ผู้ว่าเชียงราย สั่งซากุระญี่ปุ่น ต้นละ 1,000 บาท มาปลูกเรียกนักท่องเที่ยว

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (27เม.ย.) ในการประชุมสภากาแฟเดือนเมษายน ของจังหวัดเชียงราย นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงโครงการ “เมืองดอกซากุระบานแห่งประชาคมอาเซียน” ระบุว่าได้ซื้อดอกซากุระจากประเทศญี่ปุ่น1,000 ต้น ราคาต้นละ 3,000 เยน (1,000 บาท) คาดว่าจะสามารถจัดส่งมาให้ในฤดูหนาว

b.5151
(ขอบคุณภาพจาก http://www.chiangmainews.co.th)

ทั้งนี้หลังจากทางจังหวัดได้มีโอกาสเดินทางไปเมืองคุมะโมะโตะ คณะผู้ว่าราชการจังหวัดคุมะโมะโตะประเทศญี่ปุ่นได้ไปเยี่ยมชมดอกซากุระพร้อมมอบซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น 2 ต้น  จึงอยากนำซากุระมาปลูกตามสองฝั่งถนนสายใหม่ จากบริเวณหน้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง ไปจดถนนพหลโยธิน ตามเส้นทางสายเลี่ยงเมือง ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตามนายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่าต่อไปจะซื้อซากุระอีกปีละ 1,000 ต้น คาดว่าอีกประมาณ 3-4 ปี ถนนเชียงรายสายนี้จะกลายเป็นถนนที่มีความสวยงาม และเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่อไป

MThai News

หล่อได้อีก! มาร์ค โพสต์ ถาม-ตอบ ว่าด้วยการหาคำตอบให้ประเทศ

วันนี้(29 เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ถาม-ตอบว่า ด้วยการหาคำตอบให้ประเทศกรณีเดินสายพูดคุยเพื่อหาทางออกของประเทศ โดยมีเนื้อหา ดังนี้

13

ถาม : เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ทำไมจะมาทำเรื่องนี้? ต้องการต่อรองอะไร?

ตอบ : ปัญหาเกิดจากการเมือง นักการเมืองต้องเป็นกลไกสำคัญในการคลี่คลายปัญหา คนผูกต้องเป็นคนแก้ ทุกคนที่มีหน้าที่ดูแลบ้านเมืองต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังแล้วหวังหรือดึงสถาบันที่อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย

ผมทำงานการเมืองมา ๒๒ ปี ผ่านวิกฤติชาติร่วมกับประชาชนมาหลายครั้ง ผมต้องแสดงความรับผิดชอบต่อโอกาสที่ประชาชนมอบให้ ด้วยการช่วยคลี่คลายปัญหาบ้านเมืองอย่างยั่งยืน ไม่กลับมาวนเวียนเหมือนที่เกิดขึ้นมาตลอดกว่าสิบปีทีผ่านมา

ข้อเสนอที่มี ไม่ได้เป็นเรื่องการเจรจาต่อรอง แต่เป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา หยุดการสร้างปัญหาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในคำตอบของประเทศที่จะทำให้ชาติพ้นวิกฤต

ถาม : ทำไมต้องไปพบนักการเมือง?

ตอบ : ผมพบนักการเมืองเพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหาประเทศ และให้พรรคการเมืองตระหนักว่าเป็นผู้ที่คลี่คลายปัญหาได้ การเร่งการเลือกตั้งที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยปฏิเสธไม่ใช่คำตอบในการแก้ปัญหา แต่พรรคการเมืองต้องกอบกู้ศรัทธาด้วยการแสดงออกว่าเข้าใจข้อเรียกร้องของประชาชน สร้างกลไกให้การเลือกตั้งเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา

ถาม : รู้สึกอย่างไรกับคำวิพากษ์วิจารณ์?

ตอบ :ไม่ขอตอบโต้คนที่ตำหนิ ไม่เข้าใจ อยากด่า หรือ ทำลาย ทำได้เต็มที่ แต่ขอว่าอย่าทำลายทางออกประเทศ อย่าปิดทางเลือกประชาชนที่ถ้าทำได้จะนำไปสู่การปฏิรูปและการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่น ส่วนตัวผมจะเสียหายก็ไม่เป็นไรเพราะทำเพื่อหยุดยั้งความเสียหายของประเทศ

ถาม : ทำอย่างนี้ไปขัดขวางมวลมหาประชาชน และคิดถึงผู้สูญเสียจากการต่อสู้หรือไม่?

