วันนี้(29 เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถาม-ตอบว่า ด้วยการหาคำตอบให้ประเทศกรณีเดินสายพูดคุยเพื่อหาทางออกของประเทศ โดยมีเนื้อหา ดังนี้

ถาม : เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ทำไมจะมาทำเรื่องนี้? ต้องการต่อรองอะไร?
ตอบ : ปัญหาเกิดจากการเมือง นักการเมืองต้องเป็นกลไกสำคัญในการคลี่คลายปัญหา คนผูกต้องเป็นคนแก้ ทุกคนที่มีหน้าที่ดูแลบ้านเมืองต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังแล้วหวังหรือดึงสถาบันที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย
ผมทำงานการเมืองมา ๒๒ ปี ผ่านวิกฤติชาติร่วมกับประชาชนมาหลายครั้ง ผมต้องแสดงความรับผิดชอบต่อโอกาสที่ประชาชนมอบให้ ด้วยการช่วยคลี่คลายปัญหาบ้านเมืองอย่างยั่งยืน ไม่กลับมาวนเวียนเหมือนที่เกิดขึ้นมาตลอดกว่าสิบปีทีผ่านมา
ข้อเสนอที่มี ไม่ได้เป็นเรื่องการเจรจาต่อรอง แต่เป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา หยุดการสร้างปัญหาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในคำตอบของประเทศที่จะทำให้ชาติพ้นวิกฤต
ถาม : ทำไมต้องไปพบนักการเมือง?
ตอบ : ผมพบนักการเมืองเพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหาประเทศ และให้พรรคการเมืองตระหนักว่าเป็นผู้ที่คลี่คลายปัญหาได้ การเร่งการเลือกตั้งที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยปฏิเสธไม่ใช่คำตอบในการแก้ปัญหา แต่พรรคการเมืองต้องกอบกู้ศรัทธาด้วยการแสดงออกว่าเข้าใจข้อเรียกร้องของประชาชน สร้างกลไกให้การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา
ถาม : รู้สึกอย่างไรกับคำวิพากษ์วิจารณ์?
ตอบ :ไม่ขอตอบโต้คนที่ตำหนิ ไม่เข้าใจ อยากด่า หรือ ทำลาย ทำได้เต็มที่ แต่ขอว่าอย่าทำลายทางออกประเทศ อย่าปิดทางเลือกประชาชนที่ถ้าทำได้จะนำไปสู่การปฏิรูปและการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น ส่วนตัวผมจะเสียหายก็ไม่เป็นไรเพราะทำเพื่อหยุดยั้งความเสียหายของประเทศ
ถาม : ทำอย่างนี้ไปขัดขวางมวลมหาประชาชน และคิดถึงผู้สูญเสียจากการต่อสู้หรือไม่?
ตอบ :ไม่ได้ขวางการต่อสู้ของใคร แต่สิ่งที่ขัดขวางและจะพยายามทำทุกทางเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น คือความรุนแรงที่นำไปสู่ความสูญเสีย เพราะเห็นคุณค่าในความสูญเสียของประชาชนที่ผ่านมา เห็นด้วยที่ความสูญเสียนั้นต้องไม่สูญเปล่า จึงพยายามผลักดันแก้ปัญหาให้ประเทศดีขึ้นตามอุดมการณ์ของประชาชนที่เสียสละออกมาต่อสู้
ถาม : เป็นพวกโลกสวย?
ตอบ :ไม่ได้โลกสวยแต่พยายามแก้ปัญหาบนพื้นฐานความจริง และมีหลักที่ชัดเจนในทางกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งที่จะสร้างปัญหาตามมาในภายหลัง ผมไม่เชื่อว่าการเดินให้สุดทางที่ความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่มีปัญหาที่ตามมาจากฝ่ายอื่น
วันนี้ต้องปฏิรูปโดยมีกฎหมายรองรับจึงจะยั่งยืน ผมไม่ได้ทำเรื่องนี้ตามแนวทางที่ใครกำหนด แต่ทำตามสามัญสำนึกที่ต้องรับผิดชอบต่อประเทศนี้
MThai News