แชร์ว่อนภาพรถหุ้มเกราะของสตช. ด้านโฆษกโต้ข่าวมั่ว

เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก @สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้มีการโพสต์ภาพที่อ้างว่าเป็นรถหุ้มเกราะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จัดซื้อมาในราคากว่า 4แสนบาท เพื่อเตรียมนำไปใช้ปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

1.1.1.1---Copy

โดยรถคันดังกล่าวมีลักษณะคล้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้างล้อมไปด้วยเกาะกำบัง พร้อมเครื่องมือสื่อสารติดตั้งในตัวรถ ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามกลับไปด้วยว่าสภาพรถคันดังกล่าวคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไปหรือไม่

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ออกมาแก้ต่างทันทีหลังเกิดกระแสวิพากษืวิจารณ์อย่างหนัก น่าจะไม่ใช่ของจริง เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงไม่จัดซื้อรถหุ้มเกราะที่มีราคาถูกขนาดนั้น

นอกจากนี้ที่ผ่านมา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่ได้มีการจัดซื้อรถหุ้มเกราะแต่อย่างใด ส่วนตัวคิดว่าคงเป็นแค่เพียงข่าวลือ เพราะรถหุ้มเกราะอะไรจะราคาแค่ 4 แสนบาท เป็นไปไม่ได้

ขณะที่ในเพจ @NORAD News Network ได้มีการโพสต์ชี้แจงถึงที่มาของภาพดังกล่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นการพัฒนา ผลิตนวัตกรรมใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “รถจักรยานยนต์ข้างกันกระสุน” โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศฝร.ศชต.) กับ บริษัท ไทยซูซูกิ มอเตอร์จำกัด และ บริษัท พรีซิพาร์ท จำกัด (บางระจัน) ในการพัฒนารถต้นแบบกันกระสุน

ซึ่งถือเป็นความน่าภาคภูมิใจของคนไทย ที่คิดค้นอุปรณ์ในการลดการสูญเสียชีวิต ของตำรวจตระเวณชายแดน ถึงแม้ว่ารถอาจจะดูไม่สวยงามนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ได้มีการประดิษฐ์สิ่งดีเพื่อปกป้องพี่น้องตำรวจ และทหารที่อยู่บริเวณชายแดน โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินครับ

ทางทีมงาน @NORAD News Network ขอปรบมือให้ และขอให้ผู้ที่แชร์ข้อมูลผิดๆช่วยกันชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องด้วยครับ เพื่อไม่ให้งานประดิษฐ์ที่ดีๆต้องเอามาถูกวิจารณ์หรือใช้งานในทางที่ผิด

1.2

นักวิชาการแนะรัฐ เก็บภาษีคนโสด ป้องกันแรงงานขาดในอนาคต

การเสวนาในหัวข้อเรื่อง “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและนโยบายการรองรับในสองทศวรรษหน้า” ที่มหาวิทยาลัยรังสิต วานนี้ (5ก.ย.) ได้มีนักวิชาการเสนอให้ภาครัฐ รเรียกเก็บภาษีคนโสด ภาษีคนไม่มีลูก เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนคนไทยอยากมีครอบครัวมากขึ้น และได้จะลดภาระงบประมาณการใช้สวัสดิการต่างๆ ของประชาชน

1.1.1.1---Copy

โดยนายเทอดศักดิ์ ชมโต๊ะสุวรรณ เลขานุการคณะเศรษฐศาสตร์ และอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรังสิต ได้เผยถึงแนวคิดดังกล่าวว่า ก็เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาคาดแคลนแรงงานของประเทศในอนาคต หลังพบว่าปัจจุบันอัตราการเจริญพันธุ์ของไทยนั้นต่ำมาก เพียง 1.6 ต่อครอบครัว หรือ 1 คู่สมรส มีลูกเพียง 1 คนกว่าเท่านั้น

และสาเหตุหลักที่ทำให้คนมีลูกน้อย หรือไม่ต้องการมีครอบครัว น่าจะมาจากแนวโน้มสังคมเมืองและเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็ว เพราะเมื่อเศรษฐกิจดีหนุ่มสาวจะเลือกทำงานเพื่อสร้างฐานะ ความมั่นคงในชีวิตมากกว่าการหาคู่แต่งงานสร้างครอบครัว

ประกอบกับปัจจุบันค่าครองชีพ และต้นทุนในการเลี้ยงดูบุตรสูงขึ้น ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล สินค้าข้าวของแพงขึ้น ครอบครัวส่วนใหญ่จึงเลือกมีลูกน้อย เพราะกลัวจะดูแลได้ไม่ดี

ดังนั้นจึงได้เสนอให้ภาครัฐมีมาตราการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้คนมีครอบครัว มีบุตร จะได้ป้องกันปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้ในอนาคต

และนอกจากนี้ภาครัฐควรออกนโยบาย โครงการลูกคนแรก โดยรัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย การเลี้ยงดูให้กับครอบครัวที่มีลูกคนแรก รวมถึงให้เงินอุดหนุน หรือลดภาษีสำหรับครอบครัวที่มีลูกคน 2 และ 3 เพื่อสร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้คนอยากมีลูก มีครอบครัวเพิ่มขึ้น

วิจารณ์โปสเตอร์สยิว นศ.ธรรมศาสตร์ต่อต้านใส่เครื่องแบบ

หลังจากเกิดกระแสเป็นที่ฮือฮาในโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อปรากฎภาพโปสเตอร์สุดสยิว 4 แบบที่เผยให้เห็นถึงท่าทางเหมือน ”ชาย-หญิง” และ “ชาย-ชาย” กำลังร่วมเพศในเครื่องแบบนักศึกษา แปะตามบอร์ดต่างๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเป็นการต่อต้านการบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1.2

โดย แต่ละภาพ มีคำถาม หรือ วลีสั้นๆ ประกอบด้วย
“midterm ที่ผ่านมา คุณยังต้องใส่ชุดนักศึกษาอยู่หรือเปล่า?”
“ชุดนักศึกษามีเซ็กซ์มันส์กว่าป่ะ?”
“เมื่อชุดนักศึกษากำลังถูกท้าทาย”
“ปลดแอกความเป็นมนุษย์ของคุณออกมา”

ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้ปรากฎออกไป ก็ทำมีคนเข้าไปกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และมองว่าภาพแรงเกินไปนั้น ก่อนที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (9 ก.ย.) ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้เผยถึงบทสัมภาษณ์ อั้ม เนโก๊ะ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้เป็นเจ้าของผลงานสุดอื้อฉาว ที่ให้ไว้กับหนังสือพิมพ์ประชาไท เกี่ยวกับคำถามที่ว่า “ทำไมเราต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่บอกว่าตัวเองมีเสรีภาพ แต่กลับมีการบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ทั้งที่ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าเรื่องการศึกษา”

โดย อั้ม เนโกะ ได้อธิบายว่า อัตลักษณ์ของธรรมศาสตร์ก็คือการเคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ยืนหยัดกับประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบโดยเฉพาะการรัฐประหาร หรือจมปลักอยู่กับชุดนักศึกษาและกีดกันแนวคิดอื่นๆ ทั้งที่ชุดนักศึกษาไม่ใช่สิ่งดั้งเดิม

การติดเข็ม ติดตรา เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบเครื่องแบบทหาร ซึ่งเราเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา แม้ตัวเองไม่ได้บังคับ แต่แนวปฏิบัติการยังบังคับอยู่ดี

ทั้งนี้หลังจากข้อความ และบทสัมภาษณ์ของเธอได้ปรากฎออกไป ตามสื่อต่างๆ และสื่อส่วนตัวของเธออย่างเฟซบุ๊ก ก็ทำให้มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยเฉพาะ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

1

นักเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ผู้มีแนวคิดต้องการปรับเปลี่ยนการศึกษาไทย ด้วยการยกเลิกทรงผม และยกเลิกการเข้าแถวหน้าเสาธง ก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก @Netiwit Ntw สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการยกเลิกเครื่องแบบของนักศึกษา โดยระบุว่า

เครื่องแบบนักเรียนนิสิตนักศึกษาในทัศนะของผม ใครจะแต่งชุดอะไรมาก็ได้ มาตรฐานความเหมาะสมของคนนั้นต่างกัน สถาบันศึกษาควรมุ่งไปที่พัฒนามนุษย์ให้มีความคิดสร้างสรรค์ และมีทัศนะเชิงวิพากษ์ มากกว่ามากำหนดกฎเกณฑ์ว่าเหมาะไม่เหมาะแลสถาบันศึกษายุคสมัยใหม่

ความศักดิ์สิทธิ์ก็แทบจะปลาสนาการไปหมดแล้ว ความรู้ก็ไม่ได้จำกัดวงจะต้องกราบกรานกันขอความรู้ อุตสาหกรรมแห่งพิธีกรรมการใส่เครื่องแบบจึงเป็นเรื่องตลกมากกว่า และเป็นซากทัศนะเก่าอันตกค้างมา

กระนั้นก็ตามการจะยกเลิกการใส่เครื่องแบบนักเรียนนิสิตนักศึกษานั้น ยังต้องมุ่งไปที่เศษสวะตกค้างทั้งหมดในสถาบันศึกษาที่แปรรูปให้พิธีกรรมเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่วิเศษมหัศจรรย์ แลเป็นความเหมาะสมอย่างจำเป็น

อาทิการหมอบคลาน การบังคับสวดมนต์ เคารพธงชาติฯลฯ จำเป็นที่จะต้องต่อสู้ให้สู่การยกเลิกและเป็นไท นี่ยังต้องโยงไปถึงปัญหาใหญ่คือกฎหมายเพื่อพิทักษ์การซาบซึ้งมิให้ตั้งคำถาม และความเป็นรัฐภายในรัฐของทหารที่มีอำนาจควบคุม และแตะต้องไม่ได้สิ่งเหล่านี้จะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือจนถึงยกเลิก

การศึกษาของเราจึงจะเป็นไท ไปเพื่อความเป็นมนุษย์ อย่างน้อยก็มิต้องอยู่กับเศษซากเดนที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และดำรงคงอยู่บังคับกันอย่างไม่สมเหตุสมผล

อย่างไรก็ดีแม้เรื่องดังกล่าวจะถูกถกอย่างหนักในสังคมว่าควรหรือไม่ควรกับการยกเลิกเครื่องแบบสำหรับนักเรียนนักศึกษา แต่ในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ก็ได้มีคนที่ใช้ชื่อว่า “นักเป่าขลุ่ย” เข้าไปตั้งกระทู้ไว้อย่างน่าสนใจ หลังเขาบังเอิญได้ยินการสนทนาของพ่อลูกคู่หนึ่ง โดยระบุว่า

นั่งดื่มกาแฟในร้านกาแฟเเห่งหนึ่งเเถวสยาม จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนข้างหลังพูดคุยกัน ไม่ได้สนใจอะไร เเต่มันได้ยินชัดเเล้วฮาดีก็เลยฟังไปเรื่อยๆ…

ลูก : คนไทยล้าหลังนะพ่อที่เราใส่ชุดยูนิฟอร์ม
พ่อ : ล้าหลังยังไงลูก?
ลูก : ก็ต่างชาติเค้าไม่ใส่กัน
พ่อ : ต่างชาติเค้าไม่ใส่ เเล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราที่ต้องไม่ใส่ยูนิฟอร์ม? ไม่คิดว่าเรา indy บ้างหรอ? (เออวะ นั้นดิ 55)
ลูก : โถ่! พ่อมันทำให้ยึดติดกับกฏระเบียบ
พ่อ : เเล้วเอ็งจะอยากเเหกกฏไปทำไม?
ลูก : ไม่ใช่อยากเเหกกฏ เเต่มันทำให้ไม่พัฒนา (เริ่มใช้อารมณ์)
พ่อ : เเล้วชุดยูนิฟอร์ มันไปถ่วงการพัฒนายังไงหละ?
ลูก : ก็มันทำให้เรายึดติด ไม่คิดอะไรใหม่ๆ ไม่สร้างสรรค์ไงพ่อ มันเลยทำให้เราไม่ฉลาด
พ่อ : เเล้วถ้าเอ็งถอดชุดยูนิฟอร์ออก มันจะทำให้เอ็งเป็นไอส์ไตส์รึไง!! (ฮาเลย ตรงนี้)
ลูก : เอ้า! (ทำเสียงสูง) คือถ้าเราไม่ยึดติดกับกรอบความคิด เราก็จะคิดสิ่งใหม่ๆได้ พัฒนาให้มันดีขึ้น
พ่อ : เอ้า! (เลียนเเบบลูกซะงั้น) เอ็งจะคิดก็คิดไปดิ ความคิดมันเป็นนามธรรม ไปเกี่ยวอะไรกับชุดยูนิฟอร์ม ไอนี้มันรูปธรรม ที่เราติดอยู่ในกรอบก็เพราะความคิดของเราเอง ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งของภายนอกเลย (อืมฟังตรงนี้เเล้วชอบ ออกเเนวธรรมะ 55)
ลูก : %!$&#* (บ่นอะไรไม่รู้ฟังไม่ชัด)
พ่อ : เสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้า ถ้าเอ็งคิดว่าชุดยูนิฟอร์มมันไปปิดกันความคิดได้ เอ็งก็ถอดเสื้อผ้าไปเรียนเลย เเนวดี ถ้าเค้าให้นะ (นั้งขำเลยตรงนี้ รักคุณพ่อเลยเนี้ย)
ลูก : สรุปคือพ่อชอบชุดยูนิฟอร์มว่างั้น!! (เสียงเริ่มปลง คืออารมณ์ว่าสู้ไม่ได้ 55)
พ่อ : ก็ไม่ได้บอกว่าชอบ เเค่สาวใส่ยูนิฟอร์มมันก็น่ารักดี ((*O*) นั้นไง หรือนี้คือเหตุผล)
พ่อ : ญี่ปุ่นเค้าพัฒนาไปไกล เค้ายังเเต่งยูนิฟอร์มกันอยู่เลย ดูเเล้วมันก็เรียบร้อย ที่มันไม่พัฒนามันไม่เกี่ยวกับชุดหรอก มันเกี่ยวกับคน ถ้าเค้าให้เด็กเเต่งชุดไปรเวทได้ เดียวคนในรัฐสภามันเอามั้งเเล้วทำไง ความผิดพวกเอ็งเลยนะเนี้ย (เห้ย 555 เออ จริง!)

หลังจากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนไป สงสัยเด็กจะรู้ตัวว่าสู้ฝีปากไม่ไหวเลยเปลี่ยนเรื่อง แต่ยอมรับว่าชอบเเนวคิดคุณพ่อ indy ดี ฟังเเล้วอยากหันหลังไปขอเบอร์เลย 5555

*เอามาเเชร์เล่นๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไร*

ข้อมูลบางส่วนจากประชาไท, พันทิป (http://pantip.com/topic/30950577)