จี้ใจดำ นิสัยแบบไท๊ย ไทย ในมุมมองของฝรั่ง Mthai ข่าวภาคซ่าส์

Very Thai เป็นหนังสือเกี่ยวกับคนไทยจากการวิเคราะห์ของชาวต่างชื่อที่ชื่อ ฟิลิป คอนเวลล์ สมิธ โดยบทวิเคราะห์ของเขาได้ถูกแปลเป็นชื่อภาษาไทยว่า ไทย ไทย Mthaiข่าวภาคซ่าส์ขอนำสิ่งที่ฝรั่งมังค่าคนนี้พูดถึงคนไทยนำมาเปรียบเทียบและมองวิถีของสังคมไทยในปัจจุบันจริงๆว่าเป็นเหมือนอย่างที่เขามองเรามั้ย ?

1. คนไทยเป็นผู้นิยมคนดี คนที่มีภาพของความซื่อสัตย์ สุจริต ใสสะอาด หรือบางครั้งอาจจะมีการเปรียบเทียบว่าอย่างน้อยเขาก็เลวกว่าคนนั้น คนนี้ เป็นต้น

2.คนไทยใฝ่ฝันถึงประชาธิปไตยอันงดงาม แต่กลับมักมีการประท้วงบนท้องถนน เล่นการเมืองนอกสภาพและไม่เป็นไปตามกระบวนการของประชาธิปไตบ โดยมักจะอ้างถึงสิทธิการชุมนุมด้วยความสงบจนสุดท้ายนำไปสู่การเกิดจราจล e0b8a2e0b8b4e0b989e0b8a11 3.คนไทยเกลียดนักการเมือง ทั้งๆที่นักการเมืองเป็นตัวแทนที่ผ่านมาจากระบบประชาธิปไตย โดยมองว่า การที่คนไทยเกลียดนักการเมืองเพื่อที่จะหาจำเลยในการโทษว่าที่บ้านเมืองไม่เจริญอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะนักการเมือง แต่กลับไม่มีการแก้ไขปัญหาที่มาของนักการเมืองที่เลวเลยว่าจะทำอย่างไหร่ให้ประเทศมีระบบนักการเมืองที่สะอาด

4.คนไทยมุ่งปราบคอรัปชั่น โดยสนใจปัญหาอื่นของประเทศน้อยกว่า เช่น คุณภาพการศึกษา ปัญหายากจน ระบบแพทย์ ซึ่งการที่คนไทยมุ่งจะปราบคอรัปชั่นเพียงอย่างเดียวมันไม่ได้ทำให้ดีขึ้นมาเลยเพราะจากการจัดอันดับประเทศที่มีสถิติคอรัปชั่นของโลกอยู่ที่อันดับที่ 102 จากการจัดอันดับทั้งหมด 177 ประเทศทั่วโลก (อันดับมากคือโกงมาก)

5.คนไทยโหยหาความงดงามในชนบท  คนไทยที่ขึ้นรถไฟฟ้าหรือประชากรในกรุงเทพฝันใฝ่ที่อยากจะมีบ้านบนดอย มีชีวิตช้าๆ เบื่อแสงสีความเจริญ  มีความคิดที่แช่แข็งความงดงาม ความเชื่องช้าของชนบทไว้ในอุดมคติตลอดเวลา จนลืมคิดถึงบริบทของการพัฒนา พอคนในท้องถิ่นต้องการพัฒนากลับออกมาคัดค้านว่าทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายวิถีชีวิตอันดีงาม

ข้อ 6 คนไทยขยันแล้วจะรวย   คนไทยเชื่อว่า ความขี้เกียจเป็นอุปสรรคของความรวย แต่ในบางชนชั้นในไทย เช่นชาวนา ต่อให้มีความขยันมากแค่ไหนก็ยังจนอยู่เพราะในสังคมไทยยังมีวิบากกรรมที่คนชั้นสูงกว่าเอารัดเอาเปรียบคนชั้นที่ต่ำกว่า ผู้มีอำนาจกดขี่อยู่เสมอ ทำให้ขยันยังไงก็ยังไม่รวย นอกจากนี้ การศึกษายังเข้าไม่ถึงชนบทด้วย ทำให้เกิดความเสียเปรียบในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 115942-attachment

7.คนไทย ไหว้แล้วจะเป็นไทย คนไทยมีความคาดหวังว่าคนไทยใครก็ตามที่ไปปรากฎบนเวทีโลก ทั้งเดินแบบ แฟชั่น โอลิมปิก ฯลฯ ต้องใส่ชุดไทย ไหว้ไทย หรือแสดงออกถึงความเป็นไทย เพื่ออวดให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงความเป็นไทย ถ้าใส่สูท หรือเดินเข้าไปเช็คแฮนด์ ก็จะตกเป็นจำเลยสังคมในทันที ยกตัวอย่างเช่นกรณีของชมพู่ อารยาที่ไปเดินแบบที่งานเทศกาลหนังเมืองคานส์ โดยเธอพยายามจะแสดงความเป็นมืออาชีพแบบระดับสากลแต่หลังกลับมาที่ประเทศไทยกลับโดนคำครหาว่าไม่รักชาติ

8.รักชาติ วาทกรรมรักชาติของคนไทยถูกผลิตมาเพื่อใช้ในทางการเมืองและถูกนำมาใช้ตลอดเวลาและมักจะใช้คำว่า รักชาติ ในการเป็นข้ออ้างในทางการเมืองเสมอ เมื่อคนไทยแบ่งฝักฝ่ายแล้ว ใครไม่มาอยู่ฝ่ายตนหรือแสดงออกแนวคิดให้ไปในทิศทางเดียวกันกับตน ก็จะถูกมองว่า ไม่รักชาติขึ้นมาทันที

อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นชาติที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงคนไทยก็ค่อนข้างจะมีความคิดแตกต่างจากชาติอื่นด้วย จนมีคำที่เรามักจะพูดกันอยู่เสมอว่า Thailand Only ซึ่งบางอย่างก็เป็นเสน่ห์ให้กับประเทศของเรา แต่ความไทยบางอย่างกลับกลายเป็นตัวถ่วงความเจริญและพัฒนาของคนในชาติ โดยเฉพาะการเมืองแบบไทยๆ ที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้

Mthai ข่าวภาคซ่าส์ สุดยอด5 อันดับข่าวภาคซ่าส์ปี2013 สุดยอด5 อันดับข่าวภาคซ่าส์ปี2013 เวทีประกวดร้องเพลงในไทย มากเกินไปหรือเปล่า? (Mthai ข่าวภาคซ่าส์) เวทีประกวดร้องเพลงในไทย มากเกินไปหรือเปล่า? (Mthai ข่าวภาคซ่าส์) ชุดร.ด.พันธุ์ใหม่ สากลหรือไร้ระเบียบ Mthaiข่าวภาคซ่าส์ ชุดร.ด.พันธุ์ใหม่ สากลหรือไร้ระเบียบ Mthaiข่าวภาคซ่าส์ เอะอะก็ ‘นะครัช’ เขียนเอาฮาหรือภาษาวิบัติ (Mthai ข่าวภาคซ่าส์) เอะอะก็ ‘นะครัช’ เขียนเอาฮาหรือภาษาวิบัติ (Mthai ข่าวภาคซ่าส์) ชีวิตจริงยิ่งกว่าลำยอง Mthai ข่าวภาคซ่าส์ ชีวิตจริงยิ่งกว่าลำยอง Mthai ข่าวภาคซ่าส์

ทางสองแพร่งที่ต้องเลือก ปิดบัญชี วิฤกตการเมือง ?!

ทางสองแพร่งที่ต้องเลือก ปิดบัญชี วิฤกตการเมือง ?!

