ศาลรธน. ตัดสินยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพปมย้ายถวิล

วันนี้ (7 พ.ค. 57) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี โยกย้ายได้ถวิลเปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากการย้ายจากเลขาธิการ สมช. เป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ

1 (1)

โดยได้พิจารณาแล้วจึงตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรีอีกจำนวน 9 คนพ้นจากการทำหน้าที่รักษาการ เนื่องจากเห็นว่าการโยกย้ายดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ และกระทำด้วยความไม่โปร่งใส เข้าไปแทรกแซงการบริหารงานสั่งย้ายไม่เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ตนเอง หรือของคนพรรค

ทั้งนี้หลังจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกตัดสินให้พ้นตำแหน่ง เจ้าตัวได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ที่ผ่านมาตนตั้งใจทุ่มเททำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ยึดหลักบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เคยทุจริตตามที่ถูกกล่าวหา ไม่เอื้อประโยชน์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ทั้งนี้ขอขอบคุณข้าราชการที่ทำงาน

ขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจที่ให้โอกาสรับใช้ประชาชน ทำงานมา 2 ปี 9 เดือน 2 วัน บนนาทีความภูมิใจที่ทำหน้าที่นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตย ทำงานด้วยความตั้งใจทุ่มเท และจะขอเดินตามเส้นทางประชาธิปไตย ยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ว่าอยู่ตำแหน่งไหนขอยืนข้างประชาชนคนไทยตลอดไป

ส่วนรัฐมนตรีที่จะเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการนั้น ทางรัฐบาลได้มีการเลือกประชุมคณะรัฐมนตรี ก่อนจะมีมติให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ จะมานั่งรักษาการนายกรัฐมนตรี แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์

สตง.จี้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้งบเลือกตั้งกว่า3.8พันล.

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ส่งหนังสือถึง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้รับผิดชอบเงินจำนวน 3.8 พันล้านบาท กรณีเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 โมฆะ

19

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือด่วน ที่ ตผ 0012/1686 ถึง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ให้ชดใช้ค่าจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา เป็นจำนวนเงินกว่า 3,800 ล้าน โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการในกรณีดังกล่าวเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบด้วยเหตุผลและก่อให้เกิดความเสียหายย่อมเข้าข่ายเป็นการกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป

นอกจากนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ยังระบุว่า ดังนั้นการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งต่อไป รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องกำหนดมาตรการ หรือวิธีการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนให้เกิดความเชื่อมั่นได้ว่า การเลือกตั้งจะบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมหรือกำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์ดังเช่นที่ผ่านมา จนส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จตามวัตถุประสงค์ รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

MThai News

จับเขมรนับร้อย แห่ขึ้นเขาปางสีดา ลอบตัดไม้

ทหารสนธิกำลัง จับกองกำลังเขมรนับร้อย แห่ขึ้นเขาปางสีดา ลอบตัดไม้พะยูง พร้อมอาวุธสงครามกระสุนอื้อ!535687-01

พล.ต.กู เกียรติ ศรีนาคา ผบ.กองกำลังบูรพา พ.อ. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองผ บ.กองกำลังบูรพา นายนุวรรต ลีลาพตะ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา จ.สระแก้ว นายคมสันต์ มณีกาญจณ์ ผช.หน.อุทยานปางสีดา พ.ต.ท.ธิติวัฒน์ กันฝัก สวป.สภ.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร สนธิกำลังกว่า 30 นาย

เข้าจู่โจมตรวจค้นบ้านนายเฉลิม ชมเทียม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 บ้านใหม่ศรีจำปา ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร และป่ายูคาด้านหลังบ้านของ นายเปลื่อง นานัน อายุ 57 ปี พบชาวกัมพูชาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายกว่า 100 คน ขณะกำลังพักผ่อน

ตรวจค้นพบอุปกรณ์เดินป่า เครื่องยังชีพ ถุงผ้า เป้สะพาย ภายในกระเป๋าพบอาวุธปืนสงคราม รุ่นเซกาเซ่ (คล้ายอาก้า) 1 กระบอก กระสุนปืนอาก้า จำนวน 132 นัด ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. กระสุน 7 นัด ระเบิกปิงปอง 39 ลูก วิทยุสื่อสารของทางราชการใช้ จำนวน 5 เครื่อง พร้อมแท่นชาร์ตไฟกว่า 10 ชิ้น ไม้พะยูงขนาดยาง 2.5 เมตร กว้างประมาณ 40 ซม. 7 แผ่น ล้อรถเข็นลากจูง 73 ล้อ เพลา 34 ชิ้น ตลับลูกปืน อาวุธมีดยาวเดินป่า อุปกรณ์เสพยาบ้าจำนวนมาก เครื่องเลื่อยยนต์ตัดไม้ 3 เครื่องพร้อมใบเลื่อยโซ่ เสบียงอาหารเนื้อหมูสด อาหารกระป๋อง กะโหลกช้าง จึงรวบรวมนำมาบันทึกจับกุมสอบสวนที่ทำการอุทยานแห่งชาติปางสีดา

สอบสวน นายเฉลิม เจ้าของบ้านให้การวกวน อ้าง เขมรเอากระเป๋า และเสบียงมาฝากไว้ ซึ่งต้องทำการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีต่อไป

535687-02