaiข่าวภาคซ่าส์)
เรียกร้องเรื่องชุดนศ. เสรีภาพหรือแค่อยากเกรียน? (Mthaiข่าวภาคซ่าส์) อลหม่าน ภาษีคนโสด วิกฤติรับข่าวคนไทย-นโยบายเพิ่มลดประชากร (Mthaiข่าวภาคซ่าส์)   อลหม่าน ภาษีคนโสด วิกฤติรับข่าวคนไทย-นโยบายเพิ่มลดประชากร (Mthaiข่าวภาคซ่าส์) หาสาเหตุ ทางด่วน ทำไมต้องขึ้นราคา Mthai ข่าวภาคซ่าส์ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2556 หาสาเหตุ ทางด่วน ทำไมต้องขึ้นราคา Mthai ข่าวภาคซ่าส์ อาหารตามสั่ง ขึ้นราคาอย่าตามใจ (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)   อาหารตามสั่ง ขึ้นราคาอย่าตามใจ (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)

ยอดผู้ใช้ 3จี ทะลุ 11 ล้านเลขหมายแล้ว

กสทช. เผยยอดผู้ใช้บริการ 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ทะลุ 11 ล้านเลขหมาย พร้อมระบุ ทรูมูฟ ดีพีซี เก็บซิม 1800 ออกจากตลาดแล้ว

16-01

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า นับตั้งแต่ กสทช. ได้ให้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตช์ และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม แก่บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค จำกัด (AWN) บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด (DTN) หรือไตรเน็ต และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (RF) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555 และมีการเริ่มเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตช์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 พ.ค.2556 ปัจจุบันพบว่ามีผู้ใช้บริการแล้วเกือบ 11 ล้านเลขหมาย

โดยแบ่งเป็น ผู้ใช้บริการ AWN 9 ล้านเลขหมาย RF 1.8 พันเลขหมาย และ DTN 2 ล้านเลขหมาย ซึ่ง ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตช์นี้ จะได้รับอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลดลง 15 % ตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม หมวด 3 เงื่อนไขเฉพาะสำหรับผู้รับใบอนุญาต ภาคผนวก ก ข้อ 7.5

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตช์ เป็นไปตามคาดหมายเพราะปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการขยายโครงข่ายบริการในช่วงนี้อาจจะยังไม่ครอบคลุมในทุกจุด จากการที่สำนักงาน กสทช. ติดตามการขอติดตั้งโครงข่ายเพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 พบว่ามีความคืบหน้าไปมาก

ส่วนความคืบหน้ากรณีการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตช์ สำนักงาน กสทช. ได้ติดตามและกำกับดูแลการดำเนินการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ในช่วงเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตช์ ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวนั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ได้แจ้งว่าทั้ง 2 บริษัทได้จัดเก็บซิมการ์ดบริการคลื่น 1800 เมกะเฮิรตช์ ที่วางจำหน่ายออกจากท้องตลาดแล้ว และจะไม่มีการจำหน่ายซิมใหม่ที่ใช้บริการคลื่น 1800 เมกะเฮิรตช์อีก

MThai news