คู่รักแห่จดทะเบียนสมรส เนื่องในวันวาเลนไทน์ สำนักงานเขตบางรักครองแชมป์คนใช้บริการมากที่สุด
นาง สาวนภาภรณ์ สวัสดิมงคล ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขต จำนวน 15 เขต เปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคู่รักทั้งในและนอกสถานที่ ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจจากคู่รักมาขอรับบริการจดทะเบียนสมรส และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ทางสำนักงานเขตจัดขึ้น จำนวนทั้งสิ้น 2,235 คู่ โดยเขตที่คู่รักให้ความสนใจมาขอใช้บริการมากที่สุดยังคงเป็นสำนักงานเขตบางรัก มีจำนวนคู่รักมาจดทะเบียนสมรส จำนวน 970 คู่ รองลงมา ได้แก่ สำนักงานเขตหลักสี่ 252 คู่ และสำนักงานเขตภาษีเจริญ 222 คู่ สำหรับเขตอื่นๆ ก็ได้รับความสนใจจากคู่รักตามลำดับ ดังนี้ จตุจักร 205 คู่ บางแค 179 คู่ ห้วยขวาง 127 คู่ บางกอกน้อย 85 คู่ สัมพันธวงศ์ 70 คู่ ป้อมปราบฯ 47 คู่ ดอนเมือง 26 คู่ ธนบุรี 25 คู่ พญาไท 19 คู่ บางกอกใหญ่ 5 คู่ บางคอแหลม 2 คู่ และสำนักงานเขตลาดกระบัง 1 คู่
Monthly Archives: February 2014
ม็อบแจ้งวัฒนะเข้มสกัดขอคืนพื้นที่-คปท.จ่อยกระดับ
ผู้ชุมนุม กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ รวมตัวหน้า ร.พ.มงกุฎวัฒนะ เพื่อตั้งรับตำรวจ หวั่นขอพื้นที่คืนวันนี้ ขณะที่ ผกก.ทุ่งสองห้อง ลั่น รอคำสั่งปฏิบัติการ ด้าน ”อุทัย” ยัน ตำรวจขอคืนพื้นที่แยกมิสกวัน ไม่ใช่ของ คปท. ขณะเตรียมยกระดับม็อบ ปัดท้าทาย ศรส.
บรรยากาศการชุมนุม ของกลุ่ม กปปส.ภาค 7+2 ที่แจ้งวัฒนะ ในช่วงเช้าวันนี้ กลุ่มมวลชนบางส่วนยังคงพักผ่อนตามอัธยาศัย และรับประทานอาหารเช้า ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนนั้น ได้มานั่งตั้งแถวรวมตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เพื่อป้องกันและเตรียมตั้งรับ ในส่วนของการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 เตรียมขอพื้นที่คืนในวันนี้ ขณะที่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่การชุมนุม เป็นไปอย่างเข้มงวด และไม่อนุญาตให้รถผ่านด้านหลังบริเวณศูนย์ราชการแล้ว เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่แฝงตัวในการสลายการชุมนุม
ผกก.ทุ่งสองห้องรอคำสั่งปฏิบัติการขอคืนพื้นที่
พ.ต.อ.อธิป พงษ์ศิวาไพร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีที่มีกระแสข่าวว่า ทางเจ้า หน้าที่ตำรวจจะเข้าขอคืนพื้นที่ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ อีกครั้งในวันนี้ หลังจากที่เมื่อวานที่ผ่านมา (14 ก.พ. 57) ได้ส่งชุดเจรจาพูดคุยกับ หลวงปู่พุทธะอิสระ แต่ได้รับการปฏิเสธกลับมาว่า วันนี้ คาดว่า น่าจะมีปฏิบัติการขอคืนพื้นที่เกิดขึ้น แต่ในส่วนของรูปแบบการปฏิบัติการนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้และจะต้องรอความชัดเจนรวมทั้งคำสั่งจากผู้บังคับ บัญชาอีกครั้ง
ส่วนด้านบรรยากาศในพื้นที่ขณะนี้ยังปกติ ผู้ชุมนุมปักหลักรวมตัวเพื่อตั้งรับ เนื่องจากเกรงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุม และยังพบว่าในพื้นที่ขณะนี้มีฝนตกอีกด้วย
คปท.จ่อยกระดับม็อบปัดท้าทายศรส.
