ประยุทธ์ ลงชายแดน กันทรลักษ์ เช็คกำลังรบ ขอม็อบต้านคดีพระวิหาร อย่าขวางทาง

ประยุทธ์ ลงชายแดน กันทรลักษ์ เช็คกำลังรบ ขอม็อบต้านคดีพระวิหาร อย่าขวางทาง หากจำเป็นเคลื่อนย้ายกำลังป้องอธิปไตย ขู่ปลดทหารแหกกติกา ย้ำกองทัพต้องฟังคำสั่งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าว MThai News รายงานว่า ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยทหาร ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังฟังการบรรยายสรุปถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

มีความกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องไม่รับคำพิพากษาศาลโลก จะมาชุมนุมบริเวณนื้ ตอนนี้ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ เพราะตอนนี้ยังไม่มีสถานการณ์เกิดขึ้น ได้เรียนผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการในพื้นที่ต่อเรื่องการทำความเข้าใจ และอย่าให้เป็นปัญหาลุกลามบานปลายไปวันข้างหน้า

เราต้องพยามหลีกเลี่ยงการรบกันโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นค่อยรบ ซึ่งพื้นที่จะให้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเข้าไปได้แค่ไหนนั้น เป็นเรื่องของแผนที่เขาเตรียมไว้แล้ว ซึ่งจะเป็นตรงไหนก็ได้ที่ไม่กีดขวางการยุทธ์ ถ้าจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายกำลัง หรือมีการฝึกซ้อม วันนี้มาให้กำลังใจกำลังพล มาขอบคุณกำลังพลเรื่องน้ำท่วม พร้อมทั้งให้แนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 57 โดยมาที่กองกำลังสุรนารีก่อน เพราะอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างอ่อนไหว เพื่อเข้าใจในนโยบายและแนวทางปฏิบัติชัดเจนเป็นอย่างไร

สำหรับฝั่งกัมพูชายังไม่พบความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่ผิดปกติ สองฝั่งยังไปมาหาสู่ กำลังหน้าแนวก็ห่างกันไม่กี่เมตร มีการพบปะพูดคุยกัน และดูแลกันตามสมควร ถือว่าระหว่างนี้เป็นเพื่อนบ้านกัน ทุกกองกำลังก็เป็นเช่นนี้หมด ซึ่งถือเป็นพันธกิจข้อที่ 4 ของกองทัพบก และกระทรวงกลาโหม ในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านในทุกระดับ ไม่ใช่เพราะกลัวกัน

อย่างที่บอกว่าถ้ากลัวก็อย่ามาเป็นทหาร ทหารไม่มีใครกลัวอยู่แล้ว แต่ที่กลัวคือรบกันโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นค่อยว่ากันอีกที เมื่อรับฟังบรรยายสรุปก็ไม่มีข้อห่วงใยอะไร เพราะกำลังพลเรามีความพร้อมอยู่ตลอดเวลา มีการซักซ้อมมาตลอด

เรื่องการเคลื่อนย้ายกำลัง เพิ่มเติมกำลัง หรือ เคลื่อนย้ายกำลังอย่างไร เป็นไปตามหลักการตามแผนป้องกันประเทศของ 7 กองกำลังรอบประเทศ พร้อมย้ำนโยบายของรัฐบาลให้ชัดเจนว่าให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวัง และให้ปลอดภัย นำความห่วงใย รมว.กลาโหม มาให้กำลังพลรับทราบ

ส่วน จะเกิดปรากฏการณ์กล้ามเนื้อนอกบังคับ ที่กำลังพลอาจไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของผู้บังคับบัญชานั้น กองทัพมีกฎกติกาอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวชอบถามแบบนี้ เหมือนทหารไม่มีวินัย เหมือนว่าทหารมีสีโน่น สีนี้ ทหารมีการบังคับบัญชาชัดเจน ใครไม่ทำตามคำสั่ง ขัดคำสั่งก็ปลด นั่นคือระเบียบวินัยทหาร

ทั้งนี้ เกรงจะเกิดน้ำผึ้งหยดเดียวในพื้นที่หรือไม่นั้น สั่งการให้ระมัดระวัง แต่ไม่ใช่กลัว ระมัดระวังความเข้าใจผิดที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่เราทำคือการป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในทุกมิติ ทั้งประชาชน การติดต่อประสานงาน ที่ติดลำโพงก็เพราะป้องกันการเข้าใจผิดจากฝั่งกัมพูชา เพราะบางครั้งติดต่อเขาไม่ได้ ไม่ได้ไปบอกว่าเราต้องทำอะไร เพราะเราไปกลัวเขา ตนไม่ได้ห่วง เรื่องการสื่อสาร บังคับบัญชาของเรา เพราะมีมาตรฐาน มีวินัย ฝึกซ้อมกันบ่อย แต่ไม่ขอวิจารณ์ฝ่ายกัมพูชา

พร้อมกันนี้หากเกิดเหตุการณ์อย่ามองว่าจะเกิดเฉพาะเขาพระวิหาร มันยาวเป็น ร้อย ๆ กิโลเมตร ถ้าเกิดเรื่องก็ต้องเกิดจากตรงนี้ไปถึงกองกำลัง จันทบุรี-ตราดเลย เพราะว่าชายแดนติดกันหมด จึงมีทั้งกองทัพภาคที่ 1 และกองกำลังจันทบุรี-ตราดด้วยจะได้รับทราบสถานการณ์ร่วมกัน เราดูในภาพกว้างด้วย และ เราต้องระมัดระวังในเวทีระหว่างประเทศด้วย หรือแม้กระทั่งศาลโลก เราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าก็ต้องระมัดรังวังท่าทีของเราเหมือนกันเมื่อถามว่า รัฐบาลอาจไม่ต้องการให้รบ

