วิจารณ์โปสเตอร์สยิว นศ.ธรรมศาสตร์ต่อต้านใส่เครื่องแบบ

หลังจากเกิดกระแสเป็นที่ฮือฮาในโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อปรากฎภาพโปสเตอร์สุดสยิว 4 แบบที่เผยให้เห็นถึงท่าทางเหมือน ”ชาย-หญิง” และ “ชาย-ชาย” กำลังร่วมเพศในเครื่องแบบนักศึกษา แปะตามบอร์ดต่างๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเป็นการต่อต้านการบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

1.2

โดย แต่ละภาพ มีคำถาม หรือ วลีสั้นๆ ประกอบด้วย
“midterm ที่ผ่านมา คุณยังต้องใส่ชุดนักศึกษาอยู่หรือเปล่า?”
“ชุดนักศึกษามีเซ็กซ์มันส์กว่าป่ะ?”
“เมื่อชุดนักศึกษากำลังถูกท้าทาย”
“ปลดแอกความเป็นมนุษย์ของคุณออกมา”

ซึ่งเมื่อภาพดังกล่าวได้ปรากฎออกไป ก็ทำมีคนเข้าไปกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม และมองว่าภาพแรงเกินไปนั้น ก่อนที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (9 ก.ย.) ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ได้เผยถึงบทสัมภาษณ์ อั้ม เนโก๊ะ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้เป็นเจ้าของผลงานสุดอื้อฉาว ที่ให้ไว้กับหนังสือพิมพ์ประชาไท เกี่ยวกับคำถามที่ว่า “ทำไมเราต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่บอกว่าตัวเองมีเสรีภาพ แต่กลับมีการบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ทั้งที่ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าเรื่องการศึกษา”

โดย อั้ม เนโกะ ได้อธิบายว่า อัตลักษณ์ของธรรมศาสตร์ก็คือการเคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ยืนหยัดกับประชาธิปไตย ไม่สนับสนุนอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบโดยเฉพาะการรัฐประหาร หรือจมปลักอยู่กับชุดนักศึกษาและกีดกันแนวคิดอื่นๆ ทั้งที่ชุดนักศึกษาไม่ใช่สิ่งดั้งเดิม

การติดเข็ม ติดตรา เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบเครื่องแบบทหาร ซึ่งเราเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา แม้ตัวเองไม่ได้บังคับ แต่แนวปฏิบัติการยังบังคับอยู่ดี

ทั้งนี้หลังจากข้อความ และบทสัมภาษณ์ของเธอได้ปรากฎออกไป ตามสื่อต่างๆ และสื่อส่วนตัวของเธออย่างเฟซบุ๊ก ก็ทำให้มีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยเฉพาะ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล

1

นักเรียนชั้นมัธยมปลายโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ผู้มีแนวคิดต้องการปรับเปลี่ยนการศึกษาไทย ด้วยการยกเลิกทรงผม และยกเลิกการเข้าแถวหน้าเสาธง ก็ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก @Netiwit Ntw สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการยกเลิกเครื่องแบบของนักศึกษา โดยระบุว่า

เครื่องแบบนักเรียนนิสิตนักศึกษาในทัศนะของผม ใครจะแต่งชุดอะไรมาก็ได้ มาตรฐานความเหมาะสมของคนนั้นต่างกัน สถาบันศึกษาควรมุ่งไปที่พัฒนามนุษย์ให้มีความคิดสร้างสรรค์ และมีทัศนะเชิงวิพากษ์ มากกว่ามากำหนดกฎเกณฑ์ว่าเหมาะไม่เหมาะแลสถาบันศึกษายุคสมัยใหม่

ความศักดิ์สิทธิ์ก็แทบจะปลาสนาการไปหมดแล้ว ความรู้ก็ไม่ได้จำกัดวงจะต้องกราบกรานกันขอความรู้ อุตสาหกรรมแห่งพิธีกรรมการใส่เครื่องแบบจึงเป็นเรื่องตลกมากกว่า และเป็นซากทัศนะเก่าอันตกค้างมา

กระนั้นก็ตามการจะยกเลิกการใส่เครื่องแบบนักเรียนนิสิตนักศึกษานั้น ยังต้องมุ่งไปที่เศษสวะตกค้างทั้งหมดในสถาบันศึกษาที่แปรรูปให้พิธีกรรมเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่วิเศษมหัศจรรย์ แลเป็นความเหมาะสมอย่างจำเป็น

อาทิการหมอบคลาน การบังคับสวดมนต์ เคารพธงชาติฯลฯ จำเป็นที่จะต้องต่อสู้ให้สู่การยกเลิกและเป็นไท นี่ยังต้องโยงไปถึงปัญหาใหญ่คือกฎหมายเพื่อพิทักษ์การซาบซึ้งมิให้ตั้งคำถาม และความเป็นรัฐภายในรัฐของทหารที่มีอำนาจควบคุม และแตะต้องไม่ได้สิ่งเหล่านี้จะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขหรือจนถึงยกเลิก

การศึกษาของเราจึงจะเป็นไท ไปเพื่อความเป็นมนุษย์ อย่างน้อยก็มิต้องอยู่กับเศษซากเดนที่ปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์และดำรงคงอยู่บังคับกันอย่างไม่สมเหตุสมผล

อย่างไรก็ดีแม้เรื่องดังกล่าวจะถูกถกอย่างหนักในสังคมว่าควรหรือไม่ควรกับการยกเลิกเครื่องแบบสำหรับนักเรียนนักศึกษา แต่ในเว็บบอร์ดชื่อดังอย่างพันทิป ก็ได้มีคนที่ใช้ชื่อว่า “นักเป่าขลุ่ย” เข้าไปตั้งกระทู้ไว้อย่างน่าสนใจ หลังเขาบังเอิญได้ยินการสนทนาของพ่อลูกคู่หนึ่ง โดยระบุว่า

นั่งดื่มกาแฟในร้านกาแฟเเห่งหนึ่งเเถวสยาม จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนข้างหลังพูดคุยกัน ไม่ได้สนใจอะไร เเต่มันได้ยินชัดเเล้วฮาดีก็เลยฟังไปเรื่อยๆ…

ลูก : คนไทยล้าหลังนะพ่อที่เราใส่ชุดยูนิฟอร์ม
พ่อ : ล้าหลังยังไงลูก?
ลูก : ก็ต่างชาติเค้าไม่ใส่กัน
พ่อ : ต่างชาติเค้าไม่ใส่ เเล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราที่ต้องไม่ใส่ยูนิฟอร์ม? ไม่คิดว่าเรา indy บ้างหรอ? (เออวะ นั้นดิ 55)
ลูก : โถ่! พ่อมันทำให้ยึดติดกับกฏระเบียบ
พ่อ : เเล้วเอ็งจะอยากเเหกกฏไปทำไม?
ลูก : ไม่ใช่อยากเเหกกฏ เเต่มันทำให้ไม่พัฒนา (เริ่มใช้อารมณ์)
พ่อ : เเล้วชุดยูนิฟอร์ มันไปถ่วงการพัฒนายังไงหละ?
ลูก : ก็มันทำให้เรายึดติด ไม่คิดอะไรใหม่ๆ ไม่สร้างสรรค์ไงพ่อ มันเลยทำให้เราไม่ฉลาด
พ่อ : เเล้วถ้าเอ็งถอดชุดยูนิฟอร์ออก มันจะทำให้เอ็งเป็นไอส์ไตส์รึไง!! (ฮาเลย ตรงนี้)
ลูก : เอ้า! (ทำเสียงสูง) คือถ้าเราไม่ยึดติดกับกรอบความคิด เราก็จะคิดสิ่งใหม่ๆได้ พัฒนาให้มันดีขึ้น
พ่อ : เอ้า! (เลียนเเบบลูกซะงั้น) เอ็งจะคิดก็คิดไปดิ ความคิดมันเป็นนามธรรม ไปเกี่ยวอะไรกับชุดยูนิฟอร์ม ไอนี้มันรูปธรรม ที่เราติดอยู่ในกรอบก็เพราะความคิดของเราเอง ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งของภายนอกเลย (อืมฟังตรงนี้เเล้วชอบ ออกเเนวธรรมะ 55)
ลูก : %!$&#* (บ่นอะไรไม่รู้ฟังไม่ชัด)
พ่อ : เสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้า ถ้าเอ็งคิดว่าชุดยูนิฟอร์มมันไปปิดกันความคิดได้ เอ็งก็ถอดเสื้อผ้าไปเรียนเลย เเนวดี ถ้าเค้าให้นะ (นั้งขำเลยตรงนี้ รักคุณพ่อเลยเนี้ย)
ลูก : สรุปคือพ่อชอบชุดยูนิฟอร์มว่างั้น!! (เสียงเริ่มปลง คืออารมณ์ว่าสู้ไม่ได้ 55)
พ่อ : ก็ไม่ได้บอกว่าชอบ เเค่สาวใส่ยูนิฟอร์มมันก็น่ารักดี ((*O*) นั้นไง หรือนี้คือเหตุผล)
พ่อ : ญี่ปุ่นเค้าพัฒนาไปไกล เค้ายังเเต่งยูนิฟอร์มกันอยู่เลย ดูเเล้วมันก็เรียบร้อย ที่มันไม่พัฒนามันไม่เกี่ยวกับชุดหรอก มันเกี่ยวกับคน ถ้าเค้าให้เด็กเเต่งชุดไปรเวทได้ เดียวคนในรัฐสภามันเอามั้งเเล้วทำไง ความผิดพวกเอ็งเลยนะเนี้ย (เห้ย 555 เออ จริง!)

หลังจากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนไป สงสัยเด็กจะรู้ตัวว่าสู้ฝีปากไม่ไหวเลยเปลี่ยนเรื่อง แต่ยอมรับว่าชอบเเนวคิดคุณพ่อ indy ดี ฟังเเล้วอยากหันหลังไปขอเบอร์เลย 5555

*เอามาเเชร์เล่นๆ ไม่ได้มีเจตนาอะไร*

ข้อมูลบางส่วนจากประชาไท, พันทิป (http://pantip.com/topic/30950577)

คลิปฉาว! สาววัยรุ่นโดนรุ่นพี่รุมทำร้าย-สั่งกราบขอโทษ

เกิดเป็นที่ฮือฮาขึ้นในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์หญิงสาวตบตีทำร้ายกันลงในเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อ “….สาวสุโขทัย” พร้อมมีหัวข้อ “คริสตี้… เปงไงแหลกสมชื่อเลยค่ะ 555″

โดยในคลิปได้เผยให้เห็นนาทีที่หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง กำลังถูกกลุ่มสาวรุ่นพี่หลายคนรุมทำร้ายร่างกาย ด้วยการกระชากผมแล้วจิกตบอย่างแรง และใช้ขวดเครื่องดื่มขว้างปาใส่หน้า พร้อมกับใช้เท้าเหยียบบริเวณริมฝีปากและหน้าอก และใช้รองเท้าฟาดเข้าที่บริเวณใบหน้าอีกหลายครั้ง จนใบหน้าบวมปูดมีเลือดออกทางปาก จมูก ใบหู ก่อนถูกบังคับให้กราบเท้าขอโทษ

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่วัยรุ่นไทยหันมาใช้กำลังตัดสินปัญหามากกว่าเหตุผล สำหรับคลิปกังกล่าวรายงานแจ้งว่าเกิดจขึ้นตั้งแต่วันที่ 8ก.ย.ที่ผ่านมา

ใบเตย อาร์สยาม รับบินกินทานข้าวกับทักษิณจริง

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม เจ้าของฉายานักร้องสาวสั้นเสมอหู ได้ออกมาเปิดใจถึงกระแสข่าวลือที่ว่าไปนั่งกินข้าวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า

1.2

ยอมรับว่าไปทานข้าวกับอดีตนายกฯ จริง แต่นานแล้ว โดยไปที่สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งการไปดังกล่าวเป็นงานเลี้ยงร่วมสังสรรค์กับนักการเมืองจากประเทศไทยที่เดินทางไปเยี่ยม จึงได้มีการติดต่อตนให้ไปร้องเพลงสร้างความบันเทิงในงาน โดยการไปแต่ละครั้งได้ค่าจ้างประมาณ 500,000บาท และพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ได้ให้กระเป่าแบรนด์เนมยี่ห้อดังเป็นของขวัญจากความเอ็นดูที่มีให้ด้วย

