ศาลสั่งจำคุก เปมิกา 4 ปี 6เดือน ฉ้อโกงหมอประกิตเผ่า

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนสั่งจำคุก 4 ปี 6 เดือน เปมิกา วีรชัชรักษิต  ฐานฉ้อโกง หมอประกิตเผ่า พร้อมชดใช้ค่าเสียหายคืนให้โจทก์กว่า 8 ล้านบาท

วันนี้( 25 ก.ย.)เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 708 ศาลอาญา ถ.รัชดา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุก น.ส.เปมิกา วีรชัชรักษิต อดีตเพื่อนสาวคนสนิทนายแพทย์ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เป็นเวลา 54 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จำเลยความในผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

และลงโทษจำคุก น.ส.ฤทัย รุ่งสิริเมธากุล , นายณัฐพล หรือ ภาสยภูริณฐ์ พรมประไพ และนายวทัญญู ตันธีระพงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษาน.ส.เปมิกา จำเลยร่วมอีก 3 คน เป็นเวลา 3 ปี และปรับ 27,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมทั้งให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 8,395,387 บาท

คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 ร่วมกับ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ มารดาของนายแพทย์ประกิตเผ่า เจ้าของสถาบันกวดวิชาแอพพรายด์ฟิสิกส์ ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวเปมิกา กับพวกรวม 4 คน ในความผิดฐาน ฉ้อโกงและพยายามฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่น

จากกรณีที่ น.ส.เปมิกา กับพวก ได้ร่วมกันสร้างสถานการณ์หลอกลวงนายแพทย์ประกิตเผ่า ผู้เสียหายให้เชื่อว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ สามารถถอดจิตและระลึกชาติได้ รวมทั้งเคยเป็นสามีภรรยากัน 99 ชาติ จึงต้องชดใช้กันในชาตินี้เพื่อบรรลุโสดาบันก่อนหลอกลวงเอาทรัพย์สินที่เป็นส่วนกลางของครอบครัวไป มูลค่ารวมเกือบ 9 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อเดือนตุลาคม 2549 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2550

MThai News

ทักษิณโพสต์พบซูจี ที่สิงคโปร์โดยบังเอิญ

ทักษิณโพสต์พบซูจี ที่สิงคโปร์โดยบังเอิญ ก่อนได้คุยอินเดียเรื่องขายข้าว บอกเป็นนัยๆ มีสนาม F-1 ในไทยคงดี

วานนี้ (24ก.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Thaksin Shinawatra เล่าถึงการเดินทางในต่างแดน ว่าตนไปทำอะไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า

24 กันยายน 2556 อีกไม่กี่วัน ก็สิ้นปีงบประมาณ มีข้าราชการเกษียณอายุกันหลายคน แต่ผมก็พ้นวัยเกษียณมา 4 ปีแล้ว ก็เข้าใจคนเกษียณดีเพราะปัจจุบันการแพทย์และโภชนาการทำให้คนอายุยืนและแข็งแรง บางคนก็อาจจะมีความปรารถนาที่จะได้รับใช้บ้านเมือง รับใช้สังคมต่อในแนวทางต่างๆกันไป

ผมอยากเห็นคนที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ได้แบ่งปันเวลาถ่ายทอดให้คนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะวงแคบๆคือลูกหลานตนเอง หรือสอนหนังสือบรรยายในโอกาสต่างๆ หรือเป็นที่ปรึกษาให้กับภาคเอกชนหรือภาครัฐบ้าง ถ้าชอบการเมืองก็มาทำงานให้บ้านเมืองในอีกรูปแบบหนึ่ง และให้เวลาดูแลสุขภาพตัวเองมากๆนะครับ เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดคือ การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีนะครับ

ทักษิณ ชินวัตร, ข่าวทักษิณ, ข่าวทักษิณ 2556, สนาม F-1

“ขอเล่าเรื่องที่หายไปให้ฟังว่า ไปทำอะไรบ้าง เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ได้พบกับท่านผู้บริหารระดับสูงของประเทศอินเดีย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและเพิ่มความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย และอาเซียน-อินเดีย ตอนนี้อินเดียผลิตข้าวได้เกินการบริโภคภายในมากถึง 10 ล้านตัน ที่จะต้องส่งออก