ขณะที่ มวลชนกลุ่มใหญ่ต้องการให้ทหารออกมานั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การตัดสินใจการสั่งการขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่สั่งอย่างไรค่อยว่ากันอีกที อย่าไปประเมิน ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูด ถ้าไม่ปฏิบัติ เขาก็ปลดตนส่วนปลดแล้วจะปฏิวัติหรือไม่นั้น ถามส่งเดช ก็ปิดหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไง (พูดขำติดตลก)

สำหรับเรื่องการเคลื่อนไหวเรื่องพรบ.นิรโทษกรรม ที่เกรงว่าจะเกิดความรุนแรงนั้น ตนคิดว่าบทเรียนอยู่แล้ว ก็ไปหาทางออกให้ดีที่สุด คิดว่ามีวิธีแก้ไขปัญหาหลายอย่างอย่างสันติวิธี ซึ่ง การประกาศใช้กฎหมายเป็นเรื่องของรัฐบาลทั้งหมด ตนเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งเหมือนกัน แต่ต้องเป็นคำสั่งที่ถูกกฎหมาย ถ้าไม่ปฏิบัติก็โดนฐานผิดวินัยทหาร

ส่วนทหารจะไม่ออกมาปฏิวัติใช่หรือไม่นั้น ไมต้องไปพูดตรงนั้น ไม่มี ไม่มี ยังไม่มี อะไรที่มันเกิดขึ้นมาแล้วและแก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็ระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทุกคนรักชาติบ้านเมือง แต่ถ้าจะสู้กันอย่างนี้จะจบอย่างไร ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เหมือนรบ มันก็จะรบกันอยู่อย่างนั้น ต้องไปหาทางออกกัน แต่อย่ามาบอกว่าตนไม่รักชาติ ข้างโน่น ข้างนี้ ตนไม่ได้กังวลต่อสถานการณ์ ทหารสอนไว้ว่า ถ้าเครียด สถานการณ์ไม่ดี ก็ตั้งสติให้มั่น ใจเย็นๆ ถ้าโมโห โทโส ก็จะทำให้การตัดสินใจพลาด การจะสู้รบต้องใจเย็นๆ

MThai News

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, คดีเขาพระวิหาร

เซ็งจิต!iPhone5เอส สูบแบ็ตกระฉูด คนจ้องคืนเครื่อง

แอปเปิล อิงค์ได้ออกมายอมรับว่า ไอโฟน 5 เอสมีปัญหาขัดข้อง ทำให้โทรศัพท์สูญเสียพลังงานแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว ปัญหาดังกล่าวได้กระทบต่อผู้ใช้ไอโฟนจำนวนหนึ่ง และไอโฟนจะยอมให้มีการเปลี่ยนเครื่องจากปัญหาดังกล่าวแต่แอปเปิลยังอ้างว่า ถึงขณะนี้ ปัญหาดังกล่าวได้รับการร้องเรียนมาไม่มากนัก

ขณะที่รายงานระบุว่า ที่ผ่านมา มีผู้ใช้ไอโฟน 5 เอส เตรียมจะคืนไอโฟนดังกล่าวเพราะปัญหาเครื่องแบตเตอรี่มีปัญหา

3

โดยก่อนหน้านี้ แอปเปิลคุยว่า ไอโฟน 5 เอส จะสามารถใช้คุยโทรศัพท์ได้ 10 ชม.แต่การยอมรับนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหน้าให้แก่แอปเปิล ซึ่งถูกโจมตีมาตลอดเรื่องข้อเสียของแบตเตอรี่

ขณะเดียวกันนักวิจารณ์ไอที ต่างออกมาโจมตีการอัพเดตซอฟท์แวร์ใหม่ของไอโฟน ระบุว่า มีจุดประสงค์เพื่อทำให้มือถือรุ่นเก่าล้าหลัง และบีบให้ผู้บริโภคต้องซื้อไอโฟนรุ่นปัจจุบันโดยเมื่อไอโฟน 4 ได้อัพเดตซอฟต์แวร์ IOS 7 ก็ทำให้เครื่องช้าลงและทางแก้เดียวก็คือต้องซื้อเครื่องใหม่หรือไอโฟน 5 โดย แอปเปิลได้พยายาม “ล้างสมอง”ผู้ใช้ให้ซื้อไอโฟน 5 เอส และไอโฟน 5 ซี เพราะดูสวยงามและดูดี

ป.ป.ช.มีมติไต่สวน “อภิสิทธิ์-สุเทพ” คดีสลายม็อบปี53

ป.ป.ช.มีมติเดินหน้าไต่สวน อภิสิทธิ์ -สุเทพ คดีสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เตรียมสอบพยาน 3 ปากก่อนแจ้งข้อกล่าวหา

35

นายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.กล่าวว่า ป.ป.ช.มีมติเดินหน้าไต่สวน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในคดีสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 โดยในส่วนการร้องขอให้ดำเนินคดีอาญากว่า 10 สำนวน ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้ ป.ป.ช.พิจารณาเรื่องกล่าวหา ที่เป็นคดีในประเด็นเดียวกัน ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองจึงอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการไต่สวนต่อไป

ขั้นตอนจากนี้ เตรียมเรียกพยานมาให้ข้อมูลอีก 3 ปาก ซึ่งเป็นผู้นั่งประชุมร่วมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.ในขณะนั้น ก่อนพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหากับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ รวมถึงนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการ ศอฉ.ภายในปีนี้หรือไม่

Mthai news