จับได้แล้ว! แท็กซี่หื่นลวนลาม นศ.สาว

ตร.รวบ แท็กซี่หื่น วัยดึก ลวนลามนักศึกษาสาว ได้แล้ว ตั้งข้อหากระทำอนาจาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

03-1

จากกรณีที่มีนักศึกษาสาวร้องเรียนผ่านรายการข่าวโทรทัศน์ชื่อดัง เพื่อแฉพฤติกรรมหื่นของคนขับรถแท็กซี่สีฟ้า ทะเบียน ทพ 9610 กรุงเทพฯ ซึ่งคนขับเป็นชายสูงอายุ ได้ก่อเหตุลวนลามด้วยการเอื้อมมือมาจับขาของนักศึกษาสาว และฉวยโอกาสจับมือซ้ำตอนจ่ายค่าโดยสาร

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ติดตามจับกุมมาคนขับแท็กซี่คันดังกล่าวได้แล้ว ชื่อ นายสุกิจ เกษมดวงจิตต์ อายุ 60 ปีโ ดยผู้เสียหายได้มาชี้ตัว ยืนยันว่าแท็กซี่เป็นคนกระทำผิดจริง ตำรวจจึงสั่งดำเนินคดีข้อหากระทำอนาจาร มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งขณะนี้ได้ส่งตัวฝากขังต่อศาลแล้ว

MThai News

อึ้ง! สาวมะกัน จ้างหมอฝังทองคำขาวในดวงตา

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า หญิงสาวชาวนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ได้เข้ารับการทำศัลยกรรมฝังทองคำขาวรูปหัวใจลงในดวงตาข้างขวา โดยนายแพทย์เอมิล คายอันน์ แห่งศูนย์เลเซอร์ วิชั่น ปาร์ค อเวนิว”

13944340441394434064l

ทั้งนี้ หญิงสาวรายนี้เสียเงินจำนวนกว่า  3,000 ดอลลาร์ (ราว 96,000 บาท) ฝังจี้ทองคำขาวรูปหัวใจ ขนาด 3.5 มิลลิเมตร ลงในดวงตาข้างขวา แพทย์เผยว่าใช้การกรีดดวงตาบางๆแล้วฝังจี้ทองคำขาวลงไป จากนั้นแผลจะปิดสนิทภายใน 3 วัน

นายแพทย์เอมิล ยังระบุด้วยว่ากระบวนการฝังวุตถุลงในดวงตานั้นมีให้บริการอยู่ในยุโรปและเมืองลอส แองเจลิส โดยในยุโรปนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2004 เป็นวิธีการที่ปลอดภัย และสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ด้วยการใช้ยาปฎิชีวนะ

อย่างไรก็ตาม แพทย์บางรายได้แสดงความวิตกว่าการศัลยกรรมฝังวัตถุลงในดวงตานั้น อาจทำให้กิดการติดเชื้อที่เบ้าตา จนส่งผลต่อการมองและทำลายดวงตาขาวได้

MThai News

เปิดโผโยกย้ายนายทหาร สัญญาใจ ประยุทธ์-วลิต

เปิดโผโยกย้ายนายทหาร พล.ท.วลิต โรจนภักดี  ข้ามห้วยนั่งแม่ทัพภาคที่ 4 ขณะที่ ศุภชัย ยัน กกต.ไม่ล้วงลูกโผทหารแน่นอน

20

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหมได้ส่งโผการโยกย้ายนายทหารมาให้กกต.พิจารณาเห็นชอบ ว่า ขณะนี้ได้มีการส่งมาแล้วบางส่วน แต่โผโยกย้ายนายทหารระดับนายพลยังไม่ได้ส่งมา ซึ่งเราต้องขอดูรายละเอียดอย่างรอบคอบ และดำเนินการทำให้เสร็จโดยเร็ว

อีกทั้งการพิจารณาจะดำเนินไปตามขั้นตอนที่กฎหมายให้อำนาจไว้ แต่หากมีการร้องเรียนเข้ามาในเรื่องของการโยกย้ายไม่เป็นธรรมนั้น ก็คงต้องตรวจสอบต่อไป แต่ยืนยันว่ากกต.จะไม่ล้วงลูกโผทหารแน่นอน

รายงานแจ้งว่า โผโยกย้ายนายทหารครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะปรับตำแหน่งนายทหารยศพลโทที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือน ก.ย.ขึ้นไปอัตราพลเอก และ ปรับโครงสร้างใหม่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยจะยุบตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) (อัตราจอมพล) ไปเพิ่มเป็นรอง ผบ.สส. 4 ตำแหน่ง จากเดิมที่มีแค่ 3 ตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มรองเสนาธิการทหาร (อัตราพลเอก) อีก 1 ตำแหน่ง

สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 จะข้ามไปนั่งแม่ทัพภาคที่ 4 เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มีสัญญาใจกับ พล.ท.วลิต หลังพลาดแม่ทัพภาคที่ 1 ถึง 2 ครั้ง

ขณะที่ พล.ต.พิสิษฐ์ สิทธิสาร รองแม่ทัพภาคที่ 1 ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผบ.พล.1 รอ. เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และโยก พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 ลูกชาย พล.อ.สุนทรคงสมพงษ์ อดีตประธาน รสช.หรือบิ๊กจ๊อดเป็น ผบ.พล.1 รอ.

 MThai News