ทั้งนี้หลังจากที่นักร้องสาว ได้เปิดใจออกไป นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า

“…มันแน่นอก ก็ยกออก 19กันยา นี่มันอะไร กับพ่อผมนักฟระ?…”

7ปีที่แล้วอยู่ๆ19กันยา ก็เอารถถังมาวิ่งในกรุงเทพฯ ปฏิวัติคุณพ่อผม ผมก็ว่าแรงแล้ว มาปีนี้ยังไม่ทันพ้นวันที่18ดี มาแรงกว่าเก่า น้องใบเตย Rสยาม ไม่รู้แน่นอกเรื่องไร อยู่ๆก็มาทิ้งบอมบ์ใส่คุณพ่อผมซะแร้ว

7ปีที่ผ่านมา ในช่วงปีแรกๆหลังจากปฏิวัติ ต้องยอมรับว่าคุณพ่อผมคิดถึงบ้านครับ เวลาคุณพ่อมาพำนักอยู่ใกล้ๆประเทศไทย เช่นฮ่องกงหรือสิงคโปร์ถ้าเป็นวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ คนมักจะไปเยี่ยมหลายร้อยคน แต่ละคนที่ไปเยี่ยม มักจะนำของฝากติดไม้ติดมือไปด้วยเสมอ และก็มีบางคนที่เมื่อถึงเทศกาลวันสำคัญ หลังอาหารก็จะชวนคุณพ่อผมร้องคาราโอเกะ

คนที่ไปเยี่ยมคุณพ่อผม ก็มีทั้งคนที่ร้องเพลงเพราะ และบางคนก็ร้องไม่เป็นครับ เวลาถูกเชิญให้ร้องก็ไม่ร้อง หรือร้องไม่ได้เรื่อง หลังๆคนที่ไปช่วงเทศกาล ถ้ามีใครที่รู้จักนักร้อง ที่คิวว่างอยู่ไม่ได้ติดงานอะไร ก็มักจะชวนไปด้วย เช่นเดียวกับน้องใบเตยนี่แหละครับ

น้องใบเตยรู้จักกับน้องชาย ของคนที่ไปเยี่ยมคุณพ่อผมครับ พี่ชวนน้องมา น้องเลยชวนใบเตยมาด้วย ใบเตยเคยมาร้องเพลงคาราโอเกะ ในงานที่คุณพ่อผมอยู่ด้วย 2ครั้ง แถวๆฮ่องกง, สิงคโปร์ นี่แหละ ครั้งสุดท้ายที่มาก็ ปี2ปีมาแล้ว เขาบอกว่าชวนมาเที่ยวเลยพามาร้องเพลงด้วย

แต่จะมีการให้เงินค่าร้องเพลง หรือคนพามาจะพาไปช้อปปิ้งหรือไม่นั้น ทั้งผมและพ่อไม่อาจรู้ได้ครับ น้องเขามาร้องเพลงสักพักก็กลับไป ครอบครัวผมทั้งคุณแม่และน้องสาวผมทั้ง2คน ก็ทราบและเข้าใจดี และทั้ง2ครั้งที่น้องใบเตยมาตัวผมเองก็อยู่ด้วยทุกครั้งครับ

สมัยที่ใบเตยมานั้น ยังไม่มีหรอกครับ เพลงแน่นอก-ยกออก ไรเนี่ย การแต่งตัวของน้องก็แตกต่างจากปัจจุบันเยอะ ไม่มีลุ๊คเซ็กซี่ๆแบบในปัจจุบันนี้หรอก ไม่เชื่อลองดูรูปตอนน้องใบเตยร้องเพลงแรกๆดูได้ ตอนเจอผมตอนนั้นก็แต่งตัวเรียบร้อยโคดๆครับ ผมยังไม่ค่อยได้คุยอะไรด้วยเลย ลองมาตอนกำลังฮ๊อทๆนี่สิ พานทองแท้ จะร้องนำให้ดังๆเลย

“…มันแน่นอก ก็ยกออก ให้แบกเอาไว้ นานไป เดี๋ยวใจถลอก มันแน่นอก ต้องยกออก เรื่องใหญ่อย่างงี้ บังยังไง ก็ยิ่งกระฉอก”