โรงรับจำนำ หรือโรงตึ๊ง ที่ชาวไทยเชื้อสายจีน มักเปิดเป็นกิจการของตระกูล จากอดีตที่เป็นแหล่งเงินด่วน สำหรับคนยากจนปัจจุบันมีทั้งสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ)ของรัฐบาลและของเอกชน แต่คนที่เข้าโรงตึ๊งมักต้องเหลียวหลัง ดูหน้าว่ามีคนรู้จักมาเห็นตนไหม หรือระวังไม่ให้ใครเห็นนิ้วหัวแม่โป้งที่พิมพ์รอยนิ้วมือด้วยหมึกหลังเสร็จกิจ เพราะกลัวถูกเพื่อนๆล้อเลียน

ในวันนี้โรงรับจำนำเปลี่ยนไปด้วยความพยายามปรับปรุงเพื่อให้คนเข้าใช้บริการมากขึ้น ก่อนหน้านี้ สถานธนานุบาลของกรุงเทพมหานคร ได้พยายามปรับปรุงสภาพให้น่าใช้บริการทุกสาขา ด้วยการ เปลี่ยนเคาน์เตอร์ให้บริการจากลูกกรงเหล็กเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์ และนำเครื่องสแกนลายนิ้วมือมาใช้แทนการพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยหมึก เพื่อประชาชนจะไม่มีรอยหมึกเลอะเทอะที่นิ้วหัวแม่โป้งแต่ก็ได้ผลน้อยมากเทียบกับยอดผู้ใช้บริการ แม้รูปลักษณ์จะดูดีขึ้นก็ตาม
แต่ความหวังของธุรกิจโรงรับจำนำก็ยังไม่หมดไป ด้วยตัวอย่างธุรกิจ โรงรับจำนำเอกชน ที่ชื่อ “อีซี่มันนี่” ซึ่งบริหารงานโดย บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ทันสมัย และการเก็บรักษาทรัพย์สินของผู้กู้เงินในห้องนิรภัยอย่างปลอดภัย ก็เป็นที่น่าเชื่อถือ แก่คนยุคใหม่ได้ ซึ่งไม่เพียงเป็นแหล่งที่พึ่งของคนยากจน
อีกทั้งยังเป็นกลายเป็นแหล่งเงินด่วนสำหรับ คนไฮโซ และเจ้าของกิจการที่ต้องการหมุนเงิน หรือนำเงินไปขยายกิจการอย่างรวดเร็ว ก็หันมานำของไปจำนำที่โรงรับจำนำ “อีซี่มันนี่” อย่างล้นหลาม และมีเงินหมุนเวียน 8-10 ล้านบาทต่อสาขา และ 1,000ล้านบาทต่อปี

โรงรับจำนำ “อีซี่มันนี่” เปิดมาตั้งแต่ปี 2549 จาก 4 สาขาแรก ในกรุงเทพมหานคร มาเป็น 27 สาขา 13 จังหวัดในปัจจุบัน ด้วยสโลแกนโรงรับจำนำสำหรับคนรุ่นใหม่ จำนำของหมุนเงินในธุรกิจได้ด้วยภาพลักษณ์ ที่ทันสมัย ตัวอาคารแบบโมเดิร์นไม่เอ้าท์ และสร้างภาพพจน์จากการจัดอีเวนท์ในเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษจีน ก็ตกแแต่งร้านด้วยป็อปอัพรูปตัวสิงโต และรูปอาแปะ อาซิ้มให้เข้ากับเทศกาล หรือที่จังหวัดลพบุรี ช่วงงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ วันที่ 15-23 ก.พ. นี้ ก็ให้พนักงานในสาขาลพบุรี ร่วมแต่งชุดไทยย้อนยุคเพื่อเป็นการโปรโมทร้าน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตชุมชนอย่างกลมกลืน ไม่เว้นแม้เหตุการณ์น้ำท่วมก็ตั้งโต๊ะแจกของบริจาคให้กับคนที่เดือดร้อนในชุมชน

ภาพรวมตลอด 8 ปีที่ผ่านมา โรงรับจำนำ “อีซี่มันนี่” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ และลูกค้าระดับเจ้าของกิจการ ที่เข้ามาใช้บริการกว่า 80% ที่ต้องการเงินหมุนอย่างเร่งด่วน รวดเร็ว ทันอกทันใจ เพราะหากรอธนาคารอนุมัติเงินกู้ ก็เกรงว่าจะแพ้คู่แข่ง
ดังนั้น โรงรับจำนำ “อีซี่มันนี่” จึงเป็นทางออกที่ดี และยิ่งน่าเข้าไปใช้บริหาร เพราะนอกจากจะสามารถนำ ทองคำแท่ง และ ทองรูปพรรณ ที่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีผู้นำมาจำนำมากที่สุด 90% แล้ว สินค้าแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋ายี่ห้อ Louis Vuitton, Hermes, Dior, Prada, นาฬิกาโรเล็กซ์ พระเครื่อง แล้ว ตุ๊กตาเฟอร์บี้ ตุ๊กตาบลายธ์ เครื่องกรองน้ำ เครื่องฟอกอากาศแอมเวย์ ก็ยังสามารถนำมาจำนำได้อีกด้วยไม่เว้นแม้แต่ ถุงกอล์ฟ เครื่องดนตรี เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือทำมาหากิน อย่างเลื่อยวงเดือน ก็มีผู้นำมาจำนำ
นอกจากการรับจำนำสิ่งของแล้ว ยังขายของที่หลุดจำนำอีกด้วยซึ่งหากเทียบราคาท้องตลาดจะถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแบ่งสัดส่วนของโรงจำนำไว้ขายสินค้า มีติดป้ายราคาระบุไว้ชัดเจน แต่หลายชิ้นถ้าไม่มีเงินจริงก็ซื้อไม่ไหว เพราะเป็นของแบรนด์เนมทั้งนั้น

สำหรับอัตราดอกเบี้ยโรงรับจำนำแต่ละแห่ง จะกำหนดตามตาม พ.ร.บ. กฎหมาย และขึ้นอยู่กับการต่อรอง คือถ้าต้องการเงินต้นมากกว่าราคาที่ประเมินของไว้ ดอกเบี้ยก็จะสูงตาม แต่หลักๆก็คือเงินต้น 2,000 บาทคิดดอกเบี้ย 2% ต่อเดือน เงินต้นส่วนที่เกิน 2,000 บาทแรก คิดอัตราดอกเบี้ย 1.25% เท่ากับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 15% ต่อปี หรือเท่ากับโรงรับจำนำได้รับเงิน 15 บาท ต่อตั๋วจำนำ 1 ใบ ซึ่งถูกกว่าดอกเบี้ยของผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ หรือดอกเบี้ยบัตรเครดิต ขณะที่ในส่วนทรัพย์สินที่นำมาจำนำสามารถไถ่ถอนคืนได้ภายในระยะเวลา 4 เดือน 30 วัน โดยหากยังไม่ได้ไถ่คืนสามารถส่งดอกเบี้ยผ่อนเงินต้น หรืออาจเพิ่มเงินต้นได้ หากว่าหลักทรัพย์นั้นมีมูลค่าเพียงพอ
ที่น่าแปลกช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มีลูกค้านำทรัพย์สินมูลค่าเป็นหลักล้านๆบาทมาฝากเก็บ เพราะเชื่อว่า มีความปลอดภัยมากกว่าเก็บไว้ที่บ้าน และเมื่อคิดเทียบกับดอกเบี้ยที่จ่ายแค่ไม่กี่ร้อยบาทอายุการจำนำ 4 เดือนบวกอีก 30 วันลูกค้ารู้สึกสบายใจว่าทรัพย์สินไม่เสีย และไม่สูญหายแน่นอน นั่นคือ ความไว้วางใจ และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ “อีซี่มันนี่”อย่างชัดเจน โรงรับจำนำรูปแบบเก่าทั้งหลายสามารถเอามาเป็นแบบอย่างเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ และรูปแบบการให้บริการ

นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าจับตามองในยุคใหม่นี้ แต่หากใครมาอ่าน MThai News เรื่องโรงจำนำเปลี่ยนนี้แล้ว สนใจที่จะเริ่มธุรกิจประเภทนี้ ต้องมีเงินทุนเฉลี่ยต้นทุน 50-60ล้านบาทต่อ 1 ร้าน และมีผู้จัดการร้าน หรือที่เรียกว่า “หลงจู๊” สายตาดีๆประเมินราคาของได้ถูกต้อง ไม่โดนหลอก แต่ขอบอกว่าใบอนุญาตเปิดโรงรับจำนำ ต้องหาซื้อจากเอกชนรายเก่าเท่านั้น รัฐบาลไม่ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการให้ใหม่แล้ว
แต่ถ้าใครเดือดร้อนเงิน ไม่ว่าจะยากดีมีจนเป็นชาวนาที่ขาดเงินช่วงนี้ หรือเป็นไฮโซมีกิจการใหญ่โต เพียงแค่คุณมีบัตรประชาชน กับนิ้วโป้งมือขวา และของที่คิดว่ามีราคาดี ก็ได้เงินสดติดตัวออกมาจากโรงตึ๊งได้แล้ว หากจะลองแวะเวียนไปช็อปปิ้งของดีราคาถูกแทนที่ห้างสรรพสินค้าก็น่าสนใจไม่น้อย
ส.ศิริวาณิช
MThai News



