นายกฯ หลบออกจากทอ.แล้ว หลังม็อบชาวนาบุกจี้ให้ช่วย-จนท.เข้ม

นายกรัฐมนตรี เดินทางออกที่ประชุม ครม.แล้ว งดสัมภาษณ์สื่อ ขณะชาวนาพยายามเดินทางเข้าไปประท้วงหน้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ เจ้าหน้าที่รปภ.เข้ม ขณะที่ ครม. อนุมัติงบกลาง 2 หมื่นล้าน จ่ายจำนำข้าว 519051-01

บรรยากาศที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ซึ่งสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางออกจากกองบัญชาการกองทัพอากาศแล้ว

ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้เสร็จสิ้นลง โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่เดินทางมารอทำข่าวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ในช่วงเช้า และไม่ได้แจ้งภารกิจให้สื่อมวลชนได้รับทราบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มีรายงานว่าได้มีกลุ่มชาวนาจำนวนหนึ่งเดินทางมาบริเวณกองบัญชาการกองทัพอากาศ เพื่อขอพูดคุยกับ นายกรัฐมนตรี เรื่องโครงการรับจำนำข้าวด้วย ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรี มีภารกิจเดินทางไปตรวจราชการและตรวจเยี่ยมประชาชนที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ ในวันที่ 26 – 28 ก.พ.นี้

ชาวเน็ตประณาม ม.ดังสั่งฆ่า-ฝังทั้งเป็น สุนัขท้องแก่

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้ใช้เว็บไซต์พันทิปชื่อว่า “ท่านหญิงแพรวพรรณราย” ได้โพสต์ภาพสุนัขท้องแก่ 2 ตัว สลบไม่ได้สติ พร้อมกับภาพลูกสุนัขจำนวนหนึ่ง โดยมีข้อความระบุว่า มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สั่งฆ่าหมาท้องแก่ หมามีเจ้าของ หมาพิการ รวมทั้งการฝังทั้งเป็นด้วย

สั่งฆ่า,ฝังทั้งเป็น,สุนัขท้องแก่,หมา

ทั้งนี้ ภาพของลูกสุนัขนั้นระบุว่า มีผู้ขอมาจากท้ายกระบะ เพราะกำลังจะถูกนำไปฝังทั้งเป็น โดยที่ไม่ใครกล้าช่วยเหลือเพราะไม่กลัวจะมีปัญหากับทางผู้บริหารของมหาวิทยาลัย

“รอบนี้มหาลัยทำแย่จริง ๆ ที่ไปเรียกหมาตามบ้านออกมายิงยาสลบแล้วเอาไปทิ้ง ผู้บริหารมหาลัยบอกว่า หมาที่ถูกยิงยาสลบไปมหาลัยเอาไปไว้ที่วัดและจ่ายเงินดูแลอย่างดี ทำหมันและทำวัคซีน ถ้ามหาลัยมีหลักฐานก็ให้เอาออกมายืนยัน ว่าพาหมาไปดูแลจริง”

สั่งฆ่า,ฝังทั้งเป็น,สุนัขท้องแก่,หมา

นอกจากนี้ “ท่านหญิงแพรวพรรณราย” ระบุด้วยว่า เพื่อนมีบันทึกข้อความจากทางมหาวิทยาลัยแจ้งให้ทราบว่ามีการฆ่าสุนัขและฝังทั้งเป็น โดยผู้ที่ลงมือยิงก็บอกตรงกันว่าทางมหาวิทยาลัยสั่งให้ทำ แต่ถ้ามีคนมาถามก็จะบอกว่า เมื่อยิงยาสลบแล้วก็จะนำไปไว้ที่วัด “ท่านหญิงแพรวพรรณราย” ยังระบุอีกว่า ได้ไปสอบถามวัดที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย แต่ไม่มีวัดไหนได้รับสุนัขเหล่านี้เลย

