สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ระบุไทยยังคงครองแชมป์ท้องก่อนแต่งอันดับ 1 ของเอเชีย อันดับ 2 ของโลกต่อเนื่อง วอนทุกฝ่ายเปิดใจกระตุ้นให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย

นางวารุณี ตั้งศิริ ผู้จัดการสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย หรือ คลินิก สวท.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้มีการสำรวจร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักอนามัยเจริญพันธุ์ กรมอนามัย พบว่าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันประเทศไทย มีกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 10-19 ปี มีอัตราการคลอดบุตรหรือท้องไม่พร้อมมากถึงปีละกว่า 130,000 คน ซึ่งจำนวนดังกล่าวนี้ถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดติดอันดับที่ 1 ของเอเชีย และอันดับ 2 ของโลกอย่างต่อเนื่อง
เฉพาะในปี 2556 พบว่ามีเด็กผู้หญิงขอรับการคลอดบุตรตามโรงพยาบาลต่างๆทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนในอัตราส่วนที่สูงถึง 54 คนต่อ 1 แสนประชากรหรือเฉลี่ยอัตราการก่อนคลอดบุตรด้วยเหตุดังกล่าวมากถึงวันละ 365 ราย ในจำนวนนี้กลุ่มเด็กผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 15 ปี มีอัตราการคลอดบุตรในปีที่ผ่านมาถึง 3,725 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและไม่มีการป้องกัน แม้จะรับประทานยาคุมกำเนิดก็ตาม
นางวารุณี กล่าวต่ออีกว่า แม้การณรงค์การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้ถุงยางอนามัยและการรู้จักวิธีป้องกันในด้านต่างๆ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องแต่เด็กและเยาวชนรวมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่ยังคงไม่ปฎิบัติตามหรือให้ความร่วมมือในการป้องกันดังกล่าว
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งจังในการที่จะช่วยกันป้องกันและป้องปรามและการเตรียมความพร้อมก่อนการมีเพศสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ และที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจและให้เด็กและเยาวชนรวมไปถึงทุกเพศทุกวัยมีความกล้าที่จะพกถุงยางอนามัยติดตัวไปด้วยเพื่อความไม่ประมาทและความไม่พร้อมจนเกิดปัญหาในด้านต่างๆตามมาอีกมากมาย
ข้อมูลจาก สปริงนิวส์

พ.ต.ต. ยุทธนา เเพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ล่าสุด พนักงานสอบสวนดีเอสไอ มีการแจ้งข้อกล่าวหาฐานร่วมกันเป็นกบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 กับ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ 1 ในแกนนำ กปปส. ที่ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญา แล้ว และในเวลาประมาณ 10.00 น. จะควบคุมตัว นายสนธิญาณ มาจากกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มาขออำนาจศาลอาญา รัชดา ฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 – 26 ก.พ. ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ 