ชูวิทย์ งัดหลักฐาน แฉ “รถไฟไทย” ตกรางบ่อย

หัวหน้าพรรครักประเทศไทย  เผย สาเหตุรถไฟตกรางบ่อย เนื่องจาก ผู้รับเหมา สั่งซื้อเหล็กคุณภาพต่ำจากประเทศจีนมาใช้

ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย แถลงข่าวพร้อมยื่นข้อมูลถึงนายชัชชาติ สิทธิ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ถึงสาเหตุที่รถไฟตกราง โดยระบุว่า สาเหตุที่รถไฟตกรางในช่วงนี้เป็นเพราะผู้รับเหมามีความสะเพร่า สั่งซื้อเหล็กจากประเทศจีน ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่ในกำหนดมาตรฐาน ระบุว่า สามารถซื้อเหล็กได้ในราคาตันละ 45,000 บาท แต่กลับซื้อในราคาตันละ 2 หมื่นกว่าบาท และอีกสาเหตุที่รถไฟตกรางคือ ผู้รับเหมาซ่อมแซมทางรถไฟยังไม่แล้วเสร็จ แต่กลับเปิดใช้บริการ

ขณะที่ นายชัชชาติ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่นายชูวิทย์ได้มอบข้อมูลให้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส เน้นการแข่งขันที่เป็นธรรม ได้มาตรฐาน และจะแจ้งผลการตรวจสอบให้นายชูวิทย์ต่อไป

MThai news

ประยุทธ์ ฝากสื่อถามคืบหน้าคดีทหารเสียชีวิต ปี 53

ประยุทธ์ ฝากสื่อถามคืบหน้าคดีทหารเสียชีวิต ปี 53 มึน พนักงานสอบสวนชุดเดียวกัน แต่ผลสรุปกลับตาลปัด รับเสียใจ คนคุ้นเคย วันนั้นพูดอย่าง วันนี้พูดอีกอย่าง วอน ป.ป.ช. ชะลอแจงข้อหา ศอฉ.

วันนี้ 19 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้เตรียมรวบรวมคำไต่สวนของศาล จากผลการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในเหตุการณ์กระชับพื้นที่ เพื่อจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มเติม ว่า ต้องตรวจสอบอีกทีเพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทั้งหมดก็เป็นขั้นตอนการไต่สวนเพราะมีการไปร้องเรียนว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ในขั้นตอนเหล่านี้เจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวอ้าง หรือ กล่าวถึง ว่าทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่เจ้าหน้าที่เองยังไม่มีโอกาส ในการชี้แจงเลย เป็นการไต่สวนข้างเดียวฝ่ายเดียว แต่หากเข้าไปในกระบวนการแล้ว เราก็จะนำหลักฐานพยานต่าง ๆ ที่มี ไปต่อสู้ได้

ขณะที่ การต่อสู้มี 3 ศาล และเราเคารพกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนได้กำชับไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาว่าต้องอดทน ต้องมีความเชื่อมั่น ว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือการปฏิบัติที่ทำตามคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ก็รู้กันอยู่ว่ามีคนใช้อาวุธซึ่งจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง ก็ต้องต่อสู้กันไป ในกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ได้หนักใจ แต่กังวลใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชา จะไม่เข้าใจ

ถ้าเราทำงานอย่างตั้งใจและมุ่งหวังให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ต้องไปสอบสวนว่าใครเป็นคนทำ พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทหารก็เป็นประชาชน เขาออกไปทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ พ่อ แม่ และญาติพี่น้องเขาก็มาชุมนุม ถามว่าเขาจะไปทำร้ายคนเหล่านั้นได้อย่างไร ตนจึงคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ หรือมีเจตนาจะทำร้ายใครทั้งสิ้น แต่ต้องยอมรับความจริงว่ามีคนใช้ความรุนแรง จึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่บานปลาย ต้องไปหามาว่าใครเป็นคนทำ