ตอบ :ไม่ได้ขวางการต่อสู้ของใคร แต่สิ่งที่ขัดขวางและจะพยายามทำทุกทางเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น คือความรุนแรงที่นำไปสู่ความสูญเสีย เพราะเห็นคุณค่าในความสูญเสียของประชาชนที่ผ่านมา เห็นด้วยที่ความสูญเสียนั้นต้องไม่สูญเปล่า จึงพยายามผลักดันแก้ปัญหาให้ประเทศดีขึ้นตามอุดมการณ์ของประชาชนที่เสียสละออกมาต่อสู้

ถาม : เป็นพวกโลกสวย?

ตอบ :ไม่ได้โลกสวยแต่พยายามแก้ปัญหาบนพื้นฐานความจริง และมีหลักที่ชัดเจนในทางกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งที่จะสร้างปัญหาตามมาในภายหลัง ผมไม่เชื่อว่าการเดินให้สุดทางที่ความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่มีปัญหาที่ตามมาจากฝ่ายอื่น

วันนี้ต้องปฏิรูปโดยมีกฎหมายรองรับจึงจะยั่งยืน  ผมไม่ได้ทำเรื่องนี้ตามแนวทางที่ใครกำหนด แต่ทำตามสามัญสำนึกที่ต้องรับผิดชอบต่อประเทศนี้

MThai News

ครูไต้หวันชวแต่งงาน หลังรอเด็กหญิงนานกว่า 11 ปี

กำลังเป็นกระแสวิจารณ์อยู่ในโลกสังคมออนไลน์ของไต้หวันในขณะนี้ หลังจากที่ครูหนุ่มใหญ่รายหนึ่งยื่นฟ้องแม่ของเด็กนักเรียนที่เขาส่งเสียค่าเลี้ยงดูจนโต โดยมีการทำสัญญาด้วยวาจาว่าเมื่อเด็กหญิงโตขึ้นจะให้แต่งงานกัน แต่ต่อมากลับพบว่าเธอได้แต่งงานไปกับชายอื่นและมีลูกด้วยกันแล้ว

1 (1)

ทั้งนี้เมื่อ 11 ปีก่อน ขณะที่ครูหนุ่มรายนี้อายุได้ 32 ปี เขาซึ่งเป็นครูอยู่ในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในกรุงไทเป ของไต้หวัน ได้เกิดตกหลุมรักนักเรียนสาววัย 8 ขวบอย่างหัวปักหัวปำ เขาจึงได้ทำการตกลงกับแม่ของเด็กหญิงว่าจะเป็นผู้ส่งเสียค่าเลี้ยงดูทั้งหมด และจะได้แต่งงานกันเมื่อเด็กหญิงโตขึ้น

แต่เมื่อ 2 ปีก่อน เมื่อเขาเปิดเฟซบุ๊กของเด็กหญิงรายนี้ที่อายุได้ 17 ปี ก็พบว่าเธอได้แต่งงานกับชายอื่นไปแล้วทั้งยังมีลูกด้วยกัน ครูหนุ่มในวัย 41 ปี จึงยื่นฟ้องต่อศาลว่าถูกแม่ของเด็กหญิงโกง รวมเงินที่เขาส่งเสียแล้วมีมูลค่ากว่า 29,714 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 900,000 บาท

ขณะที่ศาลกลับระบุว่าเขามีหลักฐานไม่เพียงพอ อีกทั้งแม่ของเด็กหญิงก็อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ซึ่งสัญญาที่ถูกเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรนั้นเขียนขึ้นเมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่เด็กหญิงแต่งงานไปแล้ว อย่างไรก็ตามในโลกออนไลน์ได้วิจารณ์ครูรายนี้บอกว่าแสดงความรักในทางที่ผิด บ้างก็ว่าเขาเป็นโรคจิต บางฝ่ายตำหนิว่าแม่ของเด็กหญิงผิดสัญญา และมีไม่น้อยที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเหลวไหล