แม่ลูกแกล้งตาย เอาตัวรอดจากเหตุบุกยึดห้าง ในเคนยา

สำนักข่าวต่างประเทศเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดจากห้างสรรพสินค้าเวสต์เกต ใจกลางกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา แม่และลูกอีก 2 คนแกล้งตาย นอนคว่ำราบกับพื้น ก่อนจะมีตำรวจเข้าไปช่วยนำตัวออกมาจากหลังถูกกลุ่มก่อการร้ายบุกยึดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม่ได้กางแขนโอบร่างของลูกคนเล็กไว้ ขณะที่ลูกสาวคนโตก็นอนราบอยู่ข้างกายแม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คลานไปตามพื้นเพื่อไปหาครอบครัวนี้ ก่อนที่จะใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานเพื่อให้แม่ซึ่งอยู่ในอาการตกใจยอมพาลูกหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ สุดท้ายตำรวจก็สามารถนำตัวแม่และลูกอีก 2 คนออกมาจากห้างได้สำเร็จ

MThai News

แพทย์จีนเจ๋ง! ปลูกถ่ายจมูกใหม่ให้ผู้ป่วยสำเร็จ

แพทย์จีนเจ๋ง! ปลูกถ่ายจมูกใหม่ให้ผู้ป่วยสำเร็จ หลังเจ้าตัวประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้งานได้

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วงการแพทย์จีนได้สร้างความฮือฮาด้วยการปลูกถ่ายจมูกให้กับชายคนหนึ่งหลังเขาประสบอุบัติเหตุจนส่งผลให้กระดูกอ่อนตรงจมูกของเขาเกิดอาการติดเชื้อ จนไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ ทางศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลจี้ฮุยที่ทำการรักษาอาการ จึงทำการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเพื่อนำมาแต่งเติมกับจมูกที่เสียหาย

ปลูกถ่ายอวัยวะ, ปลูกถ่ายจมูก, ข่าวประเทศจีน

โดยได้ผ่าตัดปลูกถ่ายเนื้อเยื่อที่บริเวณหน้าผาก ด้วยการสร้างพื้นที่ว่างผิวหนังบริเวณดังกล่าวขยายตัวก่อนจะจัดทรงให้มีลักษณะคล้ายจมูก จากนั้นจึงนำกระดูกจากซี่โครงของเขามาปลูกถ่ายเป็นจมูกอันใหม่ให้แก่เขา ซึ่งจมูกที่ปลูกถ่ายใหม่นี้มีลักษณะเช่นเดียวกับจมูกปกติ คือมีผิวหนัง เส้นเลือด กระดูกอ่อน ส่วนประกอบอื่นๆ และที่สำคัญสามารถใช้การได้เหมือนของจริง รับรู้ถึงกลิ่นต่างๆ เช่นเดียวกับคนทั่วไป

อย่างไรก็ดีการปลูกถ่ายดังกล่าวได้ดำเนินมากว่า 8เดือนแล้ว และคาดว่าอีกไม่นานการปลูกถ่ายจมูกกลับไปยังตำแหน่งเดิมจะเกิดขึ้นเร็ววันนี้ โดยที่แผลปลูกถ่ายบริเวณหน้าผากจะมีร่องรอยของแผลเป็นเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจมูกเคยประสบผลสำเร็จมาแล้วที่อังกฤษ โดยคราวนั้นศัลยแพทย์ได้ทำการปลูกถ่ายจมูกให้แก่ผู้ป่วยที่บริเวณแขน

MThai News

ฉาว โสเภณี ริมฟุตบาทปรับแค่100บ.

เว็บไซต์ข่าวฝึกปฏิบัติลานมะพร้าวออนไลน์  ของนิสิตสาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ลงสำรวจพื้นที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ชลบุรี พบหญิงสาวจำนวนมากยืนรอขายบริการทางเพศที่บริเวณริมฟุตบาท

ฉาว โสเภณี ริมฟุตบาท ซื้อ-ขายหน้าศาลากลางเมืองชลฯ ส่วยตำรวจแค่100บ.

โดยหญิงสาวรายหนึ่งวัยประมาณ 30 ปีเศษ เผยว่า ตนทำอาชีพนี้มากว่า 2 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการชักชวนของเพื่อน ซึ่งขณะนั้นตนยังเรียนอยู่ แต่เมื่อทำได้สักพักก็เลิกเรียน เพราะต้องทำงานในเวลากลางคืน ทำให้ตื่นไปเรียนตอนเช้าลำบาก อีกทั้งยังรายได้ดี จึงไม่ได้คิดจะกลับไปเรียนต่อ โดยที่มายืนตรงนี้เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบดี และจะใช้วิธีเรียกเก็บเงินเป็นรายวัน ในอัตราคนละ 100 บาท โดยมีข้อตกลงคือ ห้ามไปยืนขายในช่วงบริเวณหน้าบ้านรองผู้ว่าราชการจังหวัxiy

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า หญิงบริการบางคนยังเป็นนักศึกษานั้น เท่าที่ทราบ หญิงบริการกลุ่มนี้ จะไม่มายืนเป็นหลักแหล่งแบบพวกตน แต่จะใช้วิธีนัดแนะกับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์หรือทางอินเตอร์เน็ตแทน โดยจะมีนายหน้าเป็นตัวกลาง โดยส่วนตัวตนคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน อีกทั้งกฎหมายปราบปรามการค้าประเวณีก็ไม่รุนแรงจึงไม่รู้สึกเข็ดหลาบเมื่อถูกจับ

ด.ต.ประมวล ผังรักษ์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภอ.เมืองชลบุรี เปิดเผยว่า ผู้หญิงที่มายืนขายบริการในบริเวณศาลากลางจังหวัดจนถึงบริเวณชายทะเลมีมานานแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ออกจับกุมทุกวัน แต่จับได้เพียงข้อหาเตร็ดเตร่เป็นเหตุให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีโทษปรับครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท ไม่ใช่ข้อหาค้าประเวณี เพราะหากจะจับกุมในข้อหาค้าประเวณีจะต้องจับได้แบบคาหนังคาเขา

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเปรียบเทียบปรับเพียง 100 บาท เพราะผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้มีรายได้มาก ถูกจับวันนี้ แต่วันถัดมาก็มายืนเตร็ดเตร่อีก

ด.ต.ประมวล กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่เพียงแค่จับกุมและปรับตามกฎหมาย และควบคุมทุกอย่างไม่ให้เกินเลยเท่านั้น ปัญหาอยู่ที่ แท้จริงคือ ผู้หญิงเหล่านี้ทำเพราะขาดอาชีพ

ดังนั้น เมื่อตำรวจจับกุม เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดควรเข้ามามีส่วนร่วมในการรับช่วงต่อ โดยการนำผู้หญิงเหล่านี้ไปฝึกอาชีพเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ แต่ที่ผ่านๆ มายังไม่มีการร่วมมือกันระหว่างทางตำรวจกับสำนักงานพัฒนาสังคมฯ อย่างจริงจังนัก ทำให้สิ่งที่ตำรวจทำได้คือ การจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายที่มีอยู่เท่านั้น

ฉาว โสเภณี ริมฟุตบาท ซื้อ-ขายหน้าศาลากลางเมืองชลฯ ส่วยตำรวจแค่100บ.

ที่มา  http://www.coconews.in.th/index.php/art-culture-news/381-100#.UkPeDdJSgfV

MthaiNews