ฤา “นองเลือด” คือคำตอบสุดท้ายของเกมนี้?!

ฤา “นองเลือด” คือคำตอบสุดท้ายของเกมนี้?!

09-1

 ต้องจับตา แผนการเดินหน้าประเทศไทยของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่จะแถลงในวันที่ 3 พ.ค.2557 จะกลายเป็นทางออก หรือ ทางตัน ให้กับประเทศ

เนื่องเพราะ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ “ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต” ได้เปิดโต๊ะแถลงชัดว่า หากทุกฝ่ายไม่ยอมรับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.2557

“ทุกอย่างจะกลับไปที่เดิม พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอะไรที่ต้องเดินต่อ เพราะความขัดแย้งยังมีอยู่ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอาจนำสู่การเลือกตั้งเลือด แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าไปมีส่วนร่วมเพื่ออะไร”

นี่เป็นถ้อยแถลงบางช่วงบางตอนของโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 พ.ค.2557 หลังจากอภิสิทธิ์ ประกาศเว้นวรรคไม่ลงสมัครหากทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอของตนเอง

ขณะที่ “กำนันเทพ – สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาฯ กปปส.ก็ประกาศลั่นว่า จะไม่มีการเจรจาต่อรอง ต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น และ ย้ำว่า วันที่ 14 พ.ค.2557จะเป็นการสู้นัดสุดท้าย รู้แพ้รู้ชนะ นัดเดียวจบ จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว

เสร็จสรรพวันชุมนุมของกปปส.รวมแล้วก็ 197 วันทำลายสถิติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมเป็นเวลา 193 วันตามที่กำนันสุเทพตั้งใจไว้

ด้าน นปช. ก็ได้ประกาศให้คนเสื้อแดงเตรียมพร้อมไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล นครปฐม ในวันที่ 5 พ.ค.2557 และมีแนวโน้นที่จะอยู่ยาวไปจนถึงวันที่ 14 พ.ค.2557 วันที่ กำนันเทพ นัดเผด็จศึกรัฐบาล

วันนั้นประเทศไทยจะเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายใดขึ้นก็เกินจะคาดเดา เพียงแต่ขอภาวนาว่าอย่าได้เกิดเหตุการณ์เลือดนองแผ่นดินก็แล้วกันเพราะในเมื่อไม่มีการเจรจาก็อย่าหวังว่าความขัดแย้งจะจบลง

ท่าทีของ อภิสิทธิ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้หลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่ากำลังหาทางลงให้กับ สุเทพ แม้จะถูกตะคอกใส่ว่าอย่ามาสะเออะก็ตามที แต่นั่นก็เป็นท่าทีที่ต้องกระทำ

ฉะนั้นปฏิทินการเลือกตั้งที่กกต.กำหนดไว้ให้พรรคการเมืองลง สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 25-30 พ.ค.นี้ เปิดรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.-3 มิ.ย.

โดยให้วันที่ 6 ก.ค.เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศ พร้อมกำหนดให้ลงคะแนนเลือกตั้งนอกอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.-11 ก.ค. และวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ค. เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป

อาจล่มซ้ำ…เพราะหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงสมัครเลือกตั้งเสียแล้วความเป็นธรรมจะปรากฎได้อย่างไร?คำถามนี้ย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ความหวังของประชาชนคนไทย ที่วิงวอนขอให้ฝ่ายขัดแย้งถอยกันคนละก้าว ถึงวันนี้ยังไม่มีวี่แววที่จะได้รับฟัง คำขอร้องนี้มิใช่จะซ้ำเติมหรือเหยียบย้ำฝ่ายใดเพียงแต่วิงวอนเพื่อมิให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อของประชาชนผู้บริสุทธิ์เมื่ออย่างอดีตที่ผ่านมา

11 ชีวิตที่ต้องสูญเสียชีวิตไปเมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯปี 2551

99 ชีวิตที่ต้องสูญเสียชีวิตไปเมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ปี 2553

22 ชีวิตที่ต้องสูญเสียชีวิตไปเมื่อครั้งการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ปี 2556

เหตุการณ์ทั้ง 3 ครั้งที่เกิดขึ้นล้วนสร้างความโศกเศร้า สะเทือนใจ ให้กับพ่อ แม่ พี่น้อง ของผู้เสียชีวิตอย่างไม่มีวันลืมเลือน เช่นนี้แล้ว…ใยผู้เกี่ยวข้องจึงพยายามผลักใสให้เหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นกันอีกเล่าหนอ…

