ชูวิทย์โพสต์ภาค 3 หลังรัฐขึ้นทางด่วน แนะเป็นรัฐบาลอย่ายอมเอกชน ชี้ต้องเขี้ยวลากดินเพื่อพี่น้องประชาชน
หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โจมตีรัฐบาลหลังปรับขึ้นค่าทางด่วน ไปพร้อมกับค่าก๊าซ LPG เมื่อวันที่ 1ก.ย. นั้น ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้แสดงความเห็นถึงสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐ และเอกชน โดยระบุว่า

“สัมปทาน” ที่ประชาชนไม่เคยรู้
ทุกโครงการ “เมกะโปรเจ็ค” มีเรื่อง “บนโต๊ะ” และ “ใต้โต๊ะ” ที่คุณไม่รู้ โครงการ ทางด่วน รถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้าBTS ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ จนถึง “โฮปเวลล์” คุณคิดว่ามีกี่โครงการ ที่ไม่มีคำว่า “ผลประโยชน์ทางการเมือง” มาเกี่ยวข้อง?
ผมมารู้เอาตอนเป็น “นักการเมือง” นี่แหละ แต่ก่อนอยู่ “หน้าคีย์บอร์ด” ก็ไม่รู้ ได้แต่ “คอมเม้นท์” ด่าไปวันๆ หรือไม่ก็เข้าข้าง “ตะพึดตะพือ” ไม่มีเหตุผล
ผมเป็นฝ่ายค้าน มีหน้าที่ “สื่อสาร” ให้สังคมได้รับรู้ ไม่ได้เป็น “รัฐบาล” นั่งบริหารสั่งการ ผู้คน “เย้ยหยัน” หาว่าผม “พูดเอามันส์ ทำอะไรไม่ได้” รัฐมี “สัญญากับเอกชน” จะถูกฟ้อง หากไม่ปฏิบัติตาม
ลองดู “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” อย่างชูวิทย์สักครั้งเป็นไร
– ผมไม่กลัวว่า “รัฐ” จะถูก “เอกชน” ฟ้อง ที่ผ่านมาไม่เคยพบ “รัฐแพ้คดีเอกชน” เพราะผลประโยชน์ของประชาชนสักครั้ง อย่ามัวแต่ “กลัวถูกฟ้อง” จนไม่ทำอะไร เอาสัญญาบังหน้า แล้วนั่งนิ่งเฉย
– ผมจะเรียกบริษัทเอกชนคู่สัญญามา “เจรจาต่อรอง” ไม่ได้ “ยกเลิกสัญญา” เพราะมีแต่เอกชน “ล้มโครงการ” อย่าง “โฮปเวลล์” วันนี้ต้องเสียงบประมาณไปตัดเสาทิ้ง ทั้ง “เสียค่าโง่ เสียรู้ เสียเวลา” ไปเท่าไหร่? แล้ว “นักการเมืองคนใด” ได้ประโยชน์ใส่กระเป๋า?
– รัฐยิ่งเจรจา ยิ่งเสีย “ผลประโยชน์” ให้เอกชน เช่น โครงการ “ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์” ขยายเวลา “สัมปทาน” เพิ่มให้เอกชนถึงปี 2577 และอนุญาตให้ “ปรับราคา” เป็น 85 บาท (จากเดิม 55 บาท) อีกทั้ง ยังปรับขึ้นอีก 10 บาท ทุกๆ 5 ปี เป็นผลมาจาก “การเจรจา” แก้ไขสัญญากับเอกชน ที่ทำให้รัฐ “เสียเปรียบ”
– การให้ “สัมปทาน” ทำสัญญากับเอกชน ไม่ต่ำกว่า 30 ปี ระยะเวลาเนิ่นนานขนาดนี้ ย่อมมี “การเปลี่ยนแปลง” มากมายเกิดขึ้น เอกชนล้วนต้องการแก้ไขสัญญาสัมปทาน เจรจาต่อรองใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความ “เขี้ยว” ของผู้เจรจา และ “ผลประโยชน์” ของทั้งสองฝ่าย ใครจะเขี้ยวกว่าใคร?
แต่ของรัฐ ต้องยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
ทุกโครงการ “เมกะโปรเจ็ค” ล้วนมีการ “แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา” ทั้งสิ้น แต่เป็น “เอกชน” ที่เป็นผู้ขอแก้ไข เพื่อ “ประโยชน์และกำไร” ของบริษัท
แล้วทำไม? “รัฐ” จะขอแก้ไขสัญญาเพื่อประโยชน์ของประชาชนบ้างไม่ได้หรือ? จะมา “อ้าง” กลัวถูกเอกชนฟ้อง ต้องปฏิบัติตามสัญญา มาพูดแบบ “คนโง่แต่ขยัน” บุคคลประเภทนี้เป็น “อันตรายต่อประเทศ” อย่างยิ่ง
สมมุติว่าผมเป็น “รมว.คมนาคม” เจรจากับเอกชน แค่เดินเข้าห้องประชุม “พรม” ที่พื้นขาดเป็นทาง เพราะ “เขี้ยว” ของผมมันยาวกว่าใครเจรจาต่อรอง “บนโต๊ะ” กับเอกชน ต้องใช้ “ลูกเขี้ยว” ไม่ใช่เป็น “ลูกไก่” มาร้อง “เจี๊ยบๆ” ว่า “กลัวถูกฟ้อง”
เอกชนเขาจะหัวเราะยิ้มย่องได้ใจ บอกว่า “เสร็จกูอีกแล้ว” ส่วนเรื่อง “ใต้โต๊ะ” คงไม่ต้องบอก ใช้ “ลูกแดก ลูกเดียว” ชาวบ้านเขารู้กันทั่ว
MThai News


