ปอท.เตรียมคุม Line หวั่นกระทบความมั่นคง

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก หลัง พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ได้เผยว่าขณะนี้ได้มีการประสานไปยังกลุ่มเครือข่ายผู้ให้บริการ Social Network เพื่อขอข้อมูลผู้ใช้งานภายในประเทศไทยแต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือ

ซึ่งล่าสุดได้มีการยื่นคำร้องไปยังบริษัท Na ver Japan ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น Line (ไลน์) ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช้มากกว่า 15 ล้านคน โดยการยื่นคำร้องดังกล่าวเพื่อขอข้อมูลรายยชื่อของผู้ใช้รายนั้น รวมถึงข้อมูลการสนทนา เพื่อป้องกันการให้ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ

1.1.1.1---Copy

ทั้งนี้กรณีการควบคุมสังคมออนไลน์สืบเนื่องมาจากการปล่อยข่าวลือปฏิวัติบนโซเชียลเน็ตเวิร์คซึ่งหลังจากกระแสข่าวดังกล่าวออกมา สร้างความไม่พอใจให้กับชาวสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากไลน์ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นได้ นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่ายังมีคดีออนไลน์อีกหลายคดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ทำไมปอท.ถึงไม่จัดการกับเรื่องเหล่านั้นก่อน

1.1.1.1

อย่างไรก็ดีเมื่อถูกกระแสสังคมไม่เห็นด้วยกับมาตราการดังกล่าวทาง ปอท. เองก็ได้ออกมาชี้แจงอีกครั้งว่า มาตราการดังกล่าวจะไม่เป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงมีแน่นอน เพราะทาง ปอท.จะส่งจนท.จับตาดูเฉพาะกลุ่มคนสุ่มเสี่ยงใช้โซเชียลมีเดียทำผิดกฎหมายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคำว่าค้าขายอาวุธปืน, ค้ายา, ค้าของปลอม, ละเมิดลิขสิทธิ์, ค้าประเวณี ส่วนทางบริษัทผู้ผลิตจะให้ข้อมูลหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ที่เขาจะปฏิบัติได้

1.1.1.1---Copy

 

 

คลิประทึก! แก๊งวัยรุ่นรุมยำอริ หน้า 7/11 ใต้ BTS อ่อนนุช

ในเว็บไซต์ยูทูบได้มีการเผยแพร่คลิปสุดระทึก! ขณะวัยรุ่นคนหนึ่งถูกคู่อริประมาณ 5-6 คนรุมทำร้าย ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใต้สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา

1.1.1.1---Copy

ซึ่งในคลิปได้เผยให้เห็นจังหวะที่ชายเคราะห์ร้ายวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือด้วยการเคาะกระจกร้านสะดวกซื้อดังกล่าว แต่ประตูถูกล็อคไว้จึงไม่สามารถเข้าไปได้ ทำให้เขาถูกคู่อริที่วิ่งตามมาเข้าทำร้ายจนมีเลือดไหลออกตามใบหน้าและลำตัว ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจะวิ่งหนีไป

อย่างไรก็ดีเหตุการณ์นับว่าโชคดีมากที่ชายคนดังกล่าวไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เมื่อมีพลเมืองดีแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้ได้เข้ามาช่วยเหลือเขาไว้ได้ทัน

ประชุมที่มาส.ว.วุ่น! ส.ส.ปะทะตร.สภา ก่อนผุดวลี ชะนีโหยหวน-สวยกว่าสาวกว่าช่วยไม่ได้

ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในวาระ2 เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้น เมื่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาที่ทำหน้าที่ในขณะนั้น

ได้ใช้อำนาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาเชิญตัวของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งออกนอกห้องประชุม เนื่องจากขัดคำสั่งประธานหลังลุกยืนประท้วง เนื่องจากเห็นว่าประธานสภาทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เพราะให้ส.ส.อภิปรายแปรยัตติได้เพียง 2 คนจากทั้งหมด 57 คน

1.1.1.1

จนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นระหว่าง ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐสภาท่ามกลางเสียงส.ส.หญิงกรี๊ดดังลั่นห้องประชุม ก่อนที่ประธานสภาจะสั่งให้พักการประชุมเป็นเวลา 10นาทีในที่สุดหลังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์

อย่างไรก็ดีหลังเหตุการณ์ทุกอย่างเรียบร้อยและกลับเข้ามาประชุมอีกรอบ ก็ได้เกิดการประทะคารมกันอีกรอบของส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้าน จากกรณีเสียงของส.ส.หญิงหวีดร้องระหว่างการปะทะกันก่อนหน้า เมื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า

1.2

ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติในห้องประชุมให้เกียรติตนในฐานะสุภาพสตรี ขณะเดียวกันตนข้องใจเสียงกรีดร้องของส.ส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างเหตุการณ์การคุมตัวส.ส.พรรคฝ่ายค้านออกนอกห้องประชุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภา ทำให้คิดว่ารัฐสภาอันทรงเกียรติกลายเป็นสวนสัตว์ดุสิต ที่มีเสียง “ชะนีร้องโหยหวน”

จากนั้นนางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ลุกขึ้นประท้วงประธานสภา พร้อมสั่งให้นำตัวส.ส.เพื่อไทยถอนคำพูด “ชะนีโหยหวน” และนำตัวออกจากสภาด้วย เพราะในสภาฯ ไม่ได้ใช้ความสวย ใช้สติและปัญญา

ก่อนที่ น.ส.ขัตติยา ก็ได้ขอใช้สิทธิ์พาดพิงตอบโต้ทันทีว่า “เรื่องความสวย ช่วยไม่ได้ เด็กกว่า ใสกกว่า ต้องสู้กันนิดหนึ่ง ส่วนจะให้ถอนคำว่า ชะนีโหยหวนไม่ได้ว่าใครเฉพาะเจาะจง ทางบ้านส่งมา คิดว่า ที่นี่ไม่ใช่รัฐสภา นึกว่า สวนสัตว์ดุสิต ขออนุญาตไม่ถอน” ซึ่งหลังจากพูดจบ ได้มีเสียงโห่มาจากฝ่ายค้าน ก่อนที่นายนิคม ไวยรัชพานิช จะสั่งให้ถอน จนน.ส.ขัตติยา ยอมในที่สุด

ทั้งนี้จาก วลีดังกล่าวของน.ส.ขัตติยา ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ตามมาอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะชาวเน็ตได้ตั้งประเด็นว่า ส.ส.สาวจากฝากเพื่อไทย เหตุไฉนถึงกล้าเทียบฉันความสวยกับอดีตนางเอกชื่อดังอย่าง นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเชื่อว่า เจ้าตัวต้องทำการศัลยกรรมมาแน่นอน

1

โดยเฉพาะ นายสุทิน วรรณบวร นักข่าวการเมืองอาวุโสชื่อดัง ได้ออกมาเขียนกลอนฉะยับพฤติกรรมของส.ส. คนดังกล่าว โดยระบุว่า
ทำหน้าที่ในสภาใช่หาผัว
เป็นกรรมการไฉนพาลมาเป็นไพร่
ยอมรับใช้สัมพเวสีคนขี้ขลาด
ตำแหน่งใหญ่ไปรับใช้ทรราช
บ้าอำนาจใช้กฏหมู่อดสูใจ
หญิงจะสวยหรือไม่ใช่ปัญหา
ทำหน้าที่ในสภาใช่มาหาผัว
ทรพีเลือดเย็นเห็นแก่ตัว
ปล่อยลูกผัวพ่อตายรับใช้มาร

อย่างไรก็ดีหลัง น.ส.ขัตติยา ถุกกระแสสังคมวิจารณ์หนักเจ้าตัวก็ได้ออกมาแถลงว่า ตนไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบความสวยของตนเองกับนางนาถยา แต่เป็นการอภิปรายที่รับมุขกับนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาเท่านั้น

อีกทั้งก็ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำศัลยกรรม แต่รูปที่ชาวเน็ตนำมาเผยแพร่เป็นรูปเก่า โดยเมื่อก่อนทำงานบริษัทตามปกติจึงปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้า แต่เมื่อพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล บิดามาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องดูแลตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง