ส.ส.ยูเครนเปิดฉากต่อยกันนัวกลางสภา

สมาชิกรัฐสภาของยูเครน อารมณ์ร้อนเปิดฉากชกต่อยกันกลางสภา ขณะมีการเปิดประชุมถกเครียดปัญหาประเทศ มีบาดเจ็บเล็กน้อย

529293-01

สื่อต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุความวุ่นวายกันกลางสภา หลังจาก สมาชิกรัฐสภาของยูเครน เปิดฉากตะลุมบอนกลางห้องประชุม หลังจากแกนนำคอมมิวนิสต์คนกล่าวหาพวกชาตินิยมตกหลุมพรางของรัสเซีย ด้วยการใช้กลยุทธ์รุนแรงตั้งแต่ต้น จนนำมาซึ่งวิกฤตของประเทศ โดยทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแค่เล็กๆน้อยๆ

เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อ นายเปโตร ซีโมเนนโก สมาชิกพรรคฝ่ายค้าน หลังจาก พูดจุดชนวนความโกรธเคืองจากพวกชาตินิยม ด้วยการบอกว่าพวกชาตินิยมเป็นต้นแบบการบุกยึดอาคารราชการของผู้ประท้วงฝ่าย ฝักใฝ่มอสโก ซึ่งทำให้มีการเข้าควบคุมตึกราชการหลายแห่งตามเมืองทางตะวันออกของยูเครนใน เวลานี้ เนื่องพวกชาตินิยมก็ใช้วิธีการเดียวกันในการประท้วงโค่นล้มอดีตประธานาธิบดี วิกตอร์ ยานูโควิช

ส่งผลให้ ส.ส.2คนจากสโวโบดา พรรคชาตินิยมขวาจัด ลุกขึ้นคัดค้านคำกล่าวหาของและวิ่งเข้าไปผลักนายซีโมเนนโก ทำให้ฝั่งเหล่าผู้สนับสนุนของนายซีโมเนนโก รุดเข้าไปปกป้องเขา และจากนั้นศึกตะลุมบอนก็เปิดฉากขึ้น โดยมีสมาชิกรัฐสภาจากพรรคอื่นๆเข้าร่วมด้วย จนชุลมุนวุ่นวายไปหมด

ทั้ง นี้ดูเหมือนว่า นายซีโมเนนโก จะไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆจากการตะลุมบอนคราวนี้ แต่สื่อมวลชนรายงานว่าพบเห็น ส.ส.รายหนึ่งกลับมานั่งประจำที่ในสภาพที่มีรอยถลอกบริเวณใบหน้า

จับจระเข้ยักษ์หนักกว่า 1,000 ก.ก. หลังเขมือบชาวบ้านยูกันดา

MThai News :  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าชาวบ้านในหมู่บ้านคากีรา เขตจินจา ประเทศยูกันดา ร่วมกับเจ้าหน้าสำนักงานสัตว์ป่าของยูกันดา (UWA) จับตัวจระเข้ยักษ์น้ำหนักมากถึง 1,000 กิโลกรัม ที่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบเลควิกทอเรีย ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นจระเข้ที่กินผู้ชายไปถึง 4 ราย และทำให้ชาวบ้านอีกหลายคนบาดเจ็บจนพิการ โดยใช้เวลาไล่ล่านานถึง 4 วัน

Crocodile

โดยก่อนหน้านี้จระเข้ยักษ์ตัวนี้เขมือบผู้ชายคนหนึ่ง โดยทิ้งหลักฐานไว้เพียงเสื้อผ้าลอยอยู่ในน้ำ คาดกันว่าจระเข้ตัวนี้มีอายุราว 80 ปี เจ้าหน้าที่ได้ใช้เนื้อสดเป็นเหยื่อล่อให้จระเข้ยักษ์มาติดกับ ก่อนจะจับมัดแล้วขนขึ้นรถบรรทุกไป ท่ามกลางสายตาชาวบ้านกว่า 100 ราย โดยจะนำตัวไปไว้ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเมอร์ชิสัน

จระเข้ยักษ์ตัวนี้หนักน้อยกว่าจระเข้โลลองจระเข้ตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตายไปเมื่อปีที่แล้ว เพียง 75กิโลกรัมเท่านั้น

MThai News

ugandacrocodile

ชาวเน็ตตั้งแง่สงสัย รอดทหารเพราะเป็นหอบหืด ?

วันนี้(8 เม.ย.) จากกรณีที่ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงชายชื่อดังที่มีอายุครบเกณฑ์ทหารและได้ผ่อนผันมาถึง 3 ครั้ง โดยในครั้งนี้ ณเดชน์ได้มารายงานตัวตามระเบียบและได้ สด. 43 แล้ว เนื่องใช้สิทธิของการมีโรคประจำตัว เป็นโรคหอบหืด โดยประเด็นดังกล่าวได้เกิดข้อสงสัยในกลุ่มชาวเน็ตว่า การเป็นโรคหอบหืดถึงกับรอดพ้นการเกณฑ์ทหารเลยหรือ ? และเป็นการใช้อภิสิทธิ์หรือไม่ ?

1.2

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้ตั้งกระทู้ชื่อ “ผู้ที่เป็นหอบหืด ฝึกทหารไม่ได้จริงหรือ?” ตั้งคำถามถึงกรณีดังกล่าว สมาชิกชื่อคุณ boebus ได้เผยเรื่องราวส่วนตัวว่า ตนเคยเป็นหอบหืดตั้งแต่เด็กและเคยนอนโรงพยาบาลแต่ก็ยังสามารถเรียนรด.ได้ ตอนออกกำลังกายมากขึ้นแทบจะไม่มีอาการของโรค โดยอาการหอบมีหลายระดับ

ซึ่งคนที่เป็นหอบขนาดฝึกทหารไม่ได้จริงๆ ควรจะเป็นหอบหืดระดับที่แค่ออกกำลังกายนิดหน่อยก็หอบแล้ว ไม่สามารถไปเตะบอลกลางสนามเป็นเวลานานๆได้แน่ แต่ถ้าไปเตะบอลกลางสนามได้เป็นชั่วโมงนี่อย่าบอกเลยว่าเป็นหอบหืดหนัก ซึ่งนี่กลายเป็นช่องว่างให้คนที่เป็นโรคนี้(ไม่ว่าจะเบาหรือหนัก) ใช้ในการเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร ซึ่งดูจากอาการดาราท่านนี้ ถ้าเคสปกติคงไม่มีแพทย์ทหารคนไหนเซ็นใบรับรองว่าไม่ต้องไปฝึกทหารให้หรอกครับ นอกจากมีนอกมีใน

1.2.3

สมาชิกชื่อคุณปู่หลินปิง ได้เผยว่าประเด็นดังกล่าวมันอยู่ที่มีคนอื่นที่เป็นหอบหืดเช่นกัน แต่ก็ถูกจัด ดี 1 ประเภท 1 ทำให้เกิดการมองถึงลักษณะ อภิสิทธิ์ชน และในเมื่อณเดชน์รู้อยู่แล้วว่า เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มประเภทที่ 4 ทำไมไม่ยื่นเรื่องตั้งแต่แรก จะเสียเวลาผ่อนผันทำไม เพราะคนรู้จักหลายคน

ถ้าทราบว่าตัวเองมีโรคที่ถูกจัดในประเภทที่ 4 จะไม่ทำเรื่องผ่อนผัน และแสดงหลักฐานในปีแรกที่ถูกหมายเรียกเลยและส่วนตนคิดว่าการกระทำของณเดช ดูแปลกตรงที่ยื่นผ่อนผันมา 2 ปีทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำประเด็นที่สำคัญมาก และอยากให้โฟกัสตรงนี้มากกว่า คือ เราจะเชื่อถือระบบการจัดประเภทบุคคลโดยแพทย์ได้หรือไม่ ในเมื่อคนที่ผิดปกติมากมายดันหลุดเข้าไปในค่าย

1 (1)

อย่างไรก็ตามบรรดาแฟนคลับของณเดชน์ คูกิมิยะได้ออกมาแก้ต่างในประเด็นๆต่าง โดยมีการหยิบยกอ้างพรบ.ทหาร รวมไปถึงชี้แจ้งเกี่ยวกับมาตรฐานการตรวจร่างกายของแพทย์ทหารที่มีความเชื่อถือได้ รวมไปถึงมีการอ้างเกี่ยวกับผลกระทบเกี่ยวกับหน้าที่การงานของณเดชน์และบริษัทต้นสังกัดที่จะได้รับผลกระทบหากณเดชน์ได้ไปเป็นทหาร ซึ่งทำให้มีคนอีกกลุ่มออกมาแสดงความเห็นว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แน่ๆ

1-(1)