มินท์ อ่อง ไหล่ เยือนไทย ถก กองทัพไทย-พม่าครั้งแรก

มินท์ อ่อง ไหล่ เยือนไทย ถก ธนะศักดิ์ (กองทัพ ไทย-พม่า) ครั้งแรก วางกรอบร่วมมือปัญหาชายแดน และความมือทางด้านทหาร

ผู้สื่อข่าว MThai  News รายงานว่า ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ว่า พล.อ.ธนะศักดิ์  ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย – เมียนมาร์ ครั้งที่ 1 ร่วมกับ พล.อ.อาวุโส มินท์ อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ที่ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการประชุม  ครั้งแรกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งพิจารณาเห็นชอบองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการระดับสูงไทย – เมียนมาร์ ตลอดจนรูปแบบและแนวทางที่จะใช้เป็นกรอบในการประชุมครั้งต่อๆ ไป ทั้งงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน และทางด้านการทหาร

ทั้งนี้ ผลการประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย – เมียนมาร์ ครั้งที่ 1 ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ ท่ามกลางบรรยากาศของมิตรภาพและไมตรีจิตร ซึ่งยืนยันถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 2 กองทัพ อันจะอำนวยให้เกิดผลดีต่อความมั่นคงในภูมิภาคต่อไป ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย-เมียนมาร์ ครั้งที่  2 กองทัพเมียนมาร์จะให้เกียรติเป็นเจ้าภาพในปี 2557 ต่อไป

MThai  News

เปลี่ยนแนว DSI บุกจับไวอากร้า

รองอธิบดีดีเอสไอ บุกจับจุดลักลอบจำหน่ายยากระตุ้นทางเพศ ที่คลองถม รวม 12 จุด ได้ของกลางจำนวนมาก

DSI บุกจับยากระตุ้นทางเพศที่คลองถม12จุด

พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กว่า 50 นาย บุกเข้าตรวจค้นจุดลักลอบนำเข้าและจำหน่าย ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และวัตถุลามกอนาจารจำนวนมาก ภายในตลาดนัดคลองถม จำนวนทั้งสิ้น 12 จุด โดยมี 3 จุดสำคัญ คือ แผงค้าย่อยในตลาดคลองถม ภายในบ้านเลขที่ 531/1 รวมถึงสถานที่เก็บยาและอุปกรณ์

อีกจำนวนหนึ่ง ในซอยข้างโกดังบางกอกสลักภัณฑ์ ถนนศรีธรรมาธิราช เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หลังจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันเข้าตรวจค้นและยึดของกลางดังกล่าว พร้อมจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ซึ่งยังมีผู้ค้าบางส่วนที่ไหวตัวทัน ทิ้งแผงค้าและหลบหนีการจับกุมไป

โดย นายสุวิทย์ สุวิชัย อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า รับการว่าจ้างจากนายทุนมาอีกทอดหนึ่ง ซึ่งทำมานานกว่า 3 เดือนแล้ว โดยค่าจ้างวันละ 300-350 บาท พร้อมปฏิเสธ ไม่ทราบว่าของกลางดังกล่าวนำเข้ามาจากที่ใด ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชายสูงอายุ อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนทราบว่า ของกลางเหล่านี้นำเข้ามาจากประเทศจีน โดยผ่านทางชายแดนภาคเหนือ

ซึ่ง พ.ต.อ.ญาณพล ฝากเตือนไปยังประชาชน ว่า ยาเหล่านี้เป็นยาอันตราย ไม่ผ่านการตรวจสอบจาก อย. ซึ่งยาบางตัวเมื่อบริโภคเข้าไปอาจมีผลข้างเคียง และอันตรายถึงชีวิต เบื้องต้นได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา พร้อมส่งตัวดำเนินคดีและขยายผลต่อไป

โอ๊ค โพส รำลึก 7 ปีรัฐประหาร หลังพ่อโดนยึดอำนาจบ้านเมืองเละเทะ

วันนี้(19 ก.ย.) นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้โพสผ่านเฟซบุ๊ค รำลึกครบรอบ 7 ปี รัฐประหารปี 49 ว่า วันนี้ 19 กันยายน พ.ศ.2556 เป็นวันครบรอบ 7ปี การทำปฏิวัติรัฐประหาร ในประเทศไทยของเราครับ 7ปีผ่านไป คนไทยทุกคนรับรู้อยู่เต็มอกว่า การปฏิวัติรัฐประหารนั้นส่งผลดี-ผลเสีย ต่อประเทศไทยของเราอย่างไรบ้าง

