ราคามะนาวพุ่ง 5-6 บาทต่อลูก เหตุอากาศร้อน

พาณิชย์ รายงานราคามะนาวพุ่ง 5-6 บาทต่อลูกในบางพื้นที่  กระทบราคาอาหารที่ใช้มะนาวผสม ด้านกรมการค้าภายใน จับตาพ่อค้า แม่ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง พร้อมศุลกากร ป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้า 3 ชนิด

Lime258

กระทรวงพาณิชย์ รายงานราคามะนาว มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเพราะเข้าสู่หน้าร้อน และขาดน้ำ ทำให้ออกลูกได้น้อย หรือมีปริมาณน้ำในมะนาวน้อย ทำให้ราคาขายปลีกบางพื้นที่ อยู่ในระดับ 5-6 บาทต่อลูก และราคาอาจปรับเพิ่มอีก ซึ่งจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสภาพอากาศที่แห้งแล้ง และความต้องการบริโภคมะนาวของตลาดในประเทศ

หากเทียบกับปีก่อนๆ ที่บางช่วงราคาไปอยู่ในระดับกว่า 10 บาทต่อลูกหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถประเมินได้“แต่หากจะดูในภาพรวมราคาเฉลี่ยยังอยู่ในระดับ 4-4.50 บาทต่อลูก ซึ่งจะสูงในบางพื้นที่

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปีนี้ราคามะนาวจะเพิ่มขึ้น 0.50 – 1 บาทต่อลูกแล้ว ดังนั้นจึงมาความเป็นห่วงว่าราคามะนาวที่แพงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อราคาอาหารอื่นที่ใช้มะนาวเป็นส่วนประกอบ เช่น ต้มยำกุ้ง ยำต่างๆ ส้มต้ม หรือชามะนาว ว่าแม่ค้า พ่อค้าบางรายอาจฉวยโอกาสปรับราคาขึ้นหรือไม่ ซึ่งกรมการค้าภายในอยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิด

นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่า การดูแลภาวะราคาสินค้ารับหน้าร้อนขณะนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมฯ ติดตามสถานการณ์ และผลกระทบต่อสินค้าเกษตรจากภัยแล้ง ซึ่งหลายพื้นที่ ได้ส่งสัญญาณแล้วว่า กำลังเจอขาดแคลนน้ำ และภัยแล้ง โดยเชื่อว่าสินค้าเกษตรหน้าแล้งนี้ จะเกิดความเสียหาย จนมีปริมาณผลิตลดลง และราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะมะนาว ผักสด และผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่ง พบว่า ราคาผลมะนาว เริ่มขยับสูงขึ้น

ทั้งนี้อยากเตือนให้ผู้ประกอบการ จัดเตรียมโดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ผลิตล่วงหน้าเพื่อรองรับภัยแล้ง เช่น น้ำมะนาวบรรจุขวด และ มะนาวผง เป็นต้นนอกจากนี้ ได้ติดตามสถานการณ์ผลผลิตหอมใหญ่ หอมแดง และกระเทียม ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากสุดในช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย. และได้ส่งหนังสือถึงกรมศุลกากร เข้มงวดและป้องกันการทะลักของสินค้าลักลอบนำเข้า 3 ชนิด โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าจากจีน เพราะหากปล่อยการลักลอบนำเข้าเพิ่มอาจกระทบต่อปริมาณล้นตลาดและราคาตกต่ำ

MThai News

คลิปทนุศักดิ์ ปรี๊ดแตก หลังปชช.แห่ถอนเงินออมสิน

วันนี้(17 ก.พ.) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เผยระหว่างที่รัฐบาลแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวให้แก่ชาวนา

1.1.1.1---Copy---Copy

โดยนายทนุศักดิ์ ได้กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนจำนวนมากแห่ไปถอนเงินออกจากธนาคารออมสินหลังจากที่ปล่อยกู้เงินแบบอินเตอร์แบงค์ให้กับธกส. ซึ่งนายทนุศักดิ์ เผยว่า