สั่งฆ่า,ฝังทั้งเป็น,สุนัขท้องแก่,หมา

ขณะที่ผู้ใช้เว็บไซต์พันทิป ชื่อว่า “dochlive ” ได้โพสต์บันทึกจากทางมหาวิทยาลัย ลงวันที่ 5 ก.พ. 2557 โดยในบันทึกระบุว่า มีนักศึกษาโดนสุนัขจรจัดทำร้าย จึงขอความร่วมมือให้เจ้าของสุนัขดูแลสุนัขของตนเอง มิฉนั้นจะจัดเก็บสุนัขไปไว้ในที่ซึ่งมหาวิทยาลัยเตรียมไว้

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เว็บไซต์พันทิป

MThai News

พาณิชย์ !!แจงส่งออก ม.ค.ปี’57ติดลบ 1.98%

กระทรวงพาณิชย์ แจกแจงตัวเลขส่งออกเดือน ม.ค. 2557 ตืดลบ 1.98% มีมูลค่า 17,907 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากคำสั่งซื้อข้าวไทยตลาดโลกลดลง ราคายางตกต่ำ และกุ้งเป็นโรคตายด่วน

N9J+

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขมูลค่าการส่งออกของไทยในเดือน ม.ค.2557 ขยายตัวลดลง 1.98% เทียบเดือน ม.ค. 2556 โดยมีมูลค่า 17,907 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการนำเข้าลดลง 15.50%มูลค่าการนำเข้าลดลง 15.50% เทียบเดือน ม.ค. 2556 ที่มูลค่า 20,428 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการส่งออกสินค้ากลุ่มสินแร่ เชื้อเพลิง และทองคำ ขยายตัวเพิ่มขึ้น และทำกำไรในช่วงที่ราคาทองคำขยับตัวสูงขึ้น

ขณะที่การส่งออกสินค้าหลักในกลุ่มอุตสาหกรรม เริ่มขยายตัวดีขึ้น ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 6.5%, กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายตัว 7.8%, ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ขยายตัว 3.1% และกลุ่มเม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติกขยายตัว 6.1% (เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน)

ขณะที่กลุ่มที่หดตัว ได้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลง 22.0%, กลุ่มวัสดุก่อสร้างลดลง 40.8%, ทำให้สินค้าส่งออกกลุ่มอุตสาหกรรมโดยรวมลดลง 0.2% และสินค้าในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงลดลง 7.5% โดยข้าวลดลง 6.8% ยางพาราลดลง 11.7%, อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป ลดลง 12.2%, ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป ลดลง 7.0% และไก่สดแช่แข็งและแปรรูป ลดลง 7.6%

ปัจจัยที่มีผลให้การส่งออกสินค้าลดลง ได้แก่ คำสั่งซื้อข้าวหอมมะลิลดลงในสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และฮ่องกง ประกอบกับคำสั่งซื้อข้าวนึ่งในประเทศเบนินลดลงเช่นกัน อีกทั้งประเทศโกตดิวัวร์มีการนำเข้าข้าวหอมมะลิลดลง หันมานำเข้าข้าวขาวแทน เนื่องจากราคาข้าวขาวปรับตัวลดลง, ยางพารามีราคาตกต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี ประกอบกับอุปทานยางมีมากเกินความต้องการใช้ยาง ในขณะเดียวกันจีนและญี่ปุ่น ยังคงมีสต็อคยางอยู่ในระดับสูง

ด้านผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น และมีการแปรรูปเพื่อเร่งส่งออกไปยังจีน ที่ยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลิตเอทานอล, กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งและแปรรูปยังคงประสบปัญหาโรคกุ้งตายด่วน(EMS) ระบาด ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งลดลง

นอกจากนี้ความต้องการจากตลาดหลัก(ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา) ชะลอตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ, ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป มีคำสั่งซื้อผักสด แช่เย็นและแช่แข็ง จากมาเลเซีย สิงคโปร์ และสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน

กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยในปี 2557 จะขยายตัว 5% ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว 3.7% ตามที่ IMF คาดการณ์ โดยมีราคาสินค้าวัตถุดิบอุตสาหกรรมโลกสูงขึ้น 1.3% และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเหรียญสหรัฐฯ อยู่ที่ 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ(ปัจจุบันอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทยเท่ากับ 32.94 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ)

Mthai News