100ทั้ง100ของผู้ที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงในการปฏิวัติรัฐประหาร ล้วนแต่บอกว่าประเทศชาติไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย การเจริญเติบโตของไทยที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็น Leader of Asean กลับกลายมาเป็น แข่งขันเพื่อไม่ให้เป็นที่โหล่ของ Asean

ยาเสพติดที่หมดไปจากประเทศไทยไปแล้ว ในสมัยคุณพ่อผมเป็นนายกฯ ก็กลับเข้ามาหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม สถานบริการที่ได้รับการจัดระเบียบสังคมที่ดี มีการโซนนิ่งกำหนดพื้นที่และกำหนดเวลาปิดเปิด ก็กลับไปเละเทะ กลายเป็นแหล่งมั่วสุมเหมือนเดิมอีก

เหตุผลในการปฏิวัติรัฐประหารที่ดูหน่อมแน้ม เป็นนามธรรมที่หาสิ่งใดยืนยันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อหา ล้มล้างสถาบันฯ หรือมีการทุจริตครั้งใหญ่อย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ปรากฏว่า 7ปีผ่านไปกลับเอาผิดคุณพ่อผมได้เพียง การเซ็นต์ชื่อยินยอมในฐานะสามี ให้คุณแม่ไปประมูลซื้อที่ดิน เท่านั้น ถามว่าคุ้มหรือไม่ กับการปฏิวัติรัฐประหารที่ดึงประเทศไทยทั้งประเทศ ถอยหลังออกจากระบอบประชาธิปไตย ตราบาปให้กับความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยว่า พึ่งหลุดจากเผด็จการมาไม่ถึง10ปี แต่ 7ปีผ่านไปพบว่า มูลเหตุของการปฏิวัติรัฐประหารเบาหวิว จนแทบจะหาความผิดไม่เจอ

หลายคนสงสัยว่าทำไม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งเป็นถึงหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารแท้ๆ ในปัจจุบันจึงหันหลังกลับ180องศา หันมาเห็นด้วยกับแนวทางประชาธิปไตย, เห็นด้วยกับแนวทางปรองดอง เและบอกว่ารัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ผมไม่เชื่อว่าคนที่ทำการใหญ่ขนาดนี้ จะเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ของตนได้ 180องศา ภายในระยะเวลาไม่กีปีครับ พล.อ.สนธิฯน่าจะเป็นคนที่รักในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ Key Word น่าจะอยู่ที่คำตอบของ พล.อ.สนธิฯ ถึงเหตุผลในการปฏิวัติว่า “เรื่องบางเรื่อง ถึงตายไปก็ยังบอกไม่ได้” ซึ่งแปลตรงๆได้2นัยยะคือ
1. พล.อ.สนธิฯปฏิวัติไปโดยไม่รู้เหตุผล หรือ
2. พล.อ.สนธิฯรู้เหตุผลในการปฏิวัติ แต่บอกไม่ได้!!

7ปีที่ผ่านมา ผลพวงของการปฏิวัติรัฐประหารที่ยังหลงเหลือเด่นชัด คือรัฐธรรมนูญที่เป็นรากเหง้า ของกฏหมายทั้งหลายทั้งปวงในประเทศนี้ครับ ฝ่ายที่ได้เปรียบจากรัฐธรรมนูญเผด็จการปี50 ก็พยายามรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ให้นานที่สุด ฝ่ายที่เสียเปรียบ ฝ่ายที่ถูกกระทำ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นฝ่ายรักประชาธิปไตยไม่เอาเผด็จการ ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะปลดพันธนาการของเผด็จการนี้ให้ได้ ต่างฝ่ายต่างหยิบยกเหตุผลของตนมากมาย จนพี่น้องประชาชนคนฟังงุนงงและสับสนกันหมดว่า ใครถูกใครผิดครับ

MthaiNews