ช่องทางโจร ช่องทางอันชอบธรรม บนระบอบประชาธิปไตย ลำเส้น

ช่องทางโจร ช่องทางอันชอบธรรม บนระบอบประชาธิปไตย ลำเส้น

13-1

ขอบอกว่า…เพลีย…เพลีย กับเกมการเมือง 2 ขั้วที่กำลังฟาดฟัน หนึ่งนั้นก็แพ้ไม่ได้ อีกหนึ่งนั้นก็อยากที่จะยอกแพ้ เนื่องเพราะหากตกที่นั่งเป็น “ฝ่ายแพ้” ยอมหมายความว่า “อำนาจ” ที่มีอยู่จะดับสูญไปพร้อมกับอีกหลายๆปัจจัยที่เกี่ยวเนื่อง

การเมือง 2 ขั๋วในวันนี้ มิต่างกับดังคำพังเพยที่ว่า “ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” ดังเช่น “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้เปรียบเปรยไว้

นั่นก็หมายถึง คนสองคน ต่างรู้ลึกตื้นหนาบาง นิสัยใจคอ หรือ ความลับของอีกฝ่ายนึงเป็นอย่างดี แต่คนอื่นนั้นไม่รู้เรื่องของสองคนนี้

นั่นก็หมายถึง สองฝั่ง ทันกัน แต่คนที่ไม่ทันเห็นทีจะมีแต่ “ประชาชน”…

แต่ก็ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่รู้ทันพฤติกรรมของ “สองฝั่ง”  และยังคงปรารถนาที่จะใช้สิทธิที่เหลือในระบอบประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือในการตัดสิน

ตัดสินที่จะ “เลือก” หรือ “ไม่เลือก”  พรรคการเมืองเข้ามาบริหารประเทศ เพราะนี่คือ สิทธิอันชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญของปวงชนชาวไทย…ปวงชนชาวไทย ที่ไม่อยากเห็นประเทศชาติต้องถอยหลังเป็น “คำรบสอง”

ที่ผ่านมา “กลุ่มอำนาจ” ใช้กลไก ช่องโหว่ของกฎหมาย นำพาประโยชน์ตกเป็นฝ่ายตน และวันนี้ก็มิแตกต่าง ผู้ที่ไม่รู้ทันกฎหมาย กลายเป็น “คนโง่บรม” ตกเป็นเหยื่อโดยปริยาย ดังที่เห็นและเป็นอยู่ในขณะนี้

ผู้รู้กฎ แหกกฎ นี่แหละ คือ “ปมปัญหา”…เหตุการณ์บ้าน การเมืองที่ วุ่นวายและส่อเค้าว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจึงไร้ซึ่ง “ทางออก” ที่ควรจะเป็น เพราะไร้หลักที่พึ่งพิง…เนื่องจากหลักกลับมิใช่หลักอีกต่อไป

ปฏิรูปประเทศ แน่นอนว่าต้องเกิด ซึ่งได้ก็เกิดขึ้นมาหลายครั้ง หลายคราว เกิดขึ้นมายาวนาน หากนับตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกเมื่อปี 2475 นั่นก็เสมือน ดังการ ปฏิรูปประเทศ ครั้งแรก ที่ได้เปลี่ยนการปกครองจากเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย

กฎเกณฑ์ ที่เรียกกันว่า กฎหมาย ถูกร่างขึ้นโดย “กลุ่มคน” ที่ยกตนว่า “ชอบธรรม”

และกลุ่มคนที่ชอบธรรม ก็ได้ละเลง แก้กฎเกณฑ์ แก้ฎหมาย จนวันนี้ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลกถึง 18 ฉบับเข้าไปแล้ว…

อุแม่เจ้า…จะดีใจ ดีมั้ยเนี้ยที่รัฐธรรมนูญไทยจะได้ถูกบึนทึกไว้ใน “กินเนสบุ๊ค”…

บอกตงว่า…ปัญหาที่เกิดน่าเสียดายเหลือเกินที่ กฎหมาย มิเพียงแต่ไม่ได้ช่วยคลี่คลาย แต่กลับสร้างปม ให้ประชาชน “งวยงง” มากขึ้น เนื่องเพราะผลวิจัยที่ผ่านมาได้ระบุว่า ประชาชนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ ไม่เคยรู้ข้อกฎหมายอย่างถ้องแท้

นี่จึงเป็นเสมือน “ช่องทางโจร” ที่ “ชอบธรรม”

ฉะนั้นจึงต้องเร่ง “ปิดช่องทางโจร” ด้วยการเดินหน้าไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่แม้นักพนันจะต่อแต้มว่า ล้มแน่ก็ตามที่ เพราะท่าทีผู้เฒ่า ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น