นาย อุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท. เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีการขอคืนพื้นที่ของ ศรส. เมื่อวานนี้ว่า พื้นที่ตั้งแต่ถนนราชดำเนิน จากแยกมิสกวัน-แยกมัฆวานฯ บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาลนั้น ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ของ คปท. เพราะพื้นที่ของ คปท.อยู่ที่ประตู 1-4 หากมีการขอคืน ทางมวลชนก็จะไม่ยอมทันที เพราะกลุ่มชุมนุมเป็นไปตามระบอบของรัฐธรรมนูญ
ส่วนทางกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ช่วงตำรวจมาขอคืน นั้น เป็นเพราะต้องการเดินขบวนบอกรักประเทศ ตามภารกิจที่ได้ตกลงกันไว้ โดยไม่ได้เกรงกลัวตำรวจแต่อย่างใด ส่วนวันนี้ จะเคลื่อนมวลชนหรือไม่ ขอหารือกันก่อน ทั้งนี้ ยังปฏิเสธว่าไม่ใช่ทางกลุ่มไม่ยอมเจรจาหรือไม่ยอมคืนพื้นที่ แต่เป็นเพราะขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลตัวจริง คปท.จึงต้องปักหลักเพราะพื้นที่ดังกล่าวเปรียบเสมือนบ้าน ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่า สร้างแนวบังเกอร์นั้น เป็นเพราะต้องการป้องกันการถูกลอบทำร้าย ซึ่งต่อจากนี้จะมีการยกระดับการชุมนุมที่เข้มข้นมากขึ้น ส่วนจะเป็นรูปแบบใด ขอชี้แจงภายหลัง และยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการท้าทาย ศรส.แต่อย่างใด
แกนนำเวที กปปส.สีลม เข้าประชุมช่วงเช้า
บรรยากาศ การชุมนุมของ กลุ่ม กปปส. ที่เวทีสีลม ช่วงเช้า แกนนำหลัก อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย นายถาวร เสนเนียม และแกนนำคนอื่น ๆ ได้เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยในพื้นที่การชุมนุม ก่อนเข้าประชุมรอบเช้า ภายในตู้คอนเทนเนอร์ หลังเวที โดยมีการ์ด กปปส. คอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน มวลชนเริ่มทยอยปฏิบัติภารกิจส่วนตัว รับประทานอาหารและจับจองพื้นที่หน้าเวที ติดตามรับฟังข่าวสารจากสถานีโทรทัศน์ แสดงความเห็นทางการเมือง และทำภารกิจส่วนตัว
ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. จะเดินทางมาพบปะและขึ้นปราศรัยบนเวที ในเวลา 12.00 น. ตามปกติ
กปปส.ราชประสงค์ รายงานข่าวให้มวลชนฟัง
บรรยากาศ การชุมนุมของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ที่เวทีราชประสงค์ ขณะนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยตื่นจากการพักผ่อนเพื่อทำภารกิจส่วนตัว ขณะที่บางส่วนอยู่ระหว่างรับประทานอาหารเช้า ซึ่งทางแกนนำได้จัดเตรียมแจกจ่ายไว้เป็นจำนวนมาก
โดยกิจกรรมบนเวที ขณะนี้ แกนนำได้มีการรายงานข่าวสถานการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ ให้กับประชาชนได้รับทราบ ขณะเดียวกันมีการเปิดเพลงปลุกใจสร้างความครึกครื้นด้วย ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วนยังได้ช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่การชุมนุม หลังจากที่ฝนตกลงมาในพื้นที่เมื่อช่วงเช้ามืด อย่างไรก็ตาม การรักษาความปลอดภัยที่เวทีแห่งนี้ ยังเป็นไปโดยปกติ และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาการชุมนุมก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ก่อกวนแต่อย่างใด
มวลชนกปปส.เวทีอโศกหารือเหตุศรส.คืนพื้นที่
บรรยากาศ การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่แยกอโศก ล่าสุดเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาผู้ชุมนุมได้ตื่นปฏิบัติภาคกิจส่วนตัวในตอนเช้า และรับประทานอาหารเช้า โดยภายหลังจากรับประทานอาหารแล้วเสร็จ ได้มีการพักผ่อนตามอัธยาศัย บางส่วนได้มีการจับกลุ่มหารือกันถึงสถานการณ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอยึดพื้นที่เวทีแจ้งวัฒนะและบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวานที่ผ่านมา ขณะที่บริเวณพื้นที่การชุมนุมในเช้าวันนี้ ก็ยังคงมีบรรยากาศของการจัดงานบอกรักประเทศไทยบอกเลิกระบอบทักษิณอยู่ ด้านเวทีปราศรัยเองยังไม่มีการดำเนินกิจกรรมการแจ้งข่าวสาร หรือการปราศรัยแต่อย่างใด ยังคงมีเพียงการเชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดสดรายการของทางช่องบลูสกาย ให้ผู้ชุมนุมได้รับชม ส่วนสภาพการจราจรบนถนนสุขุมวิทและถนนรัชดาภิเษก ทั้งขาเข้าและขาออกถือว่าถนนโล่ง รถสามารถเคลื่อนตัวได้ดี นอกจากนี้ ด้านสภาพอากาศในเช้านี้ได้มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ทำให้ผู้ชุมนุมยังคงหลบอยู่ภายในเต็นท์ที่พัก ด้านร้านค้าบางส่วนก็ยังไม่เปิดให้บริการ
จำนำข้าว ทำไมชาวนาถึงยังไม่ได้เงิน ? Mthaiข่าวภาคซ่าส์
โครงการ รับจำนำข้าว เป็นนโยบายหาเสียงของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามในการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 ด้วยการประกาศ “รับซื้อข้าวทุกเม็ด” ในราคาสูงกว่าราคาตลาด โดยข้าวเปลือกเจ้าอยู่ที่ 15,000 บาทต่อตัน และข้าวเปลือกหอมมะลิ 20,000 บาทต่อตัน หวังโกยคะแนนเสียงจากชาวนา 5.7 ล้านครัวเรือน แต่ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ
รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าการจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาดจะเป็นตัวฉุดดึงราคาข่าวในประเทศให้สูงขึ้น เพราะมองว่าประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก แต่ผลลัพธ์ทกลับตรงข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลพูด จนนำไปสู่หายนะ เพราะการบิดเบือนราคามากเกินไป ทำให้ต้นทุนข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่ง ผู้นำเข้าต่างหนีไปซื้อข้าวจากเวียดนาม กัมพูชา และอินเดียที่มีราคาต่ำกว่า
สุดท้าย ข้าวไทยขายได้น้อยลงมาก รัฐบาลต้องเก็บสต็อคเอาไว้นานเป็นปี จนข้าวเน่า ข้าวเสีย ข้าวเสื่อมคุณภาพ และต้องระบายราคาต่ำ เมื่อรัฐบาลอยู่ในสภาพหลังพิงฝา ไม่สามารถระบายข้าวออกไปต่างประเทศ จึงมีการมั่วตัวเลขการขายข้าวจีทูจี โดยคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) อ้างว่า กระทรวงพาณิชย์จัดทำสัญญาขายข้าวแบบจีทูจีแล้ว 7,320,000 ล้านตันกับอินโดนีเซีย จีน และโกตติวัวร์ โดยในเดือน ม.ค.-ก.ย. 2555 มีการส่งมอบแล้ว 1,460,000 ล้านตัน แต่ตัวเลขกรมศุลกากร ปรากฏว่ามีใบขนส่งข้าวออกไปจริงเพียง 649,000 ตัน และรัฐบาลจีนออกมายืนยันว่ายังไม่เคยตกลงซื้อข้าวจากไทย

ข้อเท็จจริงคือ ปริมาณข้าวในสต็อกรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา เพราะตั้งราคาขายสูงกว่าตลาด ข้าวไม่มีคุณภาพ ในขณะที่ชาวนาเร่งปลูก เร่งเก็บเกี่ยวเพื่อเข้าโครงการ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเคยครองแชมป์ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก แต่ตอนนี้กลับตกอันดับไปเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายเมื่อข้าวขายไม่ออกก็ไม่มีเงินมาจ่ายชาวนา รวมถึงมีตัวเลขการขาดทุนและการทุจริตในโครงการอย่างมหาศาลตามมาภายหลัง เช่น เมื่อชาวนานำข้าวไปเข้าโครงการจำนำกับโรงสี จะถูกกดราคาโดยอ้างปัญหาสารพัด ทั้งความชื้นและสิ่งเจือปนที่สูง เพื่อกดราคารับซื้อจริงเหลือ 9,000-11,000 บาทต่อตัน ชาวนาบางคนถูกโกงโดยคิดค่าความชื้นสูงถึง 35% ก็มีโรงสีได้ข้าวไปแล้ว จะร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐโกงใบตาชั่ง ไปจนถึงออกใบประทวน ใส่ราคาและน้ำหนักที่สูงเกินความจริง เพื่อรับเงิน “ส่วนต่าง” ฟันกำไรเข้ากระเป๋า โรงสีบางแห่งเป็นเครือข่ายนักการเมือง และอีกหลากหลายกลวิธีที่อาศัยช่องว่างของโครงการจำนำข้าว ส่งผลให้โครงการจำนำข้าวของรัฐบาลพังยับเยิน
จากการรายงานผลการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรของรัฐบาล โดยคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเลือกตามนโยบายรัฐบาล โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี การผลิต 2555/56 (ครั้งที่ 1 ) พบว่า สิ้นสุด วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 มีผลขาดทุนจำนวน 332,372.32 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสูงกว่ายอดการปิดบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2556 (ซึ่งมีผลขาดทุนจำนวน 220,968.78 ล้านบาท) จำนวนมากถึง 111,403.54 ล้านบาท ชี้ให้เห็นแนวโน้มผลการขาดทุนสูงขึ้น
ทั้งนี้รัฐบาลพยายามหาแหล่งเงินทุนเพื่อกู้เงินมาจ่ายให้ชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินอีกราว 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งธนาคารพาณิชย์ประกาศไม่ให้กู้เงิน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ อ้างว่าที่ไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้เป็นผลกระทบมาจากผู้ชุมนุมทางการเมืองและการยุบสภา ด้านฝ่ายรัฐบาลต่างออกมาบอกว่าที่ธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้เพราะกลุ่มม็อบไปขู่ไว้ ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่า รัฐบาลจะหาเงินมาจากไหนเพื่อจ่ายคืนแก่ชาวนา
Mthai ข่าวภาคซ่าส์ สุดยอด5 อันดับข่าวภาคซ่าส์ปี2013
เวทีประกวดร้องเพลงในไทย มากเกินไปหรือเปล่า? (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)
ชุดร.ด.พันธุ์ใหม่ สากลหรือไร้ระเบียบ Mthaiข่าวภาคซ่าส์
เอะอะก็ ‘นะครัช’ เขียนเอาฮาหรือภาษาวิบัติ (Mthai ข่าวภาคซ่าส์)
ชีวิตจริงยิ่งกว่าลำยอง Mthai ข่าวภาคซ่าส์
![]()