“แมนเมือง”

ครูไต้หวันฟ้องร้องแม่ลูกศิษย์ ทำชวดวิวาห์หลังรอนาน 11ปี

ข่าวสุดฮือฮาที่เป็นกระแส Talk of the Town ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเรื่องสุดแปลกที่เกิดขึ้นในประเทศไต้หวันเมื่อครูหนุ่มวัยดึกคนหนึ่งยื่นฟ้องเรียกค่าแม่ของเด็กนักเรียนหญิงในโรงเรียน เนื่องจากผิดสัญญาปล่อยให้ลูกสาวซึ่งเป็นนักเรียนไปแต่งงานกับชายอื่น ทั้งๆ ได้มีการหมั้นหมายด้วยสัญญาปากเปล่าไปก่อนหน้านี้

1 (1)

โดยรายงานได้ระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ครูหนุ่มได้ตกหลุมรักเด็กหญิงวัยเพียง 8 ขวบซึ่งเป็นลูกศิษย์ อย่างปักหัวปำ จึงได้ตัดสินใจไปพูดคุยตกลงกับแม่ของเด็กหญิงขอหมั้นหมายเอาไว้ก่อน พอโตขึ้นจึงจะมาแต่งงานด้วย โดยสัญญาว่าจะเป็นผู้ส่งเสียค่าเลี้ยงดูทั้งหมด และจะได้แต่งงานกันเมื่อเด็กหญิงโตขึ้น

แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อเขาไปพบว่าเด็กหญิงได้ไปแต่งงานกับชายอื่นแถมมีลูกด้วยเมื่อายุได้ 17ปี จึงทำให้เขาไม่พอใจยื่นฟ้องต่อศาลเรียกค่าเสียจากแม่ของเด็กหยิงเป็นเงินถึง 29,714 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 900,000 บาท แต่ทั้งนี้ศาลได้มีการยกฟ้องในคำร้องดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ สัญญาที่ทำขึ้นเขียนหลังจากที่เขาแต่งงานไปแล้ว อีกทั้งแม่ของเด็กหญิงก็อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

ขณะที่คนในโลกออนไลน์ของไต้หวัน ก็ได้เข้าไปแสดงความเห็นมากมายหลังเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โดยส่วนใหญ่โจมตีการกระทำของครูคนดังกล่าวที่แสดงความรักในทางที่ผิดเช่นนี้

1-(1)

1.2.3

แม่จีนใจเหี้ยม โยนลูกวัย 14 เดือนให้รถทับ ขณะทะเลาะกับพ่อเด็ก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา สามีภรรยาคู่หนึ่งเกิดทะเละกันในรถยนต์ ถนนสือซี ในมณฑลเจ้อเจียง ของจีน ก่อนที่แม่จะจับลูกชายวัย 6 ขวบ และลูกสาววัยเพียง 1ขวบ 2 เดือน โยนออกมาจาหน้าต่างรถยนต์ เป็นเหตุให้ลูกสาวถูกรถบรรทุกทับเสียชีวิต ขณะที่พลเมืองดีเข้าไปคว้าตัวเด็กชายไว้ทัน แต่ก็ได้รับบาดตามร่างกายหลายจุด

โยนลูกให้รถทับ,แม่จีน

ทั้งนี้คนขับรถบรรทุกระบุว่าเขารู้สึกว่าขับรถทับอะไรบางอย่าง เมื่อลงมาดูแล้วพบว่าเป็นเด็กถึงกับคุกเข่านั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ เขากล่าวว่าแม่ของเด็กจับเด็กโยนลงมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้เขาเบรครถไม่ทันจนมับเด็กหญิงเสียชีวิตในที่สุด

ขณะที่แม่ใจเหี้ยมรายนี้มีชื่อว่านางหู โหม่ว วัย 33 ปี ได้ถูกตำรวจจับกุมและคาดว่าน่าจะได้รับโทษประหารชีวิต ส่วนนายหู เซี่ย สามีซึ่งเป็นพ่อของเด็กทั้งสองก็ช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนต้องเข้ารับยาระงับประสาทอยู่ในโรงพยาบาลท้องถิ่น

MThai News

โยนลูกให้รถทับ,แม่จีน โยนลูกให้รถทับ,แม่จีน