“แบงค์ไหนก็แล้วแต่ที่ปล่อยให้ชาวนาได้เงิน ไม่ใช่ไปถอนมันต้องไปฝาก มันกลับกันหมดละครับมนุษย์วันนี้ คนไทย แล้วมันจะอยู่กันยังไง ” หลังจากที่นายทนุศักดิ์กล่าวจบก็ได้มีการลุกออกจากโต๊ะแถลงข่าวออกไปด้วยท่าทีไม่พอใจ

ไม่รอด! รวบสาวแสบลวงขายไอโฟนผ่านเฟสบุ๊ก Mo May

ตำรวจ ภาค 5 จับกุม สาววัย 18 หลอกขายโทรศัพท์มือถือราคาถูกผ่านเฟสบุ๊ก หลังได้รับเงินกลับส่งสินค้าอื่นอาทิ ข้าวซอยตัด ครีมนวดผม แก้วน้ำ ให้แทน

13

วันนี้ (17 ก.พ.57) ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค  5 แถลงข่าวผลการจับกุมตัวสาวแสบหลอกขายโทรศัพท์มือถือทางอินเตอร์เน็ต แล้วส่งสินค้าอื่นให้กับลูกค้า

โดยจับกุมตัวน.ส.เสาวลักษณ์ คำคุณ อายุ  18 ปี ชาวอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตามหมายศาลของหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.53/2557 โดยกล่าวหาว่า นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซื้อข้อมูลคอมพิวเตอร์ ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ประชาชน และฉ้อโกง ซึ่งจับกุมตัวได้่ที่ร้านโดนัท อินเตอร์เน็ต ถนนบ้านท่อ-ป่าตัน ต.ป่าตัน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

สำหรับพฤติการณ์ของ น.ส.เสาวลักษณ์ เมื่อประมาณเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายหายรายเจ้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกลวงผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านโปรแกรมเฟสบุ๊กใช้ชื่อ Mo May ว่า มีโทรศัพท์ไอโฟนขายในราคาถูก โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินค่าโทรศัพท์ให้ก่อนครึ่งหนึ่งของราคาซื้อ

จากนั้นคนร้ายได้บรรจุสินค้าอื่นใส่กล่องพัสดุไปรษณีย์ส่งไปให้ผู้เสียหายทางไปรษณีย์ แล้วถ่ายรูปสลิปใบเสร็จยืนยันการส่งของทางไปรษณีย์ให้ผู้เสียหายดูผ่านระบบเฟสบุ๊ก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าผู้ต้องหาส่งโทรศัพท์มาให้แล้ว ผู้เสียหายจึงโอนเงินค่าสินค้าที่เหลือไปให้กับผู้ต้องหา จนเมื่อได้รับพัสดุไปรษณีย์ จึงทราบความจริงว่า สินค้าที่คนร้ายส่งมานั้นไม่ใช่โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟนที่สั่งไป แต่กลายเป็นสินค้าอื่นเช่น ข้าวซอยตัด ครีมนวดผม แก้วน้ำ จากนั้นผู้ต้องหาก็จะทำการบล็อกการติดต่อทางเฟสบุ๊กของผู้เสียหายรายนั้น เพื่อไม่ให้ติดต่อได้อีก

เมื่อผู้เสียหายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพบบัญชีธนาคารที่คนร้ายนำมาใช้หลวงลวงผู้เสียหายนั้น คนร้ายได้เปิดบัญชีโดยการเอาบัตรประชาชนของบุคคลอื่นไปแอบเปิดบัญชีธนาคารเพื่อปกปิดชื่อของตัวเองในการหลอกลวงผู้เสียหาย แต่จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารสามารถบันทึกภาพผู้ต้องหาไว้ได้ ขณะเข้ามาเปิดบัญชีธนาคาร ทำให้ทราบว่าคนร้ายคือน.ส.เสาวลักษณ์ หรือครีม คำคุณ

อย่างไรก็ตามจากการตรวสอบมีผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากน.ส.เสาวลักษณ์กว่า 30 ราย และเงินที่ได้จากการหลอกเหยื่อก็จะนำมาเที่ยวกับเพื่อนๆ ซึ่งใช้จ่ายเงินวันละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท

ข้อมูลจาก springnews online

MThai news