ตร.ไทยล่าคนบริการถ่ายภาพคู่นางอาย หลังรีฮันน่าโพสต์ภาพลงIG

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของไทย ได้จับกุมชายไทย 2 คน ที่ให้บริการถ่ายรูปคู่กับ ลิงลม หรือ นางอาย ซึ่งเป็นสัตว์งสวนที่ใกล้สูญพันธุ์ ฐานละเมิดสัตว์สงวนคุ้มครองของไทย  หลังจากที่ ริฮันน่า นักร้องซูเปอร์สตาร์ชื่อดังในสหรัฐ ได้โพสต์รูปที่ถ่ายคู่กับนางอายโพสต์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว  ในระหว่างการพักร้อนที่จังหวัดภูเก็ต

ริฮันน่า,นางอาย

ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางเป็น ลิงลมหรือนางอาย 2 ตัว พร้อมกับตั้งข้อหามีสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครอง ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ขณะที่ทวิตเตอร์ของนักร้องสาวมีคนกดแชร์ต่อภาพคู่กับนางอายดังกล่าวไปแล้วกว่า 2แสนครั้ง  ภายหลังจากที่ ริฮันน่า เดินทางออกจากภูเก็ต ได้เดินทางต่อไปแสดงโชว์ยังประเทศสิงคโปร์ ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา และในกำหนดการยังเตรียมที่จะเดินทางไปยังออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

MThai News

นอนริมถนน ศรีสะเกษอพยพน้ำสูง2เมตร

ชาวศรีสะเกษที่ถูกน้ำท่วม นั่งเฝ้าบ้านตลอดคืน บางส่วนอพยพนอนริมถนน ขณะที่น้ำยังสูงถึง 2 เมตร

น้ำท่วมศรีสะเกษ

ที่บริเวณชุมชนศิริทรัพย์ทวีโชค ใกล้กับเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งชุมชนนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และอยู่ติดกับลำห้วยสำราญ ปรากฏว่า น้ำจากลำห้วยสำราญ ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านอพยพนำเอาข้าวของทรัพย์สินของมีค่าหนีไปอยู่บนที่สูงกันเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ ชาวบ้านบางส่วน นำเอากระสอบทรายมากั้นหน้าบ้านของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้าไปท่วมภายในบ้านเรือน และนั่งเฝ้าบ้านของตนเองตลอดทั้งคืน ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคด้วย

ขณะเดียวกัน ที่ชุมชนสะพานขาว อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยสำราญ ปรากฏว่า น้ำได้ท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน กว่า 50 หลังคาเรือน ชาวบ้านได้พาขนย้ายทรัพย์สินขึ้นมาอยู่ริมถนน และพากันพักหลับนอนข้างถนน รวมทั้งนั่งเฝ้าทรัพย์สินของตนเองด้วย ส่วนที่บริเวณชุมชนโนนสำนักมิตรภาพ อ.เมืองจ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยสำราญเช่นกัน ปรากฏว่า น้ำได้ท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านสูงประมาณ 2 เมตร ชาวบ้านได้พากันขนย้ายทรัพย์สินและพากันนอนพักอยู่ริมถนน ขณะที่ ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ยังคงนำเรือไปขนย้ายทรัพย์สินจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม

น้ำท่วมศรีสะเกษ

ทอท.เปิดห้องสืบพยาน อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว

เลขาฯ ศาลยุติธรรม เผย สานมือท่าอากาศยานไทย เปิดห้องสืบพยาน อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวเบิกความผ่านภาพ-เสียง ต่อศาล

นาย วิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเปิดห้องสืบพยานของคดีนักท่องเที่ยวที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ ปีละกว่า 20 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ทั้งจากการบริโภคสินค้าและการใช้บริการจนเกิดเป็นคดี ซึ่งคดีของนักท่องเที่ยวจะแตกต่างกับคดีทั่วไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวพำนักอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวนั้นในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อเกิดคดีขึ้นจึงไม่อาจอยู่จนถึงวันนัดสืบพยานในคดีของศาล

ดังนั้น เพื่อให้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ สำนักงานศาลยุติธรรม โดยศาลแขวงสมุทรปราการได้ประสานท่าอากาศยานไทย เพื่อขอใช้พื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดทำห้องสืบพยาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ในการเบิกความเป็นพยานต่อศาล โดยจะมีการเชื่อมโยงภาพและเสียงไปยังห้องพิจารณาคดีของศาลต่างๆ ทั่วประเทศที่คดีนั้นมีการฟ้องกันอยู่ เพื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยความสะดวกรวดเร็ว และได้รับความเป็นธรรม