เราเองก็ผลิตข้าวมากขึ้น เวียดนามก็ผลิตได้มากขึ้น จึงทำให้ข้าวล้นตลาด ถ้าขืนแย่งกันขาย ชาวนาทั้ง 3 ประเทศคงลำบาก ก็คงต้องพูดคุยกันว่าขายอย่างไร ที่ราคาข้าวตลาดโลกจะไม่ตกต่ำจนเกินไป นอกจากนั้นทางอินเดียก็ยังอยากเห็นถนนเชื่อมโยงอินเดียมาไทยผ่านพม่า เหมือนกับที่จีนเชื่อมเข้าไทยโดยรถยนต์ผ่านลาว ซึ่งตอนนี้แถวเชียงใหม่ก็จะมีคนจีนขับรถมาเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ

“เมื่อวันที่ 22 ที่ผ่านมา ผมก็ได้รับเชิญให้ไปดูการแข่งขันรถ Formula-1 ที่ประเทศสิงคโปร์ ก็ได้มีโอกาสพบกับประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ Sultan Bolkiah พระราชาธิบดีแห่งบรูไน เจ้าชาย Andrew แห่งประเทศอังกฤษ และ Aung San Suu Kyi จากเมียนมาร์ ก็ได้มีโอกาสทักทายพูดคุยกัน ถามทุกข์ถามสุขกัน นอกจากนี้ยังได้พบกับรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีของสิงคโปร์ นักธุรกิจรุ่นเก่าที่เคยรู้จักกันของสิงคโปร์ รวมทั้งพลเอก Fidel Ramos อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ครับ”

ที่เล่ามายืดยาวก็เพราะอยากตั้งคำถามว่า ไทยควรจะจัดให้มีการแข่งขันรถ Formula-1 หรือไม่ เราจะได้ประโยชน์คุ้มค่าเงินที่ลงทุนหรือไม่ รัฐหรือเอกชน ใครควรทำและรัฐควรสนับสนุนแค่ไหน ประโยชน์ที่ว่าคงจะไม่ใช่เฉพาะรายได้โดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่รวมทั้งภาพพจน์ประเทศ และการท่องเที่ยว เป็นต้น และเราควรจะลงทุนแค่ไหน เพราะที่สิงคโปร์เขาใช้ถนนปกติเป็นที่แข่งขัน โดยการปิดถนนส่วนใหญ่แทนการสร้างทั้งหมด แต่บางแห่งก็สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเช่นที่ The Marina Bay Street Circuit เป็นต้น ที่พูดมาเพียงเล่าให้ฟัง ไม่ได้บอกว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนะครับ

ขณะเดียวกัน ทักษิณ เผยอีกว่า การมาที่สิงโปร์ครั้งนี้ มาเพื่อพบกับลูกสาว 2 คน และลูกเขย ซึ่งมาทำธุระที่สิงคโปร์เช่นเดียวกัน “วันนี้ผมพาลูกๆ มาดูการแข่งขัน ฟอร์มูล่าวัน ที่สนามสิงคโปร์ครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจ สนุกมากครับ”

MThai News

น้ำท่วม 25 จ.เสียชีวิตแล้ว 9 ราย

ปภ.เผย 27 จังหวัดประสบอุทกภัย คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัดได้แก่ กาญจนบุรี และชุมพร และมีผู้เสียชีวิตขณะนี้จำนวน  9 ราย

 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเกิดอุทกภัยแล้ว 27 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ 172 อำเภอ 926 ตำบล 6,647 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 499,270 ครัวเรือน 1,798,270 คน บ้านเรือนเสียหาย 4,069 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 659,077 ไร่ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย โดยขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี และชุมพร

แม้สถานการณ์น้ำในภาพรวมน้อยกว่าปี 2554 แต่ยังคงมีปัจจัยจากปริมาณฝนและน้ำทะเลหนุนที่อาจส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ ปภ.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า ดำเนินงาน 3 ส่วน ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ เน้นการจัดระบบการระบายน้ำแต่ละพื้นที่ เชื่อมโยงพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ ปริมาณน้ำฝน และน้ำทะเลหนุน

 ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เร่งช่วยเหลือในทุกด้าน และประชาสัมพันธ์ ชี้แจงมาตรการบริหารจัดการน้ำ แนวทางการช่วยเหลือ เพื่อสร้างความเข้าใจและป้องกันการรวมตัวกันของมวลชนต่อต้านการดำเนินงาน

ทั้งนี้ ปภ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมเจ้าหน้าที่นำถุงยังชีพ น้ำดื่ม เวชภัณฑ์ รวมถึงถถผลิตน้ำดื่ม เต็นท์ที่พักชั่วคราว 139 หลัง เรือท้องแบน/พาย 1,054 ลำ เครื่องสูบน้ำ 155 เครื่อง สนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

MThai News