เมื่อ ตำรวจ คือ ผู้ร้าย ในสายตาของ กปปส.

เหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมือง นอกจากผู้ชุมนุม กปปส.ที่ปักหลักโค่นล้มรัฐบาล เดินหน้าปิดเกมจัดการกับระบอบทักษิณแล้ว คู่อริของกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ใช่เพียงแค่ “รัฐบาล” และกลุ่ม “นปช.”แต่ยังมีแวดวงของ “ตำรวจ”เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างปฏิเสธไม่ได้

85302

ที่ผ่านมา ตำรวจถูกสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน เดินหน้าขอคืนพื้นที่ สลายการชุมนุม จนกระทั่งเกิดการปะทะ มีคนเจ็บ คนตายอยู่เรื่อยมา ตำรวจจำนวนไม่น้อย ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่ด้วยคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เมื่อสั่งเดินหน้าก็ต้องพร้อมปฏิบติหน้าที่อยู่เสมอ

นั่นเอง ทำให้ ตำรวจ กำลังดูเหมือนเป็นอีกหนึ่งศัตรู ของผู้ชุมนุม เริ่มมีอารมณ์โกรธ และเกลียดตำรวจ ผู้ซึ่งได้รับขนานนามว่า เป็นผู้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ด้วยหน้าที่งานทำให้ต้องออกมารับใช้รัฐบาล จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดกลุ่มมวลมหาชนจึงมุ่งหน้าไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บุกแกะป้ายชื่อออกทั้งหมด ก่อนจะพ่นสีทับด้วยข้อความ คปท.ฉุนประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา

8387

ผิดกับฝั่งของ “ทหาร” ที่มวลมหาประชาชน มักจะไม่มีการโจมตี กลับกัน ขอร้องให้ทหารส่งกำลังมาคุ้มครองม็อบ เพราะไม่ไว้ใจตำรวจที่ควบคุมสถานการณ์ ที่ส่อเค้ารุนแรง มีระเบิดลงเป็นช่วงๆ จนยากจะควบคุม อีกทั้งยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

แต่ท่าทีของทหารก็ยังมีการวางเฉย ไม่เอาด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันหนักแน่น ทหารไม่มีอำนาจพิเศษ ปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายทั้งสิ้น เค้าลางที่ว่าจะมีการ “ปฏิวัติ” จึงเป็นเพียงแค่ข่าวลือรายวัน

ความขัดแย้ง ของ กปปส.กับตำรวจ จุดชนวนมากยิ่งขึ้น หลังมีการสลายการชุมนุมที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 คน เจ็บอื้อกว่า 64 คน เมื่อรู้ข่าวว่า กองกำลังตำรวจจากชลบุรี งานนี้กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ชลบุรี จึงบุกไปล้อม บก.ภ.จว.ชลบุรี และรวมตัวขับไล่ ผบช.ภ.2 ,ผบก.ภ.จว.ชลบุรี หลังใช้รถ อบจ.ชลบุรี ไปสลายม็อบที่กรุงเทพฯ ร้อนถึง พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ระบุว่า เป็นความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน

“ตำรวจไม่มีนโยบายใช้อาวุธ หรือใช้ความรุนแรงกับประชาชน ตำรวจภาค 2 ไปปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนที่มีการสูญเสียชีวิตของตำรวจและประชาชน อาจเป็นมือที่สามที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความขัดแย้ง ให้เข้าใจผิดกันระหว่างตำรวจกับประชาชน”

7018

ด้วยเหตุที่ตำรวจถูกกลุ่มผู้ชุมนุมมองในแง่ลบ ว่า รับใช้ระบอบทักษิณ แต่นั่นก็ไม่ได้เหมารวมถึงตำรวจทั้งหมด โดย “กปปส.ตำรวจ”กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อมีข่าวว่า อดีตนายตำรวจจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากที่ยังรับราชการอยู่ ได้รวมตัวกันจัดตั้ง กปปส. ตำรวจ เพื่อประสานงานกับพี่น้องข้าราชการตำรวจทั่วประเทศให้กลับมามีความรัก ผูกพันกับพี่น้องประชาชนเหมือนเดิม ในเฟซบุ๊ค นายไพศาล พืชมงคล อดีต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระบุว่า

นายตำรวจบางคนทรยศประเทศชาติ บางคนเอาตำรวจไปขายให้แก่ระบอบทักษิณเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว และขณะนี้กำลังประสานเวทีเพื่อแสดงตัว และขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาส กปปส.ตำรวจด้วย และขอเชิญพี่น้องเพื่อนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศติดต่อตนได้โดยตรง หรือจะติดต่อผ่านผู้ที่เคยร่วมงานมากับตนเองก็ได้

เมื่อวงการตำรวจ ถูกขุ่นเคืองขัดใจในพฤติกรรม ปะทะกับผู้ชุมนุมจนเกิดการสูญเสีย แม้จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่จากผู้บังคับบัญชา แต่ก็เชื่อว่า ตำรวจส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง หวังให้การชุมนุมยุติโดยเร็ว

ที่ผ่านมาในสายตาของกลุ่มผู้ชุมนุม ทำลายความเชื่อถือ ทำลายความศรัทธา ที่มีให้ตำรวจไปหมดสิ้น ยิ่งไปกว่านั้น หากเกิด ตำรวจ กปปส.ขึ้นมาจริง อะไรจะเกิดขึ้นต้องติดตามกันอีกยาว…

“เพชรพิริยะ”

ศาลยกคำร้องหมายจับ พุทธะอิสระ-13 กปปส. ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ศาลอาญายกคำร้อง หมายจับหลวงปู่พุทธะอิสระ-13 กปปส. ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ไม่มีเหตุเร่งด่วน และศาลแพ่งมีคำพิพากษาตัดสิน พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว

หลวงปู่พุทธะอิสระ, ศาลอาญา, หมายจับหลวงปู่, ดีเอสไอ
ภาพจาก @Rattiya_bluesky

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา (11.30น.) ศาลอาญาได้ออกพิจารณาคำร้องที่กรมสอบสวนพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ยื่นให้ออกหมายจับ หลวงปู่พุทธะอิสระ พร้อมแกนนำ กปปส. อีก 13 คน ในฐานความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

โดยศาลพิเคราะห์ได้มีคำสั่ง ให้ยกคำร้องในการออกหมายจับดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าไม่เหตุอันควรเร่งด่วน และศาลแพ่งได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปแล้ว

MThai News

เอม พินทองทา ประณามเหตุรุนแรงตราด-ราชประสงค์

วันนี้(24 ก.พ.) นางพินทองทา คุณากรวงศ์ หรือ พินทองทา ชินวัตร ลูกสาวของพ.ต.ท.อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว @aimpintongta กรณีเหตุกราดยิงที่เวทีกปปส.จังหวัดตราด และเหตุระเบิดที่บิ๊กซี ราชดำริ วานนี้ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต ว่า

S__884838

“ขอไว้อาลัยและเสียใจกับความสูญเสียของครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต…ขอประณามการก่อการร้ายที่เกิดขึ้น ทุกชีวิตมีค่าและเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อฝ่ายใดเลย We would like to send our deepest cpndolences to tha families of the victim of Trat and Rachaprasong incidents we would also like condemn those who caused this tragedy every life is precious and no one deserves this upon them. this kind of incident dose not make anything better nor dose it benefit any party”

MthaiNews