ม.จ.จุลเจิม ขอปชช.ตั้งสติ แยกแยะวาทกรรมกับการปฏิบัติจริง

“ม.จ.จุลเจิม ยุคล” โพสต์เฟสบุ๊ก ขอประชาชนตั้งสติ แยกแยะวาทกรรมกับการปฏิบัติจริง อย่าให้สถานการณ์ชักนำจนละทิ้งเหตุผลที่ออกมาต่อสู้

tnews_1376372196_3531

ม.จ.จุลเจิม ยุคล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า ‘Chulcherm Yugala’ โดยมีเนื้อความว่า ประชาชนอย่าเซ็นเช็คเปล่าให้ใคร การลุกฮือของมวลมหาประชาชนไทย THAILAND UPRISING ในครั้งนี้ ประชาชนจะได้อะไร กลับบ้านเป็นคำถามที่หลายท่านเวลานี้ กำลังต้องการพิสูจน์หาความจริงแท้ให้ได้ นอกเหนือจากถ้อยแถลง การอภิปราย ข่าวสารที่ผู้จัดการชุมนุมสื่อให้ประชาชนเชื่อ ตามภาษาพูดอังกฤษ เขาเรียกว่า MAKE BELIEVE ซึ่งในความหมายอีกด้านคือ “การโกหก” นั่นเอง ด้วยเหตุนี้เราในฐานะประชาชนที่มักถูกยกมากล่าวอ้างจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะจากนักการเมือง จึงต้องตั้งสติใคร่ครวญให้ดี และพยายามถามกลับตัวเองให้บ่อยขึ้น

เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ทำให้เชื่อ หรือ MAKE BELIEVE นั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง CHANGING เบื้องหน้าที่จะถึงตรงกับใจท่านหรือไม่ หาไม่แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตามมา ไม่ว่าความรุนแรง คำสั่งต่างๆ จาก พ.ร.ก.บริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใครทะเลาะกับใคร ใครโกหกใคร ทหารจะออกมาหรือไม่ ฯลฯ จะเข้ามาครอบงำชักนำให้ท่านลืมหรือละทิ้งเหตุผลเริ่มต้นที่แท้จริงที่นำท่าน ออกต่อสู้เพื่อให้ประเทศอันเป็นที่รักของเรา มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

พวกเราจึงต้องแยกแยะให้ออกให้ได้ระหว่าง “วาทกรรม” กับ “การปฏิบัติจริง” ระหว่าง “คนพูด นักพูด นักวิชาการ” กับ “นักปฏิบัติ” หรือ “ผู้ปฏิบัติ” มวลมหาประชาชนที่ถูกกล่าวอ้างในเวลานี้ ขออย่าเป็นเพียงผู้รับสารจากการ MAKE BELIEVE จากใครๆ เท่านั้น ท่านมีคุณค่าต่อการเปลี่ยนแปลง ในโอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ ที่พวกเราจะเป็นผู้กำหนด แสดงความต้องการ ให้ผู้นำการชุมนุมต้องทำตาม ไม่ใช่เป็นผู้รับสารที่ทำตามผู้นำ โดยไม่รู้ว่าจะนำท่านไปในทิศทางไหน จริงไหมครับ” ม.จ.จุลเจิม ยุคล

ลูกชาย ยัน พ่อโดนยิงตาย ไม่ใช่ชายที่ทุบป้ายสตช.

วันนี้ (25 ม.ค.) ทีมโฆษกตำรวจแห่งชาติได้เผยผ่านแฟนเพจเกี่ยวกับการแชร์ภาพของชายราชบุรีถูกยิงเสียชีวิตว่ามีความเกี่ยวข้องกับม็อบคปท.ที่มารื้อป้ายหน้า สตช. โดยระบุว่า ขอชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่มีสื่อมวลชนและทาง Social media ต่างๆ ได้ลงรายละเอียดการเสียชีวิตของ นายศุภกาล อยู่บรรยงค์ เกี่ยวข้องกับ แนวร่วมคปท.รื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วถูกยิงเสียชีวิต นั้น

1003037_219106694944330_588605760_n

ขอชี้แจงรายละเอียดที่ถูกต้องในกรณีดังกล่าวดังนี้ ผู้ตายชื่อ : นายศุภกาล อยู่บรรยงค์ อายุ 56 ปี ข้าราชการทหารบำนาญ ยศสิบเอก ประกอบอาชีพเปิดร้านรับจ้างซักผ้าอบรีดกับภรรยา
โดยมี พ.ต.ท.พงศกร เข็มราช พงส.(ผนพ) สภ.เมืองราชบุรี ได้สอบปากคำ 2 นายคือ

1.นายนันทเกียรติ อยู่บรรยงค์ (บุตรชาย)
2.จ.ส.อ.ชยุต สุดประเสริฐ (พยานที่อยู่ใกล้เหตุการณ์)
วันเดือนปีที่เกิดเหตุ วันที่ 24 ม.ค.2557 เวลาประมาณ 11.00 น.
สถานที่เกิดเหตุ : ถนน บายพาส หมู่ที่ 2 ต.บ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี
พฤติการณ์ :ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีดำ ทะเบียน กจ-6989 ราชบุรี ไปทำธุระ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ถูกคนร้ายยิง รถเสียหลักตกข้างทาง แล้วเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

โดยนายนายนันทเกียรติ อยู่บรรยงค์(บุตรชาย)ได้ดูรูปภาพที่ปรากฎตาม ทางสื่อมวลชนและทาง Social media แล้ว ยืนยันว่าบุคคลที่ปรากฎตามภาพ(วงกลมสีแดง)ที่มาร่วมทำลายป้าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ใช่บิดาของตนแต่อย่างใด

MThai News

‘สมชัย’คาดนัดรบ.27ม.ค.ร่วมหารือวันลต.ใหม่

“สมชัย” คาด นัดรัฐบาลอย่างเร็วในวันที่ 27 ม.ค. หารือกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ห่วงหากยังเฉยทำสูญเสียค่าใช้จ่าย ขณะลงคะแนนล่วงหน้า 26 ม.ค.นี้ ยังทำได้ตามปกติ 511566-01

รศ.สม ชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังรับทราบคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาคำร้องของ กกต.ว่าจากคำวินิจฉัยถือเป็นการปลดล็อคข้อจำกัดทางกฎหมายที่รัฐบาลเคยเชื่อ ว่าไม่สามารถทำได้  และชี้ให้เห็นว่า การใช้กฎหมายต้องทำเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ของสังคม

สำหรับกระบวนการ ถัดไปนั้น กล่าวว่า หลังจากนี้ รัฐบาลกับ กกต.จะต้องนัดหมายกันกับทางรัฐบาลโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะนัดหมายในวันที่ 27 ม.ค.นี้ เพื่อหารือถึงการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ซึ่งหากหารือแล้ว รัฐบาลเห็นว่ายังไม่กำหนดใหม่ แต่ทาง กกต. เห็นว่าสมควรกำหนดใหม่ ก็จะเท่ากับว่ายังตกลงกันไม่ได้ และ พ.ร.ฎ.ฉบับเดิม ก็ยังต้องบังคับใช้ต่อไป บนเงื่อนไขที่สองฝ่ายเห็นไม่ตรงกัน

อย่างไร ก็ตาม หากเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปแล้วเกิดความเสียหาย ทั้งความสูญเสียทางชีวิต หรือค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ฝ่ายที่เห็นว่า ให้เดินหน้านั้นจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ส่วนการลงคะแนนล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.นี้ยังต้องดำเนินการไปก่อนที่จะมีการหารือ