ฮือฮา! ต้นข้าวยักษ์สูง 3 เมตร ดอยแม่สลองใน

พบต้นข้าวยักษ์สูงถึง 3 เมตร ผุดขึ้นบริเวณแปลงเกษตรบนยอดดอยสูง บ้านอาแหม ม.3 ต.แม่สลองใน จ.เชียงราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยนายปิยะเดช เชิงพิทักษ์กุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สลองใน จ.เชียงราย และชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า เข้าร่วมสำรวจที่บริเวณแปลงเกษตรบนยอดดอยสูง บ้านอาแหม ม.3 ต.แม่สลองใน หลังได้รับแจ้งมาว่ามีต้นข้าวยักษ์ มีความประหลาดขึ้นสูงกว่าต้นข้าวทั่วไป จึงเข้าไปตรวจพิสูจน์ ซึ่งต้องเดินเท้าฝ่าดงป่าเข้าไป จึงได้พบต้นข้าวอะเมซซิ่งดังกล่าว ที่มีขนาดความสูงร่วม 3 เมตร สูงกว่าคนทั่วไป ผุดขึ้นมาจากดินภูเขา

ทั้งนี้ นายปิยะเดช กล่าวว่า การที่มีต้นข้าวสูงต้นได้ถึง 3 เมตร บนภูเขาได้นั้น เชื่อว่าดินบริเวณนั้นจะต้องมีความอุดมสมบูรณ์ มีแร่ธาตุใต้ชั้นดินสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลก เพราะต้นข้าวทั่วไปจะสูงไม่มาก และพื้นที่ปลูกต้องมีเรื่องน้ำหล่อเลี้ยง แต่กรณีนี้อยู่บนภูเขาที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเลมาก แต่ต้นข้าวสามารถยืนต้นได้สูงเพียงนี้ ซึ่ง อบต.จะเข้าส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเร่งปลูกข้าว โดยยึดแนวทางพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้นำทฤษฎีเกษตรพอเพียงมาใช้ในพื้นที่ให้มากที่สุด เพื่อสร้างพันธุ์ข้าวแปลกใหม่เช่นนี้ให้เกิดขึ้นครอบคลุมบนดอย

MThai News

อึ้ง คนไทยไม่สูง เร่งให้ดื่มนม

รมว.สธ. เผย ผลสำรวจคนไทยเฉลี่ยสูงน้อย ชายแค่ 167 ซม. หญิง 157 ซม. เร่งรณรงค์ดื่มนมมากขึ้น

คนไทยไม่สูง เร่งรณรงค์ดื่มนม

น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจล่าสุด เด็กไทยเมื่อมีอายุ 18 ปี จะมีความสูงเฉลี่ยค่อนข้างเตี้ย โดยผู้ชายสูงเฉลี่ย 167.1 เซนติเมตร ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 157.4 เซนติเมตร เป็นเพราะอัตราดื่มนมคนไทยต่ำกว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลก 4-7 เท่า โดยคนไทยดื่มนมเฉลี่ยคนละประมาณ 14 ลิตรต่อปี ขณะที่อัตราการดื่มนมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ยคนละ 60 ลิตรต่อปี และทั่วโลกเฉลี่ยคนละ 103.9 ลิตรต่อปี

การเปิดเผยครั้งนี้ สืบเนื่องจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) กำหนดให้วันพุธสุดท้ายของเดือน ก.ย. ทุกปี เป็นวันดื่มนมโรงเรียนโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 25 ก.ย.

