ผู้บัญชาการทหารเรือ ส่ง เรือหลวงปัตตานี ร่วมค้นหาเครื่องบิน มาเลเซียแอร์ไลนส์ ในพื้นที่ช่องแคบมะละกาแล้ว วางกรอบ ตั้งแต่เกาะลังกาวี ถึง เกาะปารัก ขณะที่ นายกฯ มาเลเซียสั่งทบทวนความปลอดภัยหลังพบสวมใช้พาสปอร์ต

หลังจาก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการผ่านศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ เมื่อวานที่ผ่านมา (9มี.ค.) ให้เรือหลวงปัตตานี ที่ปฏิบัติการอยู่ที่ จ.พังงา พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ซุปเปอร์ลิงค์ และเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย ออกปฏิบัติภารกิจค้นหาเครื่องบินโดยสารของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ เที่ยวบินMH 370 ตามคำร้องขอของทางการมาเลเซีย
ล่าสุด เรือหลวงปัตตานี ได้เข้าพื้นที่ช่องแคบมะละกาแล้ว และได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาเครื่องบิน ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้(10 มี.ค.) โดยมีกำลังพลทั้งหมด 119 นาย ประกอบด้วย กำลังพลเรือหลวงปัตตานี 84 นาย / ชุดประดาน้ำ ของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ซีล) 9 นาย / แพทย์ – พยาบาล 3 นาย / กำลังพลประจำเฮลิคอปเตอร์ซุปเกอร์ลิงค์ 11 นาย และเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนีย 12 นาย โดยทั้งหมดจะปฏิบัติภารกิจจนกว่าจะได้รับคำสั่งยกเลิก
ทั้งนี้ พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ให้สัมภาษณ์ ว่า ทางการมาเลเซียได้สันนิษฐานว่า จุดตกของเครื่องบิน MH370 น่าจะอยู่บริเวณฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง(น่านน้ำเวียดนาม) หรือบริเวณช่องแคบมะละกา(ใกล้ทะเลอันดามัน) ซึ่งในส่วนของพื้นที่น่านน้ำเวียดนาม ทางกองทัพเรือสิงคโปร์และกองทัพเรือเวียดนามได้เข้าค้นหาแล้ว ทางการมาเลเซีย จึงร้องขอมายังรัฐบาลไทยให้ช่วยค้นหาในพื้นที่ฝั่งอันดามัน
ขณะที่ นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย แถลงว่า มาเลเซียจะต้องทบทวนระบบตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่สนามบิน หลังมีรายงานผู้โดยสาร 2 คนบนเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่สูญหายไป ใช้หนังสือเดินทางที่ขโมยมาขึ้นเครื่องบินได้
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในการค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเล้ซยแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 ล่าสุด ยังไม่พบชิ้นส่วนเครื่องบิน และยังไม่ทราบสาเหตุที่เครื่องบินดังกล่าวสูญหาย
MThai News