32

ดิ้นสุดฤทธ์  กระเสือกกระสนสุดแรง…

อาการนี้นับว่าไม่ต่างจากอาการของรัฐบาลรักษาการ ทั้งยังไม่ต่างจากอาการของนายกฯรักษาการ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้อย่างยิ่ง

แม้ที่ผ่านมาจะเป็นเพราะโชคช่วย บุญคล้ำ ให้รอดพ้นบ่วงนายพราน รอดพ้นแท่นประหาร มาหลายครั้ง หลายครา ทว่า…สภาพก็ “สะบักสะบอม” เกินบรรยาย

และวันนี้ยิ่ง “สะบักสะบอม” มากกว่าที่ผ่านมา หลัง ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ละเลยการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

สภาพเช่นนี้ไม่ต้องถึงมือเซียนการเมืองก็ “ฟันธง” ได้ว่า “รอดยาก” …ทั้งยังต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี เป็นของแถมกลับบ้านอีกด้วย   

แต่เพราะเป็นเกมการเมือง ฝ่ายที่ตกเป็นรองจึงต้องหาวิธีแก้ด้วยการเมือง…

ฉะนั้น หมากตัวใหม่ในตอนนี้จึงต้องข้ามช็อต “ยิ่งลักษณ์” ไปแล้ว เนื่องเพราะ “ยิ่งลักษณ์” กำลังถูกรุกฆาต กำลังถูกลงดาบ “ชะตาขาด” ในเดือนหน้านี้

แม้ “ยิ่งลักษณ์” จะเป็นหมากตัวสำคัญ แต่ก็ยังมีหมากตัวสำคัญกว่าดำรงอยู่

ดังจะเห็นจากการเดินหน้าเร่งให้มีการเลือกตั้งใน 8 จังหวัดภาคใต้ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญ มาตรา 127 ระบุไว้ชัดเจนว่าภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ต้องเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรก

ฉะนั้นการเลือกตั้งในพื้นที่ที่เป็นปัญหาต้องเดินหน้าให้แล้วเสร็จตามกรอมเวลาที่กำหนด เพราะหากเวลาล่วงเลยไป ปัญหาจะตามมาอย่างที่ “สดศรี สัตยธรรม” อดีต กกต. กล่าวไว้ว่า

หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปถึง 2 เดือน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 และมาตรา 172 อาจส่งผลกระทบทำให้คณะรัฐมนตรีรักษาการต้องสิ้นสุดลง สิ่งนี้เป็นประเด็นสำคัญมาก หากครบ 2 เดือนจากนี้อาจมีคนไปยื่นร้องให้ตีความประเด็นตรงนี้ก็ได้

ท้ายที่สุดอาจเปิดช่องว่างเพื่อนำไปสู่นายกฯและรัฐบาลคนกลาง ตามมาตรา 7 ได้

ดังนั้น ยิ่งลักษณ์ จะอยู่หรือไป ย่อมไม่สำคัญเท่ากับ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ย่อมมีขึ้นได้ไม่ยากเย็น

เหล่านี้จึงเป็นที่มาของแถลงการณ์ 4 พรรคร่วมรัฐบาล เรียกร้องให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันการเปิดประชุมสภาฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง 2 ก.พ.ตามมาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญ และตามมาตรา 8 ของรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง

ดังนั้นข้อเสนอ กกต.จะจัดการเลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทั่วไปในเขตที่ไม่สามารถลงคะแนนได้ในวันที่ 20 และ 27 เม.ย.นั้น ถือเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 127 โดยชัดแจ้ง และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นใหม่เพื่อดำเนินการเลือกตั้งในเขตดังกล่าว

แต่ขอบอก…ยี่ห้อ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ไม่สะดุ้งกับคำขู่เช่นนั้น เพราะล่าสุดก็ออกโต้ ว่าปัญหาที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้เพราะมีข้อจำกัดด้านการทำงาน ไม่ได้เกิดจาก กกต. ที่ผ่านมา กกต. ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการใช้กลไกต่างๆ จัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ

แต่ปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง การคัดค้านรัฐบาล รวมถึงการคัดค้าน ขัดขว้างการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ

กล่าวสั้นๆคือ ความขัดแย้งทางการเมือง คือ ปัญหาการจัดเลือกตั้ง ว่างั้นเถอะ

เมื่อทางออกกลายเป็นทางตัน วันเลือกตั้งใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่มีปัญหาก็ไม่ชัด

แม้กองทัพจะย้ำแล้วแล้วย้ำอีกว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง แต่ กำนันเทพ กลับแย้งว่า การเมืองแก้ด้วยการเมืองไม่ได้แล้ว เพราะขณะนี้สถานการณ์ไม่ปกติ จึงต้องใช้วิธีพิเศษเข้าแทรก

วิธีพิเศษ ที่ว่าจะมาก่อน วันเลือกตั้ง 8 จังหวังภาคใต้ หรือไม่ ก็สุดจะคาดเดา

แต่เท่าที่รู้วิกฤตการเมืองครั้งนี้ น่าจะยาวไปถึง เมษา ถึงจะปิดบัญชี หนะโยม…

 “แมนเมือง”

CNN ตีแผ่คลิประเบิดผ่านฟ้า ตร.พลาดทำร้ายพวกเดียวกัน

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ในวันนี้ (21 ก.พ.) โดยสื่อยักษ์สหรัฐฯ เผยคลิปรายงานข่าว ปรากฏภาพอย่างชัดเจน เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามของไทย ระดมขว้างระเบิดต่อเนื่อง ระหว่างสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยประชาชนสื่อสังคมออนไลน์ ต่างพยายามชี้เป็นหลักฐานสำคัญ เพื่อนำไปพิสูจน์หลักฐานที่พบเห็นในคลิปดังกล่าวว่า ระเบิดลูกกลมอาจเป็นการขว้างพลาดของเจ้าหน้าที่แนวหลัง และกระเด้งกลับมาทำร้ายพวกเดียวกันเองหรือไม่

1.2.3

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็น อ้างว่า จากการสังเกตวัตถุในคลิปนั้น ไม่ใช่ M79 อย่างแน่นอน พร้อมชี้ มีโอกาสสูงที่ใช้ระเบิดมือแล้วพลาดเองอย่างที่กล่าวมาในข้างต้น

ทั้งนี้ สื่อซีเอ็นเอ็น รายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงในการเข้าขอคืนพื้นที่ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.นั้น มีอยู่ช่วงเหตุการณ์หนึ่งระหว่างเกิดเหตุระเบิดขึ้น ณ สะพานผ่านฟ้า บริเวณแนวโล่ของกองกำลังตำรวจปราบปรามบริเวณแถวหน้า

จากคลิปจะเห็นได้ชัดเจนว่า มีลูกระเบิดที่กระเด้งเข้ามาอย่างไร้ที่มาชัดเจน ทำให้นายตำรวจนายหนึ่งแสดงความกล้าหาญ พยายามใช้เท้าเตะระเบิด เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยกัน ทราบภายหลังว่าเป็น ด.ต.ธีระเดช เล็กภู่ อายุ 44 ปี ซึ่งขณะนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณท่อนล่างของร่างกาย และอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวหญิงของซีเอ็นเอ็น ไซมา โมซิน (Saima Mohsin) ยังคงติดตามกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีช่างภาพและโปรดิวเซอร์ของซีเอ็นเอ็น โดยอยู่ใกล้แนวหน้าของตำรวจที่บุกเข้าสลายการชุมนุมอย่างมาก ก่อนจะมีการโจมตีด้วยระเบิด พร้อมยืนยันกับหลักฐานในภาพว่า กลุ่มตำรวจต่างล้มระเนระนาดต่อหน้าพวกเขา โดยทั้งสองฝ่ายมีการยิงกระสุนจริงตอบโต้กัน