แต่นี่คือสิทธิที่ชอบธรรมของปวงชนชาวไทย

โลกไปไกลแล้ว ประชาคมอาเซียนก็กำลังเปิดอย่างเป็นทางการในปีหน้า แต่พี่ไทยยังพ่นน้ำลายใส่กันอย่างบ้าคลั่ง… กลับมาเถอะ กลับมาเดินตามวิถีของระบอบประชาธิปไตย แม้จะไม่เต็มใบ แต่พวก “งู” และ “ไก่” ก็สร้างมันมากับมือ…

“แมนเมือง”

โอ๊ค ซัด ปฏิรูปง่ายนิดเดียว แค่ตัดมือที่มองไม่เห็น

‘โอ๊ค’ โพสต์เฟซบุ๊ก วิพากษ์อำนาจอธิปไตยของไทย เผยปฏิรูปง่ายนิดเดียวแค่ตัดมือที่มองไม่เห็นออก

511733-01

นาย พานทองแท้ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า ‘Oak Panthongtae Shinawatra’ โดยมีเนื้อความว่า ‘อำนาจอธิปไตย’ ไม่ใช่อำนาจสูงสุด ในการบริหารประเทศแบบ “ไทยๆ” ครับ การบริหารประเทศไทย ให้เจริญรุ่งเรืองไปได้อย่างราบรื่นนั้น ไม่ได้อยู่ที่อำนาจอธิปไตย เช่นเดียวกับประเทศอื่น แต่กลับอยู่ที่กลุ่มบุคคลที่รายล้อมรัฐบาลอยู่ พร้อมที่จะลั่นไกสังหารทุกเมื่อ ตามการชักใยของ “มือที่มองไม่เห็น” เช่นในรูปนี้ครับ

อำนาจอธิปไตย 3 ส่วน ตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประกอบด้วย 1.อำนาจบริหาร 2.อำนาจตุลาการ และ 3.อำนาจนิติบัญญัติ เป็นแค่ตัวหนังสือให้นักศึกษาท่องจำ เอาไว้ใช้สอบพอผ่านๆ ไปเท่านั้น ใช้ไม่ได้กับระบอบประชาธิปไตย ที่ใช้จริงๆ แบบไทยๆ เลย อำนาจที่แท้จริงในการบริหารประเทศ แบบไทยๆ อยู่ที่อำนาจเก่าแก่ดั้งเดิมที่เรียกว่า “มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งมักจะใช้วิธีแอบอ้างเบื้องสูง มาคอยสั่งการให้องค์กรอิสระต่างๆ ซึ่งตัวบุคคลส่วนใหญ่ ถูกแต่งตั้งสืบทอดกันมา จากการรัฐประหารครั้งก่อน ให้ทำงานตามความประสงค์ของ “มือที่มองไม่เห็น” ซึ่งการเคลื่อนไหวทั้งหมด มักจะเป็นไปในแนวทางสนับสนุน พรรคการเมืองพรรคฯ เดียวในดวงใจ ซึ่งทำตัวเป็นลูกแหง่ ต้องการสู้นอกกติกา ต้องการขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยวิธีลัด โดยใช้อำนาจพิเศษอยู่ตลอดเวลา

ข้อดีเพียงข้อเดียวของพรรคการเมืองนี้ คือ หน่วยก้านดี ปากหวานพูดเก่ง ตรงตามสเปกของอำนาจเดิมนี้ ไม่ว่าพรรคฯ นี้จะกระทำการทุจริตฉ้อฉลอย่างไร องค์กรอิสระทั้งหลาย ก็จะไม่เคยถือโทษโกรธเคือง และไม่ต้องการที่จะเอาตัวคนผิดมาลงโทษ มิหนำซ้ำยังพยายามทำตัวเป็นตัวช่วย ที่จะช่วยปกป้องพรรคฯนี้ ให้อยู่รอดทุกวิถีทาง

นายกปู ยุบสภาฯ ถือเลือกตั้งมาให้ประชาชน…แต่…พรรคฯ ลูกแหง่ เกิดไม่อยากจะเลือกตั้งขึ้นมา เพราะเลือกกี่ครั้ง ก็แพ้ซ้ำซากจนนับครั้งไม่ถ้วน พยายามผลักดันทุกวิถีทาง ที่จะไม่ให้มีการเลือกตั้ง เดี๋ยวตัวช่วยที่ล้อมรัฐบาลอยู่…ก็จัดให้..!!

ชัช ชาติฯ จะทำรถไฟความเร็วสูง…แต่..!! พรรคฯ ลูกแหง่ เกิดอยากจะถ่วงความเจริญของประเทศ เพราะหากปล่อยให้พรรคฯ คู่แข่ง ทำโครงการรถไฟความเร็วสูงทำได้สำเร็จ จะได้คะแนนไปเป็นกอบเป็นกำ เดี๋ยวตัวช่วยที่ล้อมรัฐบาลอยู่…ก็จัดให้..!!

