ศาลยกคำร้อง ยุบพรรค ปชป.หนุน กปปส.ไม่ผิด ม.68

“โตโยต้า”เรียกคืนรุ่นพรีอุส 1.9 ล้านคัน จากทั่วโลกหลังพบความผิดปกติของโปรแกรมควบคุม  ชี้แจงพร้อมลงซอฟแวร์ใหม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แม้ยังไม่เกิดปัญหาในไทย

1Prius

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ชี้แจงกรณีการเรียกคืนรถยนต์ของโตโยต้า รุ่นพรีอุส จำนวน 1.9 ล้านคันทั่วโลกที่ประกาศโดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อมาลงโปรแกรมชุดควบคุมกำลังไฟฟ้า (Inverter) และหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์การจัดการกำลัง (Power Management Control ECU) รุ่นใหม่ หลังตรวจพบความผิดปกติของโปรแกรมควบคุมที่ใช้อยู่ เป็นการแสดงถึงความเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ แม้ปัญหาดังกล่าวจะยังไม่เกิดขึ้นกับลูกค้าในประเทศไทย

“กรณีที่มีการเรียกรถกลับมาเพื่อลงโปรแกรมชุดควบคุมกำลังไฟฟ้า (Inverter) และหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์การจัดการกำลัง (Power Management Control ECU) รุ่นใหม่นั้น จากการตรวจสอบ พบว่ามีรถยนต์โตโยต้า พริอุส ที่ผลิตในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 จำนวนประมาณ 18,000 คัน เป็นรถยนต์ที่ต้องเข้ารับการลงโปรแกรมรุ่นใหม่

โดยบริษัทฯจะได้ทำการส่งจดหมายเรียนเชิญลูกค้าที่อยู่ในข่าย เพื่อให้ลูกค้านำรถยนต์รุ่นดังกล่าวมาเข้ารับการตรวจสอบแก้ไขที่ศูนย์บริการของผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า คำว่า Recall นั้นหมายถึงการแจ้งลูกค้าให้นำรถยนต์เข้ามาตรวจสอบ แก้ไข ที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ อันเป็นมาตรฐานของบริษัทโตโยต้าในการเอาใจใส่ และรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้รถยนต์ ดังนั้น คำว่า Recall มิได้หมายถึงการเรียกรถคืนแต่อย่างใด” นายวุฒิกรกล่าว

Mthai News

ปราโมทย์ ส่งจม.ถึง ปธ.องคมนตรี ขอพระราชอำนาจพิเศษ แก้ปัญหาประเทศ

วันนี้(12 ก.พ.) ในสังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพจดหมายของนายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ ถึงประธานองคมนตรี  ขอพระราชอำนาจพิเศษ พระบรมราชโองการประกาสงดใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  แก้ปัญหาประเทศ ซึ่งยังไม่ปรากฎรายละเอียดที่ชัดเจนของที่มาจดหมายฉบับนี้ โดยมีข้อความว่า

ด่วนที่สุด

11 ธันวาคม 2556

กราบเรียน ฯพณฯท่านประธานองคมนตรี

กระผมใคร่กราบเรียนว่า วิกฤติและความขัดแย้งนี้ใหญ่หลวงยิ่งนัก ไม่มีทางสงบง่ายๆแม้ว่าจะมีการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งก็จะยิ่งลุกลามยิ่งขึ้น เพราะบัดนี้ประชาชนทุกอาชีพได้ตื่นรู้แล้วว่าการเลือกตั้งที่เสรีและบริสุทธิ์ยุติธรรมไม่มีทางเป็นไปได้ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญและเลือกตั้งฉบับปัจจุบัน และภายใต้กลุ่มการเมืองที่สักแต่มีชื่อว่าพรรค ที่มีอยู่ในขณะนี้

หนทางและวิธีการที่จะระงับความขัดแย้งและเดินหน้าไปสู่การปฎิรูปทางหนึ่ง อาจจะได้แก่การนำใช้หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้องและควบคุมกระบวนการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมิให้บานปลายไปในทางที่ผิด
ด้วยคำขอร้องของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กระผมได้เสนอให้ใช้พระราชอำนาจพิเศษ หรือ Royal Prerogetive ที่สอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญสากลและนิติราชประเพณี นั่นก็คือการมีพระบรมราชโองการประกาสงดใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เฉพาะบางมาตราที่เป็นอุปสรรคต่อการขจัดความขัดแย้งและปฎิรูป

กระผมได้ปรึกษาท่านผู้รู้ทางกฎหมายหลายท่าน รวมทั้งผู้นำเหล่าทัพบางท่าน ก็ได้นำไปหารือองคมนตรีที่เป็นอดีตประธานศาลฎีกา มีความเห็นว่าน่าจะเป็นวิธีการที่ทำได้ ไม่มีปัญหาเพราะพระเจ้าอยู่หัวเคยดำรัสว่า “ถ้าจะให้ทำก็ไม่กลัวแต่ต้องให้ศาลบอก” และวิธีการดังกล่าวนี้ศาลก็ทราบดีว่าเป็นพระราชอำนาจที่ถูกต้องตามหลักextra-constitution ไม่ขัดกับหลัก “The King Can Do No Wrong” และคติว่า”เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”แต่อย่างใดกลับทั้งจะเป็นการระงับ “ภัยพิบัติอันขัดแย้งในปัจจุบัน clear and present danger” ซึ่งองค์รัฎฐาธิปปัตย์จะต้องทรง “จัดการ”เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม

อนึ่งกระบวนการนำพระราชโองการดังกล่าวนี้มาประกาศ ก็ไม่จำเป็นต้องรบกวนเบื้องยุคลบาทให้มาพระราชทานด้วยพระหัตถ์หรือทรงอ่านด้วยพระองค์เองแต่อย่างใด เนื่องจากมีครรลองปฎิบัติที่ถูกต้องอยุ่แล้ว ส่วนการลงนามสนองพระบรมราชโองการเป็นคณะ ก็เคยกระทำมาก่อนแล้วในสมัย พระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1เมษา2476 ดังสำเนาที่กระผมแนบมานี้

จึงขอเรียนมาได้โปรดพิจารณาขอให้ราชเลขาธิการนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อให้ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทันท่วงทีก่อนที่จะมีการปะทะกันเสียเลือดเสียเนื้อเป็นประวัติการณ์ในเร็ววันนี้ด้วย
ควรมิควรประการใดแล้วแต่จะโปรด

(ลายเซ็น)
นายปราโมทย์ นาครทรรพ

MThai News

1909300_208032812738178_1466935868_o

ภัยแล้งซ้ำซาก ซ้ำเติมชาวนา 9จังหวัด 33 อำเภอ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานปีนี้เกิดภัยแล้งแล้ว 9 จังหวัด 33 อำเภอ ยกเว้นอีสานตอนล่าง น้ำในเขื่อนจ.นครราชสีมา 5 แห่ง ยังเอาอยู่

lumtaklong
ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์ภัยแล้ง มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน และได้ประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งแล้ว 9 จังหวัด 33 อำเภอ ประกอบด้วยภาคเหนือ 2 จังหวัด คือ อุตรดิตถ์ และสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด คือ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น และศรีสะเกษ ภาคกลาง 1 จังหวัด คือ สิงห์บุรี และภาคตะวันออก 2 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี

ขณะที่สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาตรน้ำในอ่างทั้งหมด 47,388 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 67% มากกว่าปี 2556 จำนวน 2,732 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งการบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ถึงปัจจุบัน ปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสม 4,978 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปริมาณน้ำระบายสะสมอยู่ที่ 9,302 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณ 5,228 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 54.98 มีน้ำพร้อมใช้งานได้เพียง 2,378 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ35.71% ระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าเฉลี่ยวันละ 2-4 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

นายชิดชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่รับผิดชอบอีสานตอนล่าง สถานการณ์น้ำในปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี เรามีน้ำกักเก็บไว้ตามเขื่อนใหญ่ของ จ.นครราชสีมา 5 แห่ง คือ เขื่อนลำตะคอง, เขื่อนลำพระเพลิง, เขื่อนลำมูลบน, เขื่อนลำแชะ และเขื่อนลำปลายมาศ แต่ก็ต้องช่วยกันประหยัด เพราะหากเกิดภัยแล้งยาวนาน อาจทำให้เกิดปัญหาได้โดยเฉพาะ จ.นครราชสีมา และชัยภูมิว่า

สถานการณ์ภัยแล้งเรื่องปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับในเขตชลประทานในภาคอีสานตอนล่าง 4 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ยืนยันได้ว่าไม่มีปัญหา ส่วนนอกเขตชลประทานหลายล้านไร่ เราไม่ได้บริหารจัดการน้ำเพียงคนเดียว ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องการส่งน้ำไปยังพื้นที่ปลายน้ำ

นายชิดชนก กล่าวว่า ขณะนี้เรากำลังจะมีการประชุมการช่วยเหลือในพื้นที่ อ.พิมาย ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ ซึ่งคงจะต้องมีการบริหารจัดการน้ำ โดยอาจจะต้องดูว่าจะสามารถผันน้ำจากเขื่อนไหนไปได้ โดยเขื่อนที่อยู่ต้นน้ำลำน้ำมูลคือ เขื่อนลำมูลบน ใช้ลำน้ำมูลส่ง แต่ตอนนี้ในบริเวณลำน้ำมูล มีการเปิดพื้นที่ชลประทานของเกษตรกรจำนวนมาก เราไม่สามารถห้ามได้ ซึ่งเราคงต้องมีการประชุม
วางแผนในการตั้งกติกากันกับพี่น้องเกษตรกร โดยจะรายงานให้ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมา เพื่อเร่งทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อ.พิมาย ต่อไป

นายชิดชนก กล่าวต่อว่า ส่วนที่อื่นๆ ที่ใช้การประปา ที่สูบน้ำจากลำน้ำมูล ก็ต้องมีกติกาเวลาสูบให้พร้อมกัน ซึ่งต้องวางแผนอย่างรัดกุมก่อน แล้วนำเสนอ ผวจ.นครราชสีมา ในวันที่ 13 ก.พ.57 อีกครั้ง

MThai news