เปิดข้อความสุดท้าย นร.เกาหลีเหยื่อเรือล่ม ส่งถึงครอบครัว

จากเหตุเรือเซวอลที่เดินทางจากเมืองอินชอนมุ่งหน้าไปยังเกาะเชจูที่มีผู้โดยสารทั้งหมด 476 ราย อัปปางลงกลางทะเล จนล่าสุดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 ศพ ในจำนวนนี้ 4 ศพเป็นนักเรียน ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คได้เผยแพร่ข้อความที่เหยื่อเรือข้ามฟากล่มหลายรายส่งพ่อแม่พี่น้องของพวกเขา สร้างความสะเทือนใจให้ผู้อ่านอย่างมาก

1 (1)

ทั้งนี้สำนักข่าวของเกาหลีใต้รายงานด้วยว่า นายชอง ฮง-วอน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ถูกญาติของผู้โดยสารในเรือเซวอลปาขวดน้ำใส่หน้า รวมถึงตะโกนด่าทอ ขณะที่เขาเดินทางไปเยี่ยมผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือข้ามฟากล่มระหว่างแล่นไปเกาะเชจู ที่โรงยิมเนเซี่ยมในเมืองจินโด

“แม่ครับ ผมคงไม่มีโอกาสได้พูดมันอีกแล้ว ผมจะพูดมันตอนนี้ ผมรักแม่ครับ”
“ทำไมหรอ ไม่แปลกใจเลยที่ลูกไม่ได้เช็ค Kakao แม่ก็รักลูกเหมือนกัน”
“แม่ ผมคิดถึงแม่ นี่ซองจินนะ ช่วยผมด้วย ผมยังอยู่ในโถงห้องอาหาร มันหนาวและน่ากลัวมาก เมื่อไรจะมีคนมาช่วยผม ช่วยผมด้วย แม่ ผมคิดถึงแม่ ช่วยผมด้วย ใครก็ได้ช่วยที ฮันซองจินยังมีชีวิตอยู่ แม่ ช่วยผมด้วย มีร่างคนตายมากมายอยู่ตรงทางเดิน ผมกลัว ช่วยผมด้วย แม่ ผมรักแม่ ซองจินยังมีชีวิตอยู่ ผมขอโทษ ขอบคุณ และผมรักแม่”

“พี่ ไปทริปโรงเรียนวันนี้ใช่ไหม เดินทางปลอดภัยนะ อย่าลืมของฝากฉันล่ะ”
“โอเค ฉันจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย”
“ฉันคิดว่าฉันคงซื้อของฝากกลับไปไม่ได้แล้ว ขอโทษนะ”
“หมายความว่ายังไง”

“พ่อรู้ว่าหน่วยกู้ภัยกำลังไปช่วยเหลือ แต่ถ้าเป็นไปได้ ลูกต้องออกมาจากห้องก่อน”
“ไม่ได้พ่อ เรือเอียง ผมออกไปไม่ได้ ไม่มีใครอยู่ที่ห้องโถงเลย ผมคิดว่าเราทุกคนกำลังจะตาย ถ้าผมทำอะไรผิดไป พ่อให้อภัยผมด้วย ผมรักพ่อ”

“ทางนี้สัญญาณไม่ค่อยดีเลย แต่ผมได้ยินว่าหน่วยกู้ภัยกำลังจะมาถึง”
“แน่นอน หน่วยกู้ภัยต้องไปช่วยเธออกมาได้แน่ ใจเย็นๆอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ทำตามที่เขาบอกให้ทำ ถ้าสัญญาณดีเมื่อไหร่ติดต่อกลับมานะ,พี่ชาย

ชมรมภาพยนตร์
A: ฉันรักชมรมของเรา และรักพวกเราทุกคน
B: ฉันด้วย รักจริงๆนะ
C: ฉันก็รักพวกเธอจริงๆ ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังจะตาย
B: ไม่จริงใช่ไหม แต่เรือเอียงลงมาเรื่อยๆ
C: พวกเธอ ถ้าฉันเคยทำอะไรผิดพลาดไป ยกโทษให้ฉันด้วยนะ ฉันรักพวกเธอทุกคน
D: เกิดอะไรขึ้น เรือล่มเหรอ? ฉันคิดถึงเธอ…พี่ชาย
E: เป็นยังไงแล้วบ้าง?
D: :’(

1-(1)

1.2.3

1.2

1.3

ศอ.รส. แถลง ร้องทุกฝ่าย ร่วมแก้ไขป้องกันเหตุรุนแรง

ศอ.รส. แถลง ร้องทุกฝ่าย ร่วมแก้ไขป้องกันเหตุรุนแรง หลังศาล-ป.ป.ช. จะมีการพิจารณาชี้มูลนายกฯ จี้ตัดสินตรงไป-ตรงมา กปปส. – นปช. ยุติชุมนุมหลังมีคำตัดสิน 

ศอ.รส., ข่าวม็อบ

วันนี้ (17 เม.ย. 57) ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังได้มีการหารือร่วมกันจากทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากมีความกังวลว่าจะเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นจากการวินิจฉัยสถานภาพนายกฯ ของศาลรัฐธรรมนูญ ปมโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี และการชี้มูลความผิดนายกฯ จากคดีทุจริตจำนำข้าวของ ป.ป.ช. โดยระบุว่า

ขณะนี้ได้ปรากฏเป็นข้อมูล และข้อเท็จจริง ของการเผชิญหน้าและการท้าทายที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย และจะนำไปสู่การปะทะกันและก่อเหตุร้ายต่อกัน ทาง ศอ.รส. มีความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์ จึงเห็นสมควรออกแถลงการณ์ฉบับนี้ 7 ข้อ

เพื่อเรียกร้องต่อองค์กร กลุ่มบุคคล คณะรัฐมนตรี และกลุ่มแกนนำผู้ร่วมชุมนุม ตลอดจนพี่น้องประชาชน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างสถานการณ์หรือแก้ไขสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้

1. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยความเคารพต่อองค์กรและเห็นถึงบทบาทอันสำคัญ แต่มีความกังวลในตัวคณะกรรมการบางคน ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาดำเนินคดีและมี คำวินิจฉัยต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีโครงการรับจำนำข้าวอย่างตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติเป็น 2 มาตรฐาน ที่แตกต่างกันระหว่างคนของพรรคฝ่ายค้านและกับพรรคฝ่ายรัฐบาล โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมอันเป็นมาตรฐานสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

2. ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพต่อองค์กรและเห็นถึงความสำคัญ แต่มีความกังวลในตัวตุลาการบางคน ศอ.รส. จึงขอเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและมีคำวินิจฉัยต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรณีการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างตรงไปตรงมาเพราะเมื่อเป็นการกระทำในอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ไม่อาจเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงได้ และประการสำคัญอย่างยิ่ง

ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่วินิจฉัยเกินเลยไปถึงขนาดว่าหากความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงแล้ว รัฐมนตรีทั้งคณะจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามมาตรา 180 โดยจะอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ตามมาตรา 181 อีกไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการวินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะต้องปฏิบัติตามจริยธรรมและคำถวายสัตย์ อันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

3. คณะรัฐมนตรี ศอ.รส. ขอเรียกร้องว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินกว่ารัฐธรรมนูญตามที่กล่าวมาในข้อ 2 แล้ว คณะรัฐมนตรีจะต้องแก้ไขปัญหามิให้เกิดสุญญากาศ เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญ จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเอง คณะรัฐมนตรีก็ชอบที่จะทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยว่า คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากการอยู่ในตำแหน่งตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินจากรัฐธรรมนูญ หรือไม่

เพราะคณะรัฐมนตรีได้รับการ โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง การจะพ้นไปก็สมควรที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นไป มิใช่ศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นผู้ชี้ขาดเสียเองโดยฝ่าฝืนมาตรา 181 ดังกล่าว โดยในระหว่างทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยนั้น ให้กราบบังคมทูลด้วยว่า คณะรัฐมนตรีจะคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 การทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชวินิจฉัยเช่นนี้ ก็เพื่อให้เกิดข้อยุติอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขของบ้านเมือง โดยมิต้องเกิดการใช้กำลังของกลุ่มคน 2 กลุ่ม เข้าก่อเหตุร้ายต่อกัน และป้องกันมิให้คณะรัฐมนตรีกระทำผิดตามมาตรา 181 ด้วย

ศอ.รส. เห็นว่ามาตรา 181 เป็นหลักการอันสำคัญของการบริหารประเทศที่ป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศหรือช่องว่าง โดยจะไม่มีรัฐบาลบริหารประเทศไม่ได้เป็นอันขาดในทุกๆ กรณี ซึ่งในอดีตรัฐธรรมนูญทุกฉบับก็บัญญัติไว้ทำนองเดียวกับมาตรา 181 อนึ่ง ข้อเรียกร้องดังกล่าวข้างต้นนั้น รวมถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้วินิจฉัยว่าข้อกล่าวหาต่อนายกรัฐมนตรีมีมูล และนายกรัฐมนตรีต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 272 ด้วย

4. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้รับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะได้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ และการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ จะยุติลงทันที และการแสดงพฤติกรรมของ กกต. บางคนที่ประกาศชัดเจนว่า จำเป็นต้องเอนเอียงเข้าข้างบางฝ่ายนั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งและเข้าข่ายผิดต่อกฎหมายด้วย

5. แกนนำของ กปปส. และ นปช. ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้ยุติการชุมนุมและไม่ปลุกระดมเรียกคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ เพราะจะเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการกระทบกระทั่ง และก่อเหตุร้ายต่อกันและกัน หากแกนนำยังคงฝ่าฝืนจนเกิดเหตุร้าย แกนนำทุกคนทุกกลุ่มจะต้องรับผิดชอบต่อการทำผิดกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่งอย่างถึงที่สุด

6. หัวหน้าส่วนราชการ ศอ.รส. ขอเรียกร้องต่อหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง อันได้แก่ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี และหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออื่นๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในราชการอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการบริหารจัดการให้ส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สามารถปฏิบัติงานให้บริการประชาชนได้อย่างดีตามปกติ โดยไม่ถูกบุกรุกหรือปิดล้อมจนไม่สามารถให้บริการได้

รวมถึงการกำชับ ตักเตือน และดูแลให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกับกิจกรรมใดๆ ที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนแกนนำของกลุ่มเรียกร้องที่กระทำผิดกฎหมายและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี เช่น กลุ่ม กปปส. และกลุ่มอื่นๆ ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและเหมาะสมด้วย

และ 7. พี่น้องประชาชน ศอ.รส. ขอเรียกร้องให้งดเว้นการเข้าร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม กปปส. และกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มอื่นใด เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความขัดแย้งและเหตุร้ายที่จะรุนแรงขึ้นแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสวัสดิภาพของผู้เข้าร่วมชุมนุมด้วย และขณะนี้แกนนำของทุกฝ่ายได้พยายามใช้การปลุกระดมในลักษณะสงครามทางจิตวิทยา เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อฝ่ายตนและเพิ่มความเกลียดชังฝ่ายอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชนจะต้องมีสติ และใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบให้มากที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อตามคำยุยงแล้วกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดลงไป

ศอ.รส., ข่าวม็อบ,

MThai News

นปช.ยันไม่ใช่การถอย เลื่อนชุมนุมใหญ่ 18 เม.ย.

นปช.ประกาศยกเลิกชุมนุมใหญ่ 18 เม.ย. ยันไม่ใช่การถอย แต่จะชุมนุมต่อเมื่อมีสถานการณ์ที่สำคัญเท่านั้น โดยจะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน

09

นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ในวันที่ 18 เม.ย. 2557 จะไม่มีการชุมนุมใหญ่ตามที่นปช.ได้เคยประกาศไว้ โดยยืนยันว่าไม่ใช่การถอย แต่ นปช.ยืนยันจะชุมนุมต่อเมื่อมีสถานการณ์ที่สำคัญเท่านั้น โดยจะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวว่า การนัดชุมนุมใหญ่จากเดิมที่เคยระบุว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินสถานภาพนายกรัฐมนตรีกรณีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั้น แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนไปอาจจะมีการชุมนุมที่เร็วขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ขอให้มวลชนคนเสื้อแดงเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งนี้ขอส่งสัญญาณไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และองค์กรอิสระต่าง ๆ ว่า หากไม่ทำให้เกิดการเลือกตั้งหรือตัดสินคดีอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้วจะออกมาสู้เพื่อความเป็นธรรม

นางธิดา ยังได้ยืนยันว่า การเสนอนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ที่เสนอโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) หรือคณะบุคคลใดนั้นไม่สามารถทำได้

MThai News