ปลอดประสพฯ จะรักษากฎหมาย…แต่..!! พรรคฯ ลูกแหง่ อยากจะฉีกรัฐธรรมนูญ ตะแบงกฎหมายให้เป็น 2 มาตรฐาน เพื่อทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง จะอะไรก็ตามที่ พรรคฯ ลูกแหง่ ต้องการ เดี๋ยวตัวช่วยที่ล้อมรัฐบาลอยู่…ก็จัดให้..!! พรรคฯ นี้เรียกร้องจะเอาเปรียบคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนคนดีๆ ที่เป็นเสาหลักในพรรคฯ ที่เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เริ่มจะโดดหนีและออกมาตักเตือน(แรงๆ) กันเป็นระยะๆ พักหลังนี้เริ่มจะมีผู้กล่าวขวัญถึงกันอย่างกว้างขวาง เพิ่มขึ้นทุกวันๆ ว่า พรรคนี้เพียงพรรคฯ เดียว สามารถทำให้ประเทศไทย ล่มจมได้ทั้งประเทศ หรืออาจจะต้องถอยหลังไปเป็น ประเทศที่ล้าหลังทางประชาธิปไตย มากที่สุดในอาเซียนก็เป็นไปได้ เพราะพรรคฯ นี้ ต้องการป่วนประเทศไปจนถึงทางตัน เพื่อสร้างเงื่อนไขให้ ทหารออกมาปฏิวัติในที่สุด

การปฏิรูปประเทศไทย ง่ายนิดเดียวครับ ตัดเชือกและกลไกที่โยงใยจาก “มือที่มองไม่เห็น” ที่สั่งการลงมาให้องค์กรต่างๆ ทำสิ่งที่เป็น 2 มาตรฐานนี้ ให้หมดสิ้นไป ไม่ให้ท้าย “พรรคลูกแหง่” คอยเอาเปรียบคู่แข่ง ปล่อยให้การเมืองเดินหน้าไปด้วยตัวเอง ตามระบอบประชาธิปไตย ผ่านการเลือกตั้ง ไม่มีคนให้ท้ายคอยหนุนหลังตามใจ ลูกแหง่ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ รู้จักหาเสียงเอง ทำอะไรเองได้ ประเทศชาติก็จะสงบสุขในที่สุดครับ

สุเทพ ร่อนจดหมายถึงโอบาม่า ชี้แจงไม่ได้ล้มปชต.

วันนี้(25 ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้โพสต์ภาพจดหมายถึง นายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

1604901_746194368726381_1631352305_n

ถึง ท่านประธานาธิบดี

กระผม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ซึ่งเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวในประเทศไทยในครั้งนี้ ใคร่ขอชี้แจงรวมถึงตอบคำถามแก่นานาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทย โดยกลุ่มกปปส. ไม่ได้ต่อต้านประชาธิปไตยและเป็นกลุ่มที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิไตย ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวนึ้มีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มอำนาจเผด็จการจากรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้รับอำนาจผ่านทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  พี่ชายของเธอ

โดยผมขอเรียนให้ทราบว่า ตลอดเวลา 13 ปีที่ครอบครัวชินวัตรได้ปกครองประเทศ ได้มีการทุจริต ข่มเหง ติดสินบน ถึงแม้ว่าทั้งสองจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งเป็นการบริหารประเทศที่ฝ่าฝืนหลักประชาธิปไตยที่ร้ายแรง มีการขายเสียง ไม่โปร่งใส ซึ่งหลายเดือนที่ผ่านมา คนไทยหลายล้านคนได้ออกมาต่อต้านรัฐบาล
ซึ่งผมขอยืนยันว่า กลุ่มกปปส. ใช้กลยุทธ์สันติอหิงสา(อารยะขัดขืน)ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมในการเรียกร้อง ดังเช่นที่ปรากฎในการเคลื่อนไหวต่างๆของโลก

ซึ่งผมขอกล่าวว่า คนไทยมีความรับผิดชอบและมีจรรยาบรรณที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านและล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมถึงอิทธิพลของพ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากนั้นจะมีการปฏิรูปประเทศไทยให้ปราศจากการโกง นำไปสู่การเลือกตั้งอิสระ บริสุทธ์ ยุติกรรม ต่อไป พร้อมทั้งขอเน้นย้ำว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องการประชาธิปไตย และผมมั่นใจว่า กลุ่ม กปปส. จะสามารถช่วยให้คนไทยบรรลุเป้าหมาย และสามารถรักษากระบวนการทางประชาธิปไตย
สุเทพ เทือกสุบรรณ

MThai News

1604901_746194368726381_1631352305_n