ทั้งนี้ วันนี้ศาลท่านได้ไต่สวนไปแล้วมีประมาณ 10 ราย ก็น่าที่จะเพียงพอที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปก่อน ส่วนที่ใครจะไปทำอะไรต่ออีก ควรชะลอไว้ก่อน อยากให้เห็นใจผมในฐานะ ผบ.ทบ. และรับทราบเหตุการณ์มาทั้งหมด สถานการณ์วันนั้นทุกคนทราบดี และมีการสอบสวนไปครั้งหนึ่งแล้ว จนมีข้อสรุปว่าไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด แต่วันนี้กลับมาบอกว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าวิธีการสอบสวนต่างกันอย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นชุดเดิม บางครั้งคนที่อยู่ในการบวนการเหล่านั้นก็เป็นคนเก่า เพียงแต่เปลี่ยนหัวใหม่ แต่ปรากฏว่ากลับกันคนละข้าง ผมก็ไม่ได้อยากละเมิดใครเพราะเป็นอำนาจของท่านก็ทำไป

ผมอยากให้สังคมให้ความเป็นธรรม ว่าวันนั้นกับวันนี้ กลับตาลปัตร เป็นคนละทาง สองทาง ทั้งในส่วนของพนักงานสอบสวนผู้ที่ทำสำนวน ส่วนใหญ่ก็รู้จักกันทั้งนั้น บางคนก็อยู่ใน ศอฉ. ด้วย วันนั้นพูดทำให้พวกเราสบายใจในการทำงาน วันนี้คนเดียวกัน แต่กลับมาพูดอีกแบบหนึ่ง ผมก็เสียใจ แต่ก็ไม่ได้ไปว่าท่าน ถือเป็นอำนาจของท่าน ซึ่งเราก็ไม่ได้ปฏิบัติอะไรที่นอกกฎหมายอยู่แล้ว 10 คดีที่อยู่ในศาลมันเพียงพอแล้วเพื่อที่จะไปต่อสู้ชี้ถูกได้แล้ว ไมเช่นนั้นสังคมจะไขว้เขวไปหมด อย่างอื่นขอร้องให้หยุดกันก่อน ได้พูดคุยกับกำลังพล ไม่ต้องกลัว ผู้บังคับบัญชาจะดูแลเป็นอย่างดี ถ้าเราทำด้วยเจตนาดีก็ต้องได้รับการตอบแทนที่ดี

พร้อมกันนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจาการปฏิบัติหน้าที่มีความคืบหน้าทางคดีหรือไม่นั้น ตนอยากให้สื่อช่วยไปเร่งให้ และถามให้ด้วยว่าคดีในส่วนของทหารเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ชุมนุมปี 53 เหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 และ ช่วยภัยแล้งปี 55 ก็เป็นทหารชุดเดียวกันทั้งหมด ต้องเข้าใจเขาว่าใครสั่งเขาก็ต้องทำ และมีหลักการว่าต้องปฏิบัติภารกิจให้เสร็จถึงจะกลับเข้ากรมกองได้ ต้องดูความเป็นจริงว่าเมื่อปี 53 หากไม่มีการใช้อาวุธทหารก็ไม่นำอาวุธออกไป อยากให้ความเป็นธรรมกับทหารด้วย อยากฝากถึงสื่อมวลชนไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับทหาร เพราะตนไม่สามารถไปถามได้เพราะเป็นข้าราชการ บางอย่างที่อยากพูดก็พูดไม่ได้ ที่ไม่พูดไม่ได้เป็นเพราะไม่กล้าหรือกลัว หรือมีผลประโยชน์

MthaiNews

ขึ้นไปได้ยังไง ! รถเก๋งสีขาวปีนสลิงขึงเสาไฟฟ้า

เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro รายงานการเกิดอุบัติเหตุใน ซ.พหลโยธิน 48โดยเป็นภาพรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีขาว ขึ้นไปพาดอยู่บนสายสลิงยึดเสาไฟฟ้า ซึ่งทาง FM.91 รายงานว่าคนขับเป็นผู้หญิงมาด้วยกันสองคนปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

รถเก๋งปีนสลิงขึงเสาไฟฟ้า

โดยมีข้อมูลระบุว่า รถยนต์คันนี้อาจจะมาด้วยความเร็ว แล้วเสียหลักหักเข้าซ้าย จนทำให้หน้ารถปีนขึ้นไปบนสลิงที่มีไว้สำหรับยึดเสาไฟฟ้ากับพื้นดิน ซึ่งหลายคนที่เห็นภาพนี้ถึงกับต้องปรบมือให้กับความแข็งแรงของสลิงเส้นนี้เลยทีเดียว

รถเก๋งปีนสลิงขึงเสาไฟฟ้า

ขอบคุณภาพ : เฟซบุ๊ก FM. 91 Trafficpro ,Khanittha Vongnark

MthaiNews