ชาวเน็ตแห่ทำคลิปเลียน สาวทรงโต บอกรักผัว

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆ ได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีที่มีคลิปสาวรายหนึ่งถ่ายคลิปอยู่คู่กับแฟนหนุ่มนั่งอยู่บนรถยนต์ ในลักษณะนั่งตักแฟนหนุ่มแล้วแฟนก็ใช้มือจับที่บริเวณหน้าอก กอดและซุกไซร้

1 (1)

โดยฝ่ายหญิงสาวบอกว่าที่อัดคลิปไม่มีอะไร แค่อยากจะบอกว่ารักสามีมาก ซึ่งชาวสังคมออนไลน์มองว่าคลิปดังกล่าวไม่เหมาะสมที่จะนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์แบบนี้ ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นกระแสเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้กลุ่มต่างๆ ในโซเซียล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเฟ็ดเฟ่ รวมไปถึงนักร้องชื่อดัง เบน ชลาทิศ ได้ทำคลิปล้อเลียนพฤติกรรมดังกล่าว จนได้รับความนิยมเพียงชั่วข้ามคืน

1.2

ขณะที่ นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อ ประจำสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ ได้ให้สัมภาษณ์กับทางทีมข่าว MThai News ถึงกรณีที่ชาวสังคมออนไลน์และสื่อสำนักข่าวใหญ่กำลังสนใจประเด็นข่าว สาวบอกรักสามี โดยมีการอัดคลิปบอกผ่านโซเชียล จนกลายเป็นกระแสล้อเลียนรักผัวมาก บนโลกสังคมออนไลน์ ซึ่งนักวิชาการด้านสื่อได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ว่า

สังคมในอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน ผู้คนมิได้สนใจข้อเท็จจริงของข่าวสารมากนัก แต่มุ่งเน้นให้คุณค่าไปที่เรื่องราว (story) ที่สนุก แปลก น่าสนใจ และแตกต่าง ด้วยความเร็วของข้อมูลข่าวสารเท่าทวีคูณในสื่อสังคม จึงทำให้ข่าวสารใดๆ หนึ่งๆ ที่ผู้คนสนใจ หรือพร้อมที่จะเชื่อ โดยไม่ตรวจสอบตั้งคำถามนั้น จึงมีคุณสมบัติ แพร่ขยายกระจายได้เร็ว เหตุที่มันแพร่กระจายได้เร็ว ก็เพราะ ผู้คนมีความรู้สึกว่า มันน่าเชื่อถือ ก็เพราะว่า ข่าวสารดังกล่าว ถูกแชร์และส่งต่อมาจากคนใกล้ชิด เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน

ดังนั้น เขาจึง วางใจ ไว้ใจ และ เชื่อใจ นั่นนำมาสู่การไม่ได้ตรวจสอบต้นตอข้อเท็จจริงของข่าว “กรณีคลิป “หนูรักผัว” นั้น ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่น่าสนใจ คลิปนี้มีองค์ประกอบของเรื่องราวที่สนุก ขบขัน ตรงไปตรงมา ไม่เสแสร้ง และ มีจุดจำง่ายๆ จากประโยคและท่าทางของผู้โพสต์ เจ้าตัว ความตลก น่ารัก น่าขบขัน หรือ น่ารังเกียจ ในความไม่เหมาะสม จึงนำมาให้ผู้คนสนใจ

“…เมื่อคลิปแรกปล่อยไปแล้ว จึงสร้างกระแสแบบดังข้ามคืนได้ไม่ยาก และข่าวถัดมา ที่ว่า สามีของเธอโดนตำรวจรวบตัว จับกุมได้แล้วนั้น ก็มีองค์ประกอบ ของ ความน่าจะเชื่อ ความน่าจะจริง แต่ก็ยังไม่มีการตรวจสอบแน่ชัด มากไปกว่า ความน่าจะจบเรื่องมุกฮานี้ได้อย่างพอเหมาะสมลงตัว ดังนั้น กรณีคลิป หนูรักผัว ก็สะท้อนพฤติกรรมของชาวโซเชี่ยลมีเดียมากมายว่า มุ่งเน้นไปที่เรื่องราวชวนดราม่า ขบขัน แต่ไม่ได้สนใจเรื่องข้อเท็จจริง…”

