วันนี้(12 ก.พ.) สำนักขาวต่างประเทศรายงานว่า ทางการสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถไขความลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่กลืนเครื่องบินและเรือเดินสมุทรหลายลำในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

โดยเหตุดังกล่าวไม่เกี่ยวกับเอเลี่ยนหรือทฤษฎีมนุษย์ต่างดาว โลกต่างมิติแต่อย่างใด แต่สามารถอธิบายได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2553 โจเซฟ โมนาแกน เคยอ้างอิงทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้ว่า บริเวณดังกล่าวแก๊สมีเทน โดยแก๊สที่อยู่ใต้ท้องทะเลในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เมื่อเรือผ่านเข้าไปจะเข้าไปสู่ฟองแก๊สมีเทนขนาดยักษ์ จนทำให้เรือเหล่านี้สูญเสียการควบคุม
ด้านหน่วยงานวิเคราะห์ชั้นบรรยากาศและท้องทะเลสหรัฐ อธิบายว่าบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ามีทัศนวิสัยที่เลวร้าย ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนเป็นพื้นที่ที่มีพายุโซนร้อน เฮอริเคนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดเหตุเครื่องบินและเรือจมทะเล และพื้นที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ไม่อันตรายต่อการบินและการเดินเรือผ่านด้วย
ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดามีเนื้อที่ประมาณ 1.14 ล้านตารางกิโลเมตร (4.4 แสนตารางไมล์) อยู่ระหว่างจุด 3 จุด ได้แก่ เปอร์โตริโก ปลายสุดของรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา และเกาะเบอร์มิวดา ซึ่งเป็นเกาะตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกและดินแดนในปกครองของสหราชอาณาจักร มีพื้นที่ครอบคลุมช่องแคบฟลอริดา หมู่เกาะบาฮามาส และหมู่เกาะแคริบเบียนทั้งหมด แต่แนวคิดที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายกว่า เนื่องจากปรากฏในงานเขียนจำนวนมาก ระบุว่า จุดปลายสุดของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ได้แก่ ชายฝั่งแอตแลนติกของไมอามี, ซานฮวน เปอร์โตริโก, และเกาะเบอร์มิวดา ด้วยเหตุว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นตามแนวชายฝั่งด้านใต้โดยรอบหมู่เกาะบาฮามาสและช่องแคบฟลอริดา
พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก โดยมีเรือผ่านพื้นที่นี้เป็นประจำทุกวันมุ่งหน้าไปยังเมืองท่าในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และหมู่เกาะแคริบเบียน เรือสำราญที่ผ่านพื้นที่นี้ก็มีมากเช่นกัน เรือเที่ยวเองก็มักจะมุ่งหน้าไปและกลับระหว่างฟลอริดากับแคริบเบียนอยู่เป็นปกติ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีการสัญจรทางอากาศอย่างหนาแน่น ทั้งอากาศยานพาณิชย์และส่วนตัว ซึ่งมุ่งหน้าไปยังฟลอริดา แคริบเบียน และทวีปอเมริกาใต้
MThai News