ด้าน น.พ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า สธ. มีเป้าหมายให้เด็กไทยวัย 18 ปี เติบโตสมวัย มีหุ่นสูง โดยให้ผู้ชายสูงเฉลี่ย 175 ซม. ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 162 ซม. และคนไทยอายุยืนเฉลี่ย 80 ปี ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2566 โดยกรมอนามัย ได้ส่งเสริมให้ดื่มนมทุกเพศทุกวัย เริ่มตั้งแต่ ให้เด็กหลังคลอดกินนมแม่อย่างเดียวตลอด 6 เดือน ส่วนเด็กก่อนวัยเรียน ให้ดื่มนมชนิดธรรมดาวันละ 2-3 แก้ว วัยเรียนดื่มวันละ 2 แก้ว

อสมท.อุทธรณ์กรณีสั่งจ่ายไร่ส้ม55ล้าน

อสมท.เตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุด กรณีสั่งจ่ายเงินจำนวน 55.52 ล้านบาท ให้บริษัทไร่ส้ม


บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (MCOT) รายงานว่า ตามที่ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ฟ้องคดีปกครอง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2551 เรียกให้ชำระเงิน 253,026,691.12 บาท (สองร้อยห้าสิบสามล้านสองหมื่นหกพันหกร้อยเก้าสิบเอ็ดบาทสิบสองสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจานวน 215,199,633.76 บาท (สองร้อยสิบห้าล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันหกร้อยสามสิบสามบาทเจ็ดสิบหกสตางค์) นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. คืนค่าส่วนลดทางการค้าในอัตรา 30% ของค่าโฆษณาส่วนที่เกินเวลา ที่ อสมท ได้รับจาก บจก. ไร่ส้ม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จำนวน 49,035,267.12 บาท (สี่สิบเก้าล้านสามหมื่นห้าพันสองร้อยหกสิบเจ็ดบาทสิบสองสตางค์) 2. ชำระค่าโฆษณาส่วนที่ อสมท ใช้เวลาเกินส่วนแบ่งตามข้อตกลง จำนวน 166,164,366.64 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบหกล้านหนึ่งแสนหกหมื่นสี่พันสามร้อยหกสิบหกบาทหกสิบสี่สตางค์) 3. ดอกเบี้ย จำนวน 37,827,057.36 บาท (สามสิบเจ็ดล้านแปดแสนสองหมื่นเจ็ดพันห้าสิบเจ็ดบาทสามสิบหกสตางค์)

ต่อมา วันที่ 25 กันยายน 2556 ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ให้ อสมท ชำระเงินให้แก่ บจก. ไร่ส้ม โดยสรุป ดังนี้ 1. จ่ายเงินคืนค่าส่วนลดทางการค้าในอัตรา 30% ของค่าโฆษณาส่วนที่เกินเวลา ที่ อสมท ได้รับจาก บจก. ไร่ส้ม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จานวน 49,035,267.12 บาท (สี่สิบเก้าล้านสามหมื่น ห้าพันสองร้อยหกสิบเจ็ดบาทสิบสองสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 6,488,496.26 บาท (หกล้านสี่แสนแปดหมื่นแปดพันสี่ร้อยเก้าสิบหกบาทยี่สิบหกสตางค์) รวมเป็นเงิน 55,523,763.38 บาท (ห้าสิบห้าล้าน ห้าแสนสองหมื่นสามพันเจ็ดร้อยหกสิบสามบาทสามสิบแปดสตางค์)

2. ชำระค่าโฆษณาส่วนที่ บมจ. อสมท ใช้เวลาเกินส่วนแบ่งตามข้อตกลง เป็นเงิน 245,000 บาท (สองแสนสี่หมื่นห้าพันบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยจานวน 8,255.76 บาท รวมเป็นเงิน 253,255.76 บาท (สองแสนห้าหมื่นสามพันสองร้อยห้าสิบห้าบาทเจ็ดสิบหกสตางค์) รวมเป็นเงินจำนวน 55,777,019.14 บาท (ห้าสิบห้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเจ็ดพันสิบเก้าบาทสิบสี่สตางค์) พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับจากวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่ บจก.ไร่ส้ม โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ทั้งนี้ บมจ. อสมท จะได้พิจารณายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลางต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป

ทั้งนี้ อสมท.ได้เปิดเผยข้อมูลข้อพิพาททางกฎหมายดังกล่าวในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และในหมายเหตุประกอบงบการเงิน หัวข้อ “ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น” โดย อสมท. จะได้ประมาณการค่าความเสียหายจากการถูกฟ้องร้องคดีต่อไป

MThai News