ส่วนกรณีที่สื่อสำนักใหญ่ที่ได้รับความเชื่อถือให้พื้นที่ข่าวกับประเด็นนี้ ตนมองว่า สำนักข่าวใหญ่ๆ ต้องการ “ร่วม+สร้าง” กระแสข่าวกับชาวเน็ต เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับชาวเน็ต สังเกตจะเห็นว่า การพาดหัวข่าว มักใช้คำว่า “หึ่ง, กระหน่ำ, ถล่ม แชร์สนั่น – โลกออนไลน์” คือ เอาแค่ปรากฎการณ์ กระแสมารายงาน ในเชิงว่า มันเป็นสิ่งที่ชาวเน็ตกำลังให้ความสนใจ แต่สื่อก็มิได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่ง สำนักข่าวใหญ่ๆ ต้องการสร้างกระแสนิวส์ฟีดในโลกโซเชี่ยลของตัวเอง เพราะ มันอาจนำพา พ่วงความสนใจไปที่ข่าวสารอื่นๆ ขององค์กรได้ด้วย

ชาวเน็ตฯแชร์ จอดมอไซค์ไว้ห้างฯ พบยางแบนพร้อมนามบัตร’รับปะยาง’

วานนี้(15 พ.ค.) เจ้าของยูสเซอร์ที่ชื่อ Love Love ได้โพสต์กระทู้ชื่อ ‘ยางรถรั่วในห้าง ช่างบังเอิญหรือความหวังดี ของใครบางคน’ ลงบนเว็บไซต์ www.cm108.com  โดยมีใจความว่า เวลาประมาณตี 2 ตนพบว่ารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ที่ห้างแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ยางแบน ท้ายเบาะมีนามบัตร ปะยาง 24 ชม. เสียบอยู่ 

z

เจ้าตัวกล่าวว่าไม่ได้ต้องการจับผิด แต่ทั้งนี้ ก็มองเหตุการณ์นี้ได้ใน 2 แง่ คือช่างปะยางคงตาดีมาก ที่เห็นว่ายางล้อรถตนแบน แล้วยังมีน้ำใจทิ้งนามบัตรไว้ให้เรียกใช้บริการ แต่ในอีกแง่ก็ดูจะบังเอิญเกินไป ที่ทั้งลานจอดรถมีรถของตนคันเดียวที่โดน ซึ่งเธอได้โทรไปยังเบอร์ที่ได้จากนามบัตร แต่ไม่มีใครรับสาย โชคยังดีที่ได้ รปภ.ของห้างให้ความช่วยเหลือจนสามารถกลับบ้านได้

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกมา ก็มีชาวสังคมออนไลน์ออกมาแสดงความคิดเห็นหลากหลายแง่มุม โดยส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นผู้หญิงคิดในแง่ร้ายไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ชีวิตจะได้ไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง เพราอะไรก็เกิดขึ้นได้ เรื่องของความหวังดี มันก็ดี แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย

ทั้งนี้ ตัวแทนพนักงานแผนก Traffic & Security Officer ของห้างที่เกิดเหตุ ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ห้างไม่ได้นิ่งเฉย ได้ติดตามดูกล้องวงจรปิดในวันดังกล่าวพบว่า มีลูกค้าท่านหนึ่งได้โทรเรียกช่างมาปะยางรถของตนที่แบน หลังจากช่างมาปะยางรถคันนั้นเสร็จเรียบร้อย ได้เห็นว่ารถของลูกค้าอีกคันก็ยางแบนเช่นกัน จึงได้เสียบนามบัตรไว้ ซึ่งในขณะที่ช่างคนดังกล่าวกำลังปะยางให้ลูกค้าอยู่นั้น ก็มี รปภ. ของทางห้างอยู่ในบริเวณนั้นด้วย ขอให้ลูกค้าที่มาใช้บริการวางใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยของทางห้าง

อย่างไรก็ตาม เจ้าของยูสเซอร์คนดังกล่าว กล่าวปิดท้ายว่า ตนมาโพสต์เรื่องราวนี้ไว้เป็นข้อคิดให้กับผู้หญิงที่ต้องเดินทางคนเดียว และเพื่อต้องการทราบว่ามีใครเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้หรือไม่เท่านั้น

zz

gkbbtht
MThai News

กอ.รมน.เผย แถลงการณ์ ผบ.ทบ.เป็นการเตือน! ยันพร้อมใช้ “กฎอัยการศึก”

ชี้ หากมีการใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน ทำบาดเจ็บล้มตาย

กอ.รมน., พ.อ.บรรพต, กฎอัยการศึก, แถลงการณ์ พล.อ.ประยุทธ์, ประกาศใช้กฎอัยการศึก

วันนี้ 16 พ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ออกแถลงการณ์จะนำทหารออกมาปฏิบัติการเต็มรูปแบบหากเกิดความรุนแรงว่า  เป็นการคาดการณ์ว่าหากสถานการณ์พัฒนาไปถึงจุดนั้น ส่วนจะเป็นรูปแบบใดก็เป็นไปตามกฎหมายที่สูงสุดในการรักษาความมั่นคงก็คือ กฎหมายอัยการศึก ซึ่งหวังว่าเหตุการณ์จะไม่มีการพัฒนาไปถึงจุดนั้น

ทั้งนี้ทาง กอ.รมน. มีความเป็นห่วงกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่ม และคนที่กระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีผู้ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎอัยการศึกที่ระบุไว้ในมาตรา 4 และ 7 คือผู้บังคับหน่วยขึ้นไป โดยสามารถประกาศใช้ใน 2 กรณีคือ จากฝ่ายบริหาร คือ รัฐบาล และ จากฝ่ายทหาร หากเกิดจลาจล โดยกำหนดพื้นที่ และระยะเวลา

อีกทั้งเมื่อประกาศแล้วต้องรายงานตามสายการบังคับบัญชา ส่วนการยกเลิกก็จะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ ผบ.ทบ.ได้แถลงการณ์ไปเมื่อวาน ถือเป็นการแจ้งเตือนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามภายใต้กรอบของกฎหมาย และไม่ได้เป็นการชี้นำอย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่วนความจำเป็นในการประกาศกฎอัยการศึก ต้องจะมีการใช้อาวุธสงครามเป็นจำนวนมากและเป็นไปอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ จนทำให้ประชาชนบาดเจ็บเสียชีวิต ทั้งนี้หากมีการประกาศใช้ทหารจะมีอำนาจเหนือกว่าข้าราชการพลเรือน สามารถให้หน่วยงานอื่น ๆ ปฏิบัติตามได้ แต่ประเมินสถานการณ์ขณะนี้แล้วยังไม่ถึงขั้นนั้น เพียงแค่ พ.ร.บ.ความมั่นคง ถือว่าเพียงพอแล้ว ทั้งในเรื่องของอัตรากำลังพล

ทั้งนี้ แผนในการดูแลสถานการณ์ในช่วง 2-3 วันนี้นั้น ทาง ศอ.รส.เป็นผู้ดำเนินการ สิ่งที่ กอ.รมน.กังวลคือการใช้อาวุธสงครามว่าจะแพร่หลายหรือไม่  โดย กอ.รมน.จะเร่งรัดให้ ศอ.รส.บังคับใช้กฎหมายกับทุกกลุ่มทุกฝ่าย อาทิ กรวยที่เป็นปัญหา รวมถึงการขับรถฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่ที่หอประชุมกองทัพอากาศ ซึ่งภาพเหล่านี้ทำให้เจ้าหน้าที่ลำบากใจในการปฏิบัติงานรวมถึงประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนด้วย แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีกลุ่มคนก็พยายามลอบทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมในยามวิกาลก็มีอยู่จริง ซึ่งถือเป็นปัญหาที่ ศอ.รส.ต้องแก้ไข และเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้สังคมเกิดความเท่าเทียมกัน

ส่วนหากสถานการณ์รุนแรงเกินกว่ากฎอัยการศึกจะนำไปสู่การรัฐประหารเลยหรือไม่นั้น กฎอัยการศึกถือเป็นยาแรง และไม่เกี่ยวกับการรัฐประหาร  อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการดำเนินการของ ผบ.ทบ. อยู่ในกรอบของกฎหมาย

ขณะเดียวกัน กรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. ออกมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางนั้น มีช่องทางและความชอบธรรมหรือไม่ ทุกกลุ่มจะยอมรับหรือเปล่า  สิ่งเหล่านี้คือคำตอบ

MThai News