กลาง-อีสานยังอ่วม ปราจีน-อุบล น้ำยังท่วมสูง หลายพื้นที่

น้ำท่วมภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่คลี่คลาย หลายจังหวัดขังสูง ขณะแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มเอ่อท่วม อ.เมือง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ขณะที่จ.ปราจีนบุรี จ.อุบลราชธานี น้ำยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายหลังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ล่าสุด หลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย และยังคงมีน้ำท่วมขังสูง อาทิ อำเภอเดชอุดม อำเภอบุณฑริก อำเภอนาเยีย อำเภอพิบูลย์มังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี // อำเภอเมือง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว // อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี // อำเภอขุนหาญ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ // อําเภอเสนา อําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา // รวมถึง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ขณะที่มีรายงานด้วยว่า ชาวบ้านอำเภอเมืองและอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ตลอดริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มได้รับความเดือนร้อน น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน หลังจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในแม่น้ำมูล ที่ไหลผ่านเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี , เขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ และแม่น้ำป่าสัก ที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมอพยพ ขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง

ปลอดประสพยันต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์ แม้รับน้ำได้แค่1%

วันนี้(23 ก.ย.) มีรายงานข่าวว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เผยว่า ในวันที่ 25 ก.ย.นี้จะมี คนในพื้นที่แม่วงก์จะออกมาแสดงการสนับสนุนการสร้างเขื่อนซึ่งตนเห็นว่าควรจะมีการพูดคุยกันเอง

5

ในส่วนที่มีคนบอกว่า เขื่อนแม่วงก์จะลดปัญหาน้ำท่วมได้เพียง 1 เปอร์เซ็นนั้น ก็ต้องสร้าง เพราะการสร้างเขื่อนประกอบด้วยเขื่อนเล็กและใหญ่ รวม 21เขื่อน เมื่อรวมพลังกันทั้งหมดแล้วจะเป็นพลังขนาดใหญ่ในการสู้กับน้ำท่วมได้ ซึ่งถือแม้ว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์จะเก็บกักน้ำได้เพียงร้อยละ 10 ของจำนวนเขื่อนทั้งหมด แต่จำเป็นต้องร่วมกันทำ

นายปลอดประสพ เผยต่ออีกว่า สำหรับการปลูกป่าทดแทนนั้นจะต้องปลูกที่แม่วงก์ เพราะอุทยานแม่วงก์มีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเยอะ เราก็ไปทำเป็นป่าสมบูรณ์ แล้วก็สร้างเท่าหนึ่งของปริมาณน้ำท่วม ป่ามันสร้างได้ แต่มันใช้เวลา เหมือนกับป่ายุโรปที่หลังสงครามโลกไม่เหลือเลย

เขาก็สร้างขึ้นมาจนเต็มพื้นที่ เหมือนเมืองไทยมีโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ แต่เมื่อถึงครั้งเสียสละเราก็ต้องเสียสละ และทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะมีความสามารถ ไม่ใช่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

น้ำท่วมทางหลวง13 จว.-ผ่านไม่ได้ 3 เส้นทาง

ศูนย์รายการอุบัติภัยกรมทางหลวง สรุปสถานการณ์น้ำท่วมขังทางหลวง 13 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี สระแก้ว สุรินทร์ อุบลราชธานี และเพชรบรูณ์

นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีทางหลวงที่ประสบน้ำท่วมและสัญจรผ่านไม่ได้ 3 เส้นทาง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ทางหลวงหมายเลข 201 หินหล่อง – ด่านขุนทด ท้องที่อำเภอด่านขุนทด ช่วง กม.ที่ 37 – 38 ระดับน้ำสูง 45 เซนติเมตร ให้ใช้ทาง ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.)

จังหวัดปราจีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 3627 โคกหอม – คลองแห่ ท้องที่อำเภอกบินทร์บุรี ช่วงกม.ที่ 3 – 4 ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตร ให้ใช้ทาง กรมทางหลวงชนบท (ทช.), จังหวัดสุรินทร์ ทางหลวงหมายเลข 226 ลำน้ำชี – สุรินทร์ ท้องที่อำเภอเมืองสุรินทร์ ช่วง กม.ที่ 163 – 164 ระดับน้ำสูง 80 เซนติเมตร ให้ใช้ทางกรมทางหลวงชนบท (ทช.)

ทั้งนี้ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนที่จำเป็นต้องสัญจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย ขอให้โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